รายชื่อพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน วัดป่าแสงอรุณ

วัดป่าแสงอรุณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์เทสก์ เทศรังสี (หลวงปู่เทสก์) วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย และพระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล เริ่มแรกยังมิได้มีการตั้งชื่อวัด เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "วัดป่าพระคือ" เนื่องจากชาวบ้านพระคือให้ความอุปถัมภ์วัดมาก่อน ต่อมาหมู่บ้านเลิงเปือยให้การอุปถัมภ์บำรุงวัด และมีการตั้งชื่อวัดใหม่ว่า "วัดป่าแสงอรุณ" ต่อมา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2528 ทางวัดได้รับพระราชทาวิสุงคามสีมา มีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจคืออุโบสถ ที่เป็นสิมอีสานประยุกต์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบอีสานตอนบนผสมผสานกับสถาปัตยกรรมภาคกลาง ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชาวชนบทอีสาน เป็นลักษณะเป็นซุ้มมีหลังคา แต่ละซุ้มจัดแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวชนบทอีสาน โดยนำเสนอเป็นลักษณะหุ่นปั้นเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรม การหาอยู่หากินของชาวชนบทอีสาน

จ. ขอนแก่น

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสังลาน

วัดสังลาน เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งโดยคนเชื้อสายมอญที่อพยพมาถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พิพิธภัณฑ์วัดสังลาน ก่อตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ. 2553 เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลบางกะดี วัดสังลาน และชุมชน อาคารจัดแสดงเป็นอาคารสองชั้นได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากเทศบาลตำบล ส่วนข้าวของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เป็นวัตถุดั้งเดิมของวัดและได้รับบริจาควัตถุต่างๆ เพิ่มเติมจากชาวบ้านเมื่อทราบว่าทางวัดจะทำพิพิธภัณฑ์ ชั้นล่างอาคารนำเสนอนิทรรศการประเพณีสำคัญของชาวมอญ จำลองครัวไฟ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร ส่วนชั้นที่สองวัตถุจัดแสดงเป็นวัตถุที่เกี่ยวเนื่องทางศาสนาของวัดแต่เดิม อาทิ กล่องไม้เก็บคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ภาษามอญและไทย เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง เป็นต้น

จ. ปทุมธานี

พิพิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ

หมู่บ้านศาลาแดงเหนือเป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายมอญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอสามโคก ปทุมธานี เป็นหมู่บ้านสำคัญที่ผู้คนส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพค้าขายทางเรือ และใช้เรือในชีวิตวิถีประจำวันมาตั้งแต่อดีต พิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ ก่อตั้งโดยชาวบ้านในชุมชนที่ต้องการแสดงถึงประวัติศาสตร์และอดีตความน่าสนใจของวิถีชีวิตชาวมอญบ้านศาลาแดงเหนือที่ผูกพันกับสายน้ำ โดยรวบรวมเรือของวัดและชาวบ้านมาจัดแสดงไว้ในศาลาทรงไทยเปิดโล่งชั้นเดียวภายในวัดศาลาแดงเหนือ  เรือที่อยู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ มีหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นเรือที่วัดใช้อดีต มีหลายลำที่หาชมยากและสวยงาม หน้าที่การใช้งานของเรือแต่ละลำบอกเล่าถึงชีวิตวัฒนธรรมของชาวมอญศาลาแดงเหนือ และความสัมพันธ์กับชุมชนอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน ลำที่ถือเป็นดาวเด่นคือ เรือมาดเก๋ง 2 แจว ที่เป็นพาหนะประจำของของหลวงปู่บุนนาค ปทุโม อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาแดงเหนือ

จ. ปทุมธานี

พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง

พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดีที่บริหารจัดการโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลห้วยชัน โดยก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณสวนรุกขชาติคูเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน นักโบราณคดีได้ขุดพบซากเมืองโบราณบ้านคูเมือง ลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น ชาวบ้านเรียกว่าคูเมือง ตามลักษณะการสร้างเมืองแบบโบราณ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองเก่าสมัยทวาราวดีอายุราว 1, 200 ปี ขุดค้นพบโบราณวัตถุจำพวกภาชนะดินเผา เช่น เครื่องถ้วยชาม หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่าง ๆ ตะคันดินเผา ธรรมจักรหินเขียว ตุ้มหู ลูกปัด หินสี และที่สำคัญคือ เหรียญเงินมีคำจารึกว่า "ศรีทวารวดีศวรปุญยะ" ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ชี้ให้เห็นว่าในอดีตบริเวณดังกล่าวเคยเป็นน่าชุมชนสำคัญหนึ่งตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันวัตถุโบราณที่ค้นพบส่วนหนึ่งได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี นอกจากเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังสามารถชมสวนรุกขชาติ ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เดินป่าชมพืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นแจงสูงที่สุดในประเทศไทย

