รายชื่อพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ศูนย์การทหารปืนใหญ่

พิพิธภัณฑ์ทั้งหมดของศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี มีทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่ 1. อาคารอนุสรณ์สถานจอมพล ป.พิบูลสงคราม 2. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง 3. ตึกพิบูลสงคราม 4. บ้านพักพลเอกพระยาพระหลพลพยุหเสนา 5. อาคารอนุสรณ์สถาน 111 ปี พระยาพหลพลพยุหเสนา 6. พิพิธภัณฑ์อาวุธทหารปืนใหญ่ 7. ตึกกองบัญชาการเขาน้ำโจน (ชาโต้) ที่น่าสนใจคือรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ และประวัติศาสตร์ของสถานที่อันเกี่ยวข้องกับนโยบายของผู้นำกองทัพและผู้นำประเทศที่สัมพันธ์กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น อาทิ ตึกกองบัญชาการเขาน้ำโจน (ชาโต้) เป็นอาคารรูปทรงแปลกตาสร้างด้วยรูปแบบอาคารในเมืองหนาว สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2487 โดยดำริของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เพื่อให้เป็นจุดสังเกตการณ์ข้าศึก และสังเกตอาณัติสัญญาณจากตึกพิบูลสงคราม ภายในเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับจอมพล ป. และคงไว้ซึ่งเครื่องเรือนในยุคสมัยดังกล่าว

จ. ลพบุรี

พิพิธภัณฑ์ทหารรบพิเศษ ลพบุรี

พิพิธภัณฑ์ทหารรบพิเศษ ก่อตั้งขึ้นในสมัยของพลเอกวิมล วงศ์วานิช ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ทางการทหารและวีรกรรมของหน่วยรบพิเศษ แต่เดิมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก ได้จัดตั้งกองพันทหารพลร่มขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านป่าหวาย ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อ พ.ศ.2497 และได้มีวิวัฒนาการมาเป็นหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษในปัจจุบัน ทั้งนี้หน่วยรบพิเศษเป็นหน่วยทหารที่มีความสำคัญยิ่งหน่วยหนึ่งของกองทัพบกไทยมาทุกยุคทุกสมัย นายทหารหลายท่านที่มาจากหน่วยทหารรบพิเศษได้รับตำแหน่งระดับเป็นผู้นำในกองทัพ ได้แก่ พลเอกสุรยุทธ จุลลานนท์ พลเอกเทียนชัย สิริสัมพันธ์ พลเอกวิมล วงศ์วานิช ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย 8 ห้อง ได้แก่ ห้องแสดงเรื่องการพัฒนาหน่วยรบพิเศษ ห้องจัดแสดงเกี่ยวกับการฝึก-การศึกษาของหน่วยรบพิเศษ ห้องจัดแสดงการปฏิบัติการรบในยุทธการต่าง ๆ ห้องจัดแสดงกิจกรรมที่สำคัญของหน่วยรบ ห้องจำลองปฏิบัติการใต้น้ำ ห้องจำลองปฏิบัติการใต้ดิน ห้องจำลองปฏิบัติการรบในป่า การจัดแสดงทั้งหมดนั้นเพื่อให้ผู้ที่ได้เข้าชม ได้เข้าใจถึงภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบของทหารหน่วยรบพิเศษ ให้เข้าในคำขวัญของหน่วยที่ว่า “พลังเงียบ เฉียบขาด”

จ. ลพบุรี

พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์

พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 ด้วยความดำริของพระครูโสภณธรรมรัต(อาศรม ธมฺมทีโป) เจ้าอาวาสวัดเชิงท่า เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าทางศาสนา ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ อันเป็นสมบัติเก่าแก่ของวัดและของส่วนตัวของท่านพระครูโสภณธรรมรัต วัตถุต่าง ๆ รวบรวมมาจากสองแหล่งสำคัญคือ สมบัติของวัดเชิงท่าที่มีมาแต่เดิม และสมบัติส่วนตัวของท่านพระครูโสภณธรรมรัต แม้วัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับพิพิธภัณฑ์วัดอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป พระคัมภีร์ พระบฎ เครื่องถ้วย ตู้คัมภีร์ ตาลปัตร แต่การจัดแสดงด้วยเรื่องราวของวัด และพระพุทธศาสนาได้ยึดโยงและสอดผสานไปกับสิ่งของจนทำให้ผู้ชมได้เข้าใจชีวิตทางสังคมชาวพุทธได้อย่างลงตัว

จ. ลพบุรี

ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ต่อตั้งเมื่อปี 2523 ในสังกัดวิทยาลัยครูเทพสตรี และได้มีการพัฒนาจนเป็นศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ทำหน้าที่เป็นศูนย์วัฒนธรรมของจังหวัด ภายหลังมีการพระราชทานนามวิทยาลัยครูเป็นสถาบันราชภัฏ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมจึงได้เปลี่ยนเป็นสำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเทพสตรี ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนสถานะจากสถาบันราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ สำนักศิลปวัฒนธรรมจึงเปลี่ยนเป็นสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จนถึงปัจจุบัน โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรมจะมีการจัดกิจกรรมและดำเนินการด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม แบ่งภารกิจเป็น 4 งาน คือ งานธุรการ งานส่งเสริมและเผยแพร่ งานศึกษาค้นคว้าวิจัย และงานหอวัฒนธรรม โดยมีห้องนิทรรศการถาวร 1 ห้อง และห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1 ห้อง

จ. ลพบุรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหัวสำโรง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหัวสำโรง ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของศาลาการเปรียญวัดมะค่า อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ริเริ่มโดยสภาวัฒนธรรมตำบลหัวสำโรง และทางคณะกรรมการวัด ที่เห็นว่าวัตถุและข้าวของพื้นบ้านที่หมดสมัย เพราะวิถีชีวิตและการทำมาหากินที่เปลี่ยนไป มีเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาแทนที่ ของเก่าจึงถูกละทิ้งและเกรงว่าหากไม่เก็บรักษาไว้จะไม่มีเหลือให้คนรุ่นหลังได้เห็นอีกแล้ว จึงคิดเก็บรวบรวมเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไว้ โดยเริ่มในปี พ.ศ. 2549 ใช้สถานที่ชั้นล่างของศาลาการเปรียญวัดมะค่าเป็นที่จัดตั้งสิ่งของที่ได้มาจากการบริจาคของชาวบ้าน จำพวก เครื่องมือทำการเกษตร เครื่องมือทำนา เครื่องดักจับสัตว์น้ำ เครื่องมือช่าง และโบราณวัตถุอื่นๆ เช่น สมุดข่อย คัมภีร์ใบลาน พระพุทธรูป ภาพถ่ายเก่า ทางชุมชนได้รวบรวมข้อมูลของตำบลหัวสำโรง จัดทำเป็นหนังสือ "กรณีตัวอย่างประชาคมตำบลหัวสำโรง" ที่มีข้อมูลของตำบลหัวสำโรงในแง่มุมต่างๆ สำหรับเป็นแหล่งค้นคว้าสำหรับผู้สนใจ

จ. ลพบุรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยเบิ้งโคกสลุง

ดั้งเดิมชาวไทยเบิ้งคือ คนกลุ่มเดียวกับชาวไทยโคราช แต่อพยพโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานบริเวณตำบลโคกสลุง มีภาษาและวัฒนธรรมหลายอย่างคล้ายกับไทยโคราช เอกลักษณ์ของไทยเบิ้งคือภาษา ที่มักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า “เบิ้ง” หรือ “เติ้ง” ทำให้คนทั่วไปเรียกคนกลุ่มนี้ว่าไทยเบิ้ง การมาถึงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับชุมชนชาวไทยเบิ้งบ้านโคกสลุง ทั้งในแง่ต้องเปิดรับกระแสเงินทุนและการพัฒนา ในช่วงเวลาดังกล่าวมีนักวิชาการเริ่มเข้าไปศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชน และเป็นคนกลุ่มแรกที่แนะนำชาวบ้านให้รื้อฟื้นความเป็นไทยเบิ้งกลับมา โดยการสร้างพิพิธภัณฑ์ไทยเบิ้ง ผู้นำชุมชนจึงคิดทำพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเริ่มหาของเก่าที่ชาวไทยเบิ้งไม่ใช้แล้วนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสดงอัตลักษณ์ของพวกเขา ต่อมาเมื่อความสนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์ลดน้อยลง ชาวบ้านได้ทำการรื้อฟื้นการแสดงรำโทน ซึ่งได้รับความนิยมและมักได้รับเชิญไปแสดงในที่ต่างๆ รำโทนกลายเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ในการแสดงตัวตนของชาวไทยเบิ้ง อัตลักษณ์ของชาวไทยเบิ้งได้ย้ายตัวเองจากพิพิธภัณฑ์มาสู่การแสดงวัฒนธรรม

จ. ลพบุรี