รายชื่อพิพิธภัณฑ์

โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้

เนื่องจากพิพิธภัณฑ์เล่นได้ ที่ตั้งอยู่หน้าวัดป่าแดด มีเหตุจำเป็นบางประการต้องปิดตัวลงในสถานที่ทำการเดิม คณะผู้ก่อตั้งนำโดยคุณวีรวัฒน์ กังวานนวกุล ได้หาพื้นที่ใหม่ที่ไม่ไกลจากที่เดิม และได้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ในชื่อใหม่ที่เรียกว่า "โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้" แต่ยังคงแนวคิดเดิมคือการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ผ่านของเล่นที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และของเล่นพื้นบ้านที่ผลิตโดยผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ด้วยเชื่อว่า ของเล่นสร้างการเรียนรู้ได้ และการเล่นทำให้เกิดการค้นพบ โดยนำบทเรียนจากการทำงานในพิพิธภัณฑ์เล่นได้กว่าสิบปี มาปรับรูปแบบใหม่เป็นโรงเล่น มีสามเรื่องที่สนใจคือ "สร้างพื้นที่เล่น รักษาของเล่นเก่า และพัฒนาของใหม่" ซึ่งโจทย์ใหม่ในการทำงาน จากทีมงานรุ่นใหม่ในนาม "young maker" ที่ต้องการนำความรู้ด้านการประดิษฐ์และงานกลไกที่สนใจ มาพัฒนาต่อยอด ทำให้ของเล่นที่คุ้นเคยแบบเดิมมีชีวิตชีวา และตื่นตาตื่นใจมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ของเล่นอยู่ได้ยั่งยืน ไม่สูญหายไปพร้อมคนเฒ่าคนแก่ โรงเล่นยังจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปหลากหลายผ่านการเล่น และการประดิษฐ์ของเล่น

จ. เชียงราย

พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ สงขลา

เมื่อกรมธนารักษ์มีนโยบายขยายงานการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ในภูมิภาค โดยการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์จังหวัดสงขลาและโอนภารกิจด้านการรับจ่าย-แลกเหรียญกษาปณ์สังกัดสำนักบริหารเงินตราไปสังกัดสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สงขลา รวมทั้งย้ายที่ทำการไปตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันที่ศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์จังหวัดสงขลาแห่งใหม่ สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินจึงมีโครงการที่จะปรับปรุงพื้นที่บริเวณศาลาธนารักษ์ 2 และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สงขลาเดิม เพื่อจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินเพิ่มเติม รวมทั้งมีการคัดเลือกทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินพร้อมเหรียญกษาปณ์และเงินตราