รายชื่อพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา(พีดีเอ)

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2545 เพื่อเป็นสถานที่สำหรับการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับชนบนพื้นที่สูงในจังหวัดเชียงราย และยังเป็น “เวที” ในการประชาสัมพันธ์ผลงานต่าง ๆ ในการทำงานของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (พีดีเอ) ส่วนจัดแสดงตั้งอยู่บนชั้น 3 ของอาคารสมาคมฯ พีดีเอ ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ห้องฉายสไลด์ประกอบคำบรรยายนำเสนอวิถีชีวิตความเป็นอยู่ นิทรรศการ และร้านขายของที่ระลึก ส่วนจัดแสดงนำเสนอชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม วัตถุสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร เครื่องจักสาน เครื่องมือล่าจับดักสัตว์ เครื่องดนตรี ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับชนบนพื้นที่สูง 6 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง

จ. เชียงราย

พิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร

พิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่โดย พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม, ประธานเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นล้านา เริ่มจากการที่ได้ศึกษาเอกสารตำราคัมภีร์พับสาที่ได้รับการถ่ายทอดจากพระครูรัตนบุญญากร อาจารย์ที่สอนอักษรล้านนาและตำรายันต์ต่าง ๆ ให้ตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร และได้เก็บสะสมยันต์ล้านนาเอาไว้ตามความเชื่อของชาวล้านนา ต่อมาเมื่อปี 2559 ได้ย้ายจากวัดศรีโคมคำ มาจำวัดอยู่ที่ วัดธรรมิการาม ตำบลขุนควร อำเภอปง ก็ได้เริ่มปรับกุฏิไม้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ยันต์ และได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มุ่งจัดเก็บรักษายันต์ล้านนาในแต่ละประเภทไว้เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดองค์ความรู้ ความเชื่อ ของชาวล้านนาผ่านยันต์ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงยันต์ในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมทั้งเอกสารโบราณ และเครื่องรางของขลังต่าง ๆ ตามความเชื่อของชาวล้านนาภายในพิพิธภัณฑ์ได้แบ่งการจัดแสดงไว้ ดังนี้ ห้องที่ 1 ห้องครู ภายในห้องจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาครู มีเศียรครูต่าง ๆ และเป็นห้องคลังเก็บยันต์และตำรายันต์ต่าง ๆ ไว้ ห้องที่ 2 ห้องยันต์ผ้า ภายในจัดแสดงผ้ายันต์แบบต่าง ๆ เช่น ยันต์พุทธสิหิงค์หลวง ซึ่งถือว่าเป็นจักรพรรดิแห่งยันต์ล้านนา เป็นยันต์มงคลสูงสุด, ยันต์เมตตามหานิยม , ยันต์เสริมดวงชะตา, เสื้อยันต์ – กางเกงยันต์แบบต่าง ๆ , ยันต์ข่าม/คงกระพันชาตรี และยันต์ป้องกันภัย ห้องที่ 3 ห้องเครื่องรางของขลัง ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังตามความเชื่อของชาวล้านนาในแบบต่าง ๆ รวมถึงจัดแสดงพระเครื่องที่หาชมได้ยาก เช่น พระสิงห์หนึ่งทองคำ , พระสังกัจจายทองคำ, พระงาแกะ, พระไม้ล้านนา และยังจัดแสดงตะกรุดล้านนาในแบบต่าง ๆ ด้วย ห้องที่ 4 ห้องยันต์เทียน จัดแสดงตำรายันต์เทียนรูปแบบต่าง ๆ การสาธิตการลงยันต์เทียน และจัดแสดงเกี่ยวกับยันต์ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย เช่น ยันต์ปาทะ / รอยเท้ารอยมือครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นต้น ห้องที่ 5 ห้องพระ ได้แก่ห้องโถงด้านนอกเป็นสถานที่จัดแสดงผ้ายันต์ขนาดใหญ่พร้อมทั้งข้อมูลยันต์ล้านนา และเป็นสถานที่ตั้งพระแก้วมรกตจำลองเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา บริเวณด้านล่างของอาควรพิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร จัดเป็นห้องสมุดสำหรับค้นคว้าเอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และหนังสืออ่านทั่วไป (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง https://virtual.sac.or.th/localmuseum/khunkhuan/)

จ. พะเยา

พิพิธภัณฑ์โทรศัพท์ภาคเหนือ

พิพิธภัณฑ์โทรศัพท์ภาคเหนือ ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาคารชุมสายโทรศัพท์แบบเดิม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ซึ่งถือเป็นที่ตั้งของชุมสายโทรศัพท์แห่งแรกในภูมิภาค เป็นอาคารเก่าแก่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนจัดแสดงประวัติความเป็นมา ชั้นล่างมีจุดสักการะพระบรมรูปของรัชกาลที่ 9 โดยภายในมีการจัดแสดงประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จัดแสดงอุปกรณ์ เครื่องมือสื่อสาร ตลอดจนสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

จ. เชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดเชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ภายใต้การกำกับดูแลของกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เดิมเป็นอาคารราชพัสดุ ซึ่งเคยเป็นบ้านของเจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง กระทั่งปี พ.ศ. 2538 กรมธนารักษ์ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็น “ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่” เพื่อจัดแสดงนิทรรศการสำหรับเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเงินตราไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการ ภายในอาคาร ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม โดยยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านทิพวรรณไว้ ทั้งนี้ นิทรรศการที่ปรับปรุงใหม่มุ่งเน้นจัดแสดงเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเงินตราโบราณ และเหรียญกษาปณ์ประเภทต่าง ๆ ตลอดจนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงมีการปรับภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเงินตราที่ทันสมัย พร้อมทั้งให้บริการจำหน่ายเหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ ภายใต้ชื่อ “พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดเชียงใหม่”

จ. เชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดเทพราช

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดเทพราช ตั้งอยู่ที่วัดเทพราชปวนาราม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติเกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสต้น เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2451 โดยภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเครื่องไทยธรรมที่รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาครั้งเสด็จประพาส อาทิ ตาลปัตร บาตร กระโถน เชี่ยนหมาก และเรือพาย นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้เก่าในสมัยโบราณของชาวบ้านที่สะท้องถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของท้องถิ่น โดยสิ่งของเหล่านี้ได้รับการบริจาคมาจากชาวบ้าน เพื่อนำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์และให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักเรียนและประชาชนทั่วไป

จ. ฉะเชิงเทรา

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด

พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูด ก่อตั้งขึ้นหลังการมรณภาพของท่านพระครูพิศาลสาธุวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าพูด เมื่อ พ.ศ. 2540 โดยคณะกรรมการของวัดได้มีมติให้จัดทำพิพิธภัณฑ์ของวัดขึ้นด้วยเกรงว่าวัตถุโบราณทั้งหลายจะสูญหาย โดยใช้หอไตรของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ได้มีการรวบรวมโบราณวัตถุเก่าแก่และมีค่าที่เป็นวัตถุดั้งเดิมของวัด ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่จัดแสดงปัจจุบันมีอาคารจัดแสดง 3 หลังได้แก่ อาคารหลังแรก เดิมเป็นหอไตรของวัด เป็นอาคารชั้นเดียวใต้ถุนสูง ต่อมาดัดแปลงให้จัดแสดงสิ่งของทั้งชั้นบนและล่าง ของสำคัญอาทิ พระยานมาศ กระโถนถมปัทม์ กาน้ำชา และหัวเรือกัญญา ซึ่งเป็นสิ่งของที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราชทานแด่หลวงพ่อรด เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดท่าพูด อาคารหลังที่สอง เดิมเป็นกุฏิของท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อน(พระครูพิศาลสาธุวัฒน์) เป็นอาคารไม้สองชั้น ชั้นล่างจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของพระครูพิศาลสาธุวัฒน์ เครื่องลายคราม ธนบัตร เปลือกหอย เถรอดเพล เป็นต้น โดยสิ่งของจำนวนหนึ่งได้ขนย้ายมาจากหอไตร เพื่อมาจัดแสดงไว้ที่อาคารหลังใหม่นี้ ส่วนชั้นบน เดิมนั้นเป็นนิทรรศการชั่วคราว จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของทางพิพิธภัณฑ์ ต่อมาในกลางปี พ.ศ. 2548 ทางพิพิธภัณฑ์ได้ดัดแปลงชั้นบน เป็นคลังวัตถุของพิพิธภัณฑ์ อาคารหลังที่สาม เดิมเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัด ชั้นบนจัดแสดงตู้พระธรรมลายรดน้ำ ตาลปัตร หนังสือพิมพ์เก่าย้อนยุค รูปถ่ายเก่าของวัด เป็นต้น ส่วนชั้นล่าง จัดแสดง เครื่องมือทางการเกษตร

จ. นครปฐม