ชุดข้อมูลจารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 25

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 24

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 23

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 22

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 21

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 20

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 19

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 18

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 17

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 16

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 15

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 13-14

ชุดข้อมูลจารึกพุทธศตวรรษที่ 10-12

ชุดข้อมูลจารึกในช่วงพุทธศตวรรษต่างๆ

ชุดข้อมูลจารึกในช่วงพุทธศตวรรษต่างๆ

QR-code edit Share on Facebook
เวลาที่โพส
โพสต์เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 13:18:11 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 15:30:25 )

อักษรอินเดียได้แพร่กระจายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลานานและถือเป็นอักษรที่ใช้สื่อสารกันระหว่างพ่อค้า นักบวชของศาสนาต่างๆ หลังจากมีการเผยแพร่อักษรปัลลวะจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย มีการใช้เขียนและจารึกดังปรากฏเป็นหลักฐาน จากนั้นจึงมีการดัดแปลงรูปอักษรปัลลวะใช้มาระยะหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของรูปอักษรปัลลวะไปสู่อักษรท้องถิ่น สามารถแบ่งระยะพัฒนาจากอักษรอินเดียหรืออักษรปัลลวะไปสู่การเป็นอักษรท้องถิ่นออกเป็น 4 ระยะ

          ระยะที่ 1 อักษรปัลลวะ
          ระยะที่ 2 อักษรหลังปัลลวะ
          ระยะที่ 3 อักษรมอญโบราณ/อักษรมอญและรูปอักษรปยู
          ระยะที่ 4 อักษรขอมโบราณ/อักษรขอม

ระยะที่ 1 อักษรปัลลวะ ระยะแรกของการรับอักษรอินเดียเข้ามาใช้เขียนหรือจารึกตามแบบฉบับของภาษาอินเดีย โดยจารึกเป็นภาษาสันสกฤตหรือภาษาบาลีที่ใช้ในศาสนาตามที่ปรากฏในจารึก เท่าที่มีหลักฐานปรากฏอักษรปัลลวะมีอายุเก่าแก่ที่สุดราวพุทธศตวรรษที่ 12 ที่พบในเขตภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่อาจมีการใช้มาก่อนหน้านั้นนานนับศตวรรษก็เป็นได้ ลักษณะอักษรยุคนี้มีลักษณะเหมือนกับรูปอักษรปัลลวะสมัยราชวงศ์ปัลลวะ และอาจเป็นไปได้ว่าผู้จารึกอาจเป็นเจ้าของภาษา/อักษร หรืออาจเป็นคนท้องถิ่น แต่มีความเชี่ยวชาญในการจารึก จึงสามารถจารึกออกมาได้เหมือนกับรูปลักษณะอักษรเดิม



จารึกขลุง อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต สมัยพุทธศตวรรษ 12

จารึกช่องสระแจง อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต สมัยพุทธศตวรรษ 12
 

ระยะที่ 2 อักษรหลังปัลลวะ  อักษรปัลลวะที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เริ่มมีลักษณะท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้เป็นลักษณะของอักษรท้องถิ่นอย่างเต็มตัว ในเวลาต่อมารูปลักษณะอักษรปัลลวะเช่นนี้จะได้กลายเป็นรูปลักษณะของอักษรท้องถิ่น คือ อักษรมอญและอักษรขอม จึงได้เรียกชื่อรูปอักษรที่ปรากฏในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ว่า รูปอักษรหลังปัลลวะ อยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-16
 

รูปอักษรปัลลวะและรูปอักษรหลังปัลลวะ อาจพบได้ในบริเวณเดียวกันของภูมิภาคต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือต่างสถานที่ก็เป็นได้ แต่ข้อสังเกตคือ จารึกอักษรทั้งสองแบบมักจารึกอยู่ในระยะเวลาไม่แตกต่างกันมากนัก และใช้ระยะแรกข้างต้นนั้นถือเป็นรูปอักษรอินเดียดั้งเดิมและรูปอักษรที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงให้มีลักษณะท้องถิ่นมากขึ้น แรกเริ่มการรับรูปอักษรมาเพื่อใช้สื่อสารการเขียน หน้าที่และบทบาทของอักษรเริ่มเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันก็ยังใช้เขียนหรือจารึกหลักธรรมคำสอนทางศาสนาตามภาษาต้นแบบ คือภาษาบาลีหรือภาษาสันสกฤตเช่นเดิมต่อไปด้วย


จารึกบ่ออีกา อักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต, เขมร สมัยพุทธศักราช 1411
 

