รายชื่อพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง

“ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย” หรือ “อ๊ามจุ้ยตุ่ย” หรือ “จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง” เป็นศาลเจ้าจีนในจังหวัดภูเก็ต มีประวัติการก่อตั้งที่ผูกพันอยู่กับประเพณีหรือเทศกาลกินผักของชาวภูเก็ต สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยต้นรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่ที่ ซอยภูธร ถนนระนอง ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดย “จุ้ย” แปลว่า น้ำ “ตุ่ย” แปลว่า ครกตำข้าว เนื่องจากในอดีตบริเวณหน้าศาลเจ้าเป็นคลองกว้าง มีน้ำมาก ชาวบ้านจึงสร้างกังหันขึ้นต่อกับครกตำข้าว เพื่อใช้กำลังจากน้ำมาตำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว (ดูข้อมูลประวัติชุมชนและประวัติศาลเจ้าเพิ่มเติม ที่ https://communityarchive.sac.or.th/community/SanChaoChuituitaobokeng) “พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2563 เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของคณะกรรมการศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และชาวชุมชน โดยคณะกรรมการและชุมชนประสงค์จะพัฒนาพื้นที่บางส่วนของศาลเจ้า จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ บันทึกและบอกเล่าประวัติศาสตร์รวมทั้งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน โดยเฉพาะเทศกาลที่มีชื่อเสียงอันโด่งดังของชาวภูเก็ต คือ “ประเพณีกินผัก” โดยได้รวบรวมเรียบเรียงข้อมูลของชุมชน ของศาลเจ้า รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของศาลเจ้าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แล้วนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ โดยการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 4 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 “ร่องรอยจุ้ยตุ่ย” นำเสนอที่มาของประเพณีกินผักและศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย รวมทั้งจัดแสดงเรื่องเล่าและภาพถ่ายเกี่ยวกับความเป็นมาและพัฒนาการของศาลเจ้าทั้ง 3 ยุค คือ ยุคศาลเจ้าหลังคามุงจาก (ก่อนพ.ศ. 2454 - 2497) ยุคศาลเจ้าหลังคาสังกะสี (พ.ศ. 2503-2524) ยุคศาลเจ้าหินอ่อน (พ.ศ. 2525-ปัจจุบัน) ห้องที่ 2 “แก่นแท้ กินผัก กิ๊วอ๋อง” นำเสนอถึงแก่นแท้ของการกินผัก ความเชื่อมโยงของการถือศีล กินผัก และการบูชาเทพเจ้า คือ “กิ๊วอ๋องไต่เต่” และ “เต้าโบ้เทียนจุน” โดยใช้ตะเกียงน้ำมัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดาวปักเป้า เป็นเครื่องสืบชะตาที่มีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตและการต่ออายุขัยของคนจีน จึงมีการจัดแสดงตะเกียงน้ำมันที่ใช้ในการพิธีกรรมและความหมายที่แฝงอยู่ ห้องที่ 3 “ศาลเจ้า ศูนย์รวม ศรัทธาศักดิ์สิทธิ์” นำเสนอบทบาทของศาลเจ้าที่เป็นเสมือนศูนย์รวมของความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ของทุกอาชีพและทุกชนชั้น ห้องที่ 4 “เจียะฉ่ายแค่จุ้ยตุ่ย” นำเสนอกิจกรรมหรือพิธีกรรมในช่วงกินผัก การจัดแสดงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจุดเด่นด้านวัตถุที่จัดแสดงล้วนเป็นของเก่าแก่ ผ่านการใช้งานจริงในศาลเจ้าและประเพณีการกินผักที่สะท้อนคุณค่า ความเชื่อ และความศรัทธาที่ชุมชนมีต่อเทพเจ้าที่พวกเขานับถือ (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง https://virtual.sac.or.th/localmuseum/chuitui/)

จ. ภูเก็ต

เฮือนเอื้อยคำ

เฮื้อยเอื้อยคำ เป็นเรือนไม้แบบไทลื้อ เจ้าของคือคุณธนนิตย์ และสหัสชายา นุชเทียน แต่เดิมบ้านหลังนี้ได้เปิดบ้านด้านล่างเป็นร้านค้าของชำแห่งหนึ่งในชุมชน ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2554 มีการขยายถนนเป็นสี่ช่องจราจร เจ้าของได้รื้อเพิงร้านค้าด้านหน้าออก ประกอบกับค้าขายไม่สู้จะดีนัก เพราะมีตลาดนัดเข้ามาในชุมชน และมีห้างด้งยักษ์ใหญ่มาตั้งที่เชียงของ จึงหยุดขายของชำ เปลี่ยนไปค้าขายผ้าทอของชุมชนแทน และได้เปิดบ้านด้านล่างโล่งจนเห็นตัวบ้านชัดเจน โดยเฉพาะเสาไม้ทรงกลมจำนวนมาก ที่หาชมยาก เป็นที่สะดุดตาของผู้คนต่างถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา แวะมาชมกันเรื่อยๆ บางคนเรียกบ้านร้อยปี จึงเป็นที่มาของ "เฮือนไทลื้อ 100 ปี" นอกจากการแสดงของความเป็นสถาปัตยกรรมเฮือนไตแล้ว ภายในบ้านมีการจัดแสดงผ้า สิ่งทอ ผ้าเก่า ผ้าโบราณ อุปกรณ์เก่าที่ใช้ในการทอผ้า เครื่องเรือนใช้สอยในวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ และมีผ้าทอจำหน่ายเป็นสินค้า ของฝาก ของที่ระลึกจากชุมชน

จ. เชียงราย

ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยรามัญเจ็ดริ้ว

ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยรามัญเจ็ดริ้ว ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนวัดเจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ริเริ่มก่อตั้งเมื่อราวปี พ.ศ. 2540 โดยคุณครูบังอร หังเสวก ครูภาษาไทยของโรงเรียนวัดเจ็ดริ้ว ครูรู้สึกภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นมอญที่มีอยู่ในตน ด้วยวิญญาณครูที่ชอบบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับเด็กๆ ครูจึงก่อตั้ง “ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยรามัญเจ็ดริ้ว" ขึ้น โดยอาศัยพื้นที่ชั้นล่างของอาคารห้องสมุดโรงเรียนวัดเจ็ดริ้ว โดยครูหวังที่จะส่งผ่านความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นมอญเจ็ดริ้วให้กับนักเรียน ที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานมอญในพื้นที่เจ็ดริ้ว ภายในเป็นการผสมผสานระหว่างการจัดแสดงข้าวของเครื่องมือเครื่องใช้ โบราณวัตถุ สิ่งประดิษฐ์และรายงานของนักเรียน รวมถึงสื่อการเรียนการสอนของคุณครู ศูนย์ฯ นี้จึงเป็นทั้งพื้นที่การเรียนการสอนและเปิดให้คนทั่วไปที่สนใจวัฒนธรรมมอญเข้ามาเยี่ยมชม

จ. สมุทรสาคร