จ. สิงห์บุรี

พิพิธภัณฑ์กรมทางหลวง

พิพิธภัณฑ์กรมทางหลวง เป็นพิพิธภัณฑ์ของหน่วยงานราชการ ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้บริหารได้เดินทางไปราชการเพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกอบรม ณ ศูนย์ฝึกอบรมฝ่ายช่างกล อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พบว่ามีเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และเอกสารหลักฐานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกรมทางหลวงในอดีต และทรงคุณค่ายิ่งต่อประวัติศาสตร์งานทางอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดเรื่องการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสถานที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาด้านงานทาง ประกอบกับปีพุทธศักราช 2555 กรมทางหลวง ได้รับการสถาปนาขึ้นครบ 100 ปี โครงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์กรมทางหลวง จึงเป็นวาระสำคัญประการหนึ่งในวโรกาสแห่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้ของกรมทางหลวง ส่วนจัดแสดงที่น่าสนใจ คือรถยนต์ตรวจการณ์พระที่นั่งฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับขณะทรงทอดพระเนตรโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 ตอนลำปาง-เด่นชัย เมื่อ พ.ศ. 2521 รถแทรกเตอร์ไอน้ำ วัสดุอุปกรณ์สำหรับงานก่อสร้างทางที่หาชมได้ยาก

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบนพื้นที่สูงบ้านพระบาทห้วยต้ม

ชุมชนพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ ชุมชนบ้านพระบาทห้วยต้ม เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอที่อพยพมาจากแม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 เพื่อต้องการมาอยู่ใกล้ชิดกับหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา(ครูบาวงศ์) เพื่อจะได้ทําบุญถือศีลปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ เรียกได้ว่าเป็นชุมชนปกาเกอะญอที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ถือมังสวิรัติ มีภูมิปัญญาด้านงานหัตถกรรมหลายอย่าง อาทิ การทอผ้า การทำเครื่องเงิน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบนพื้นที่สูงบ้านพระบาทห้วยต้ม  ริเริ่มโดยศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในชุมชน ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการชุมชนบนพื้นที่สูง ประจำปี พ.ศ. 2559 เพื่อให้ครบวงจรการท่องเที่ยวคือเยี่ยมชมวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม สักการะพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์  ชมการสาธิตงานหัตถกรรม  เลือกซื้อผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกงานฝีมือของคนในชุมชน  ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดง เครื่องแต่งกาย  ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทางการเกษตร ของชาวปกาเกอะญอ

จ. ลำพูน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดดอนมูล

พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดดอนมูลก่อตั้งโดยวัดดอนมูล ตามดำริของพระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าอาวาสวัดดอนมูล ที่ต้องการจะสร้างสถานที่เพื่อเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใชัทั้งของวัดดอนมูลเอง และของชุมชนไว้ให้เป็นที่ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับบ้านดอนมูล โดยได้ใช้อาคารเก่าของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนมูล-เจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัด มาบูรณะเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื่อนที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ปัจจุบันทางวัดดอนมูลได้บริหารจัดการดูและร่วมกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านดอนมูล - ตำบลดู่ใต้

จ. น่าน

พิพิธภัณฑ์วัดสุวรรณบำรุงราชวราราม

วัดวัดสุวรรณบำรุงราชวราราม ตั้งอยู่ในคลอง 9 ฝั่งอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์วัดสุวรรณบำรุงราชวราราม ตั้งอยู่ภายในชั้นล่างของศาลาการเปรียญของวัด ซึ่งเป็นศาลาเก่าอายุกว่า 40 ปี ภายในจัดแสดงของใช้พื้นบ้าน และเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำนา ซึ่งเป็นข้าวของที่ชาวบ้านบริจาคแก่วัด เนื่องจากพื้นที่โดยรอบแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งรังสิต ที่มีการทำการเกษตรมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นการเปิดพื้นที่ทำนาอย่างกว้างขวางหลังจากมีการขุดคลองรังสิต อย่างไรก็ดีในปี พ.ศ. 2555 เกิดเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวอดทั้งหลัง ทำให้ข้าวของในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดเสียหาย วัดจึงจำเป็นต้องปิดพิพิธภัณฑ์

จ. ปทุมธานี