ระยะที่ 3 อักษรมอญโบราณ อักษรมอญ และอักษรปยู หมายถึง อักษรที่ได้พัฒนาจนมีลักษณะของท้องถิ่น ใช้จารึกภาษาท้องถิ่น อักษรมอญโบราณจัดเป็นรูปอักษรท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในระยะแรก ส่วนภาษามอญเป็นภาษากลางของอาณาจักรทวารวดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบจารึกอักษรมอญด้วยรูปอักษรปัลลวะ รูปอักษรหลังปัลลวะ และอักษรมอญในสถานที่ต่างๆ เช่น จารึกวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช จารึกวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดข่อย จังหวัดลพบุรี จารึกถ้ำพระนารายณ์ จังหวัดสระบุรี จารึกเมืองบึงคอกช้าง จังหวัดอุทัยธานี และในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 พบจารึกรูปอักษรหลังปัลลวะ ภาษามอญโบราณ เช่น จารึกเสาแปดเหลี่ยม จังหวัดลพบุรี จารึกใบเสมาวัดโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น จารึกพระพิมพ์ดินเผานาดูน จังหวัดมหาสารคาม จารึกพระพิมพ์ดินเผาเมืองฟ้าแดด จารึกวัดโพธิ์ชัยเสมาราม จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นต้น[3]

นอกจากภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสานแล้ว จารึกรูปอักษรมอญโบราณ ภาษามอญ ยังพบได้ในภาคเหนือของประเทศไทยที่จังหวัดลำพูน อันเป็นอาณาจักหริภุญชัยแต่โบราณ ได้แก่ จารึกพระเจ้าสวาธิสิทธิ 1 และ 2 จารึกวัดดอนแก้ว และจารึกแม่หินบทเวียงมะโนในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

จารึกวัดดอนแก้ว อักษรมอญโบราณ ภาษามอญโบราณ สมัยพุทธศตวรรษที่ 17


ทางเขตภาคเหนือของมอญเป็นที่ตั้งของอาณาจักรปยู อันเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมากมาจนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 14 ถือเป็นอาณาจักรที่เป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่ยิ่งใหญ่ในโบราณอาณาจักรหนึ่ง จากการขุดซากเมืองโบราณในเขตเมืองศรีเกษตร เมืองฮาลิน และเมืองอื่นๆ ของอาณาจักรนี้ ได้พบซากโบราณสถานทางศาสนาและวัตถุสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้ทางศาสนาจำนวนมากที่บ่งบอกถึงความเจริญทางด้านพุทธศาสนาที่ตรงกับบันทึกเอกสารของจีน สิ่งหนึ่งที่เป็นหลักฐานด้านรูปอักษรได้แก่ จารึกลานทองที่เมืองมองคุน ที่เป็นรูปอักษรปยูที่มีลักษณะเหมือนอักษรปัลลวะบางส่วน


ระยะที่ 4 อักษรขอมโบราณ และอักษรขอม ลักษณะของอักษรท้องถิ่นที่ได้พัฒนามาจากอักษรปัลลวะและรูปอักษรหลังปัลลวะ คือ อักษรขอมโบราณ อักษรชนิดนี้คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเป็นลักษณะของท้องถิ่นอย่างแท้จริง แม้ว่าจะยังมีลักษณะที่มองเห็นได้ว่ามีต้นเค้ามาจากอักษรปัลลวะและอักษรหลังปัลลวะอยู่ค่อนข้างมาก

อักษรขอมได้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องอีกหลายร้อยปี และได้กลายเป็นลักษณะอักษรอีกแบบหนึ่งที่นักวิชาการเรียกว่า “อักษรขอม” ซึ่งแตกต่างไปจากรูปอักษรขอมโบราณ อักษรขอมชนิดนี้เริ่มพัฒนาขึ้นมาทีหลังจากรูปอักษรขอมโบราณในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา จารึกเหล่านี้มักพบมากในเขตภาคกลางและภาคอีสานของไทย เฉพาะในประเทศไทยได้มีการพบจารึกอักษรขอมราว 50 หลัก เช่น จารึกปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี จารึกอัญชัยวรมัน จังหวัดลพบุรี จารึกศรีจานาศะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จารึกดงแม่นางเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จารึกสด๊กก๊อกธม จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น


จารึกสด๊กก๊อกธม 1 อักษรขอมโบราณ สมัยพุทธศักราช 1480


จารึกพระธรรมกาย อักษรขอมสุโขทัย สมัยพุทธศักราช 2092
 

ลักษณะอักษรขอมเช่นนี้เอง ในเวลาต่อมาชนชาติไทยกลุ่มหนึ่งได้รับเอามาเป็นแม่แบบในการประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น และใช้สำหรับเขียนและจารึกภาษาไทย ดังปรากฏในศิลาจารึกของอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักรอยุธยา


-------------------------
อ้างอิง
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์, ต้นเค้า กำเนิด และวิวัฒนาการของอักษรและอักขรไท. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2542.
สุภัทรดิศ ดิศกุล, ประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ ถึง พ.ศ. 2000. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 2522.
ธวัช ปุณโณทก, “จากอักษรพราหมีถึงอักษรคฤนถ์ในจารึก เย ธมฺมา นครปฐม”. ดำรงวิชาการ  252 – 253.
จารึกขลุง, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/525
จารึกช่องสระแจง, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/64
จารึกบ่ออีกา, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/332
จารึกวัดดอนแก้ว, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/571
จารึกสด็กก็กธม, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/310
จารึกพระธรรมกาย, https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/186

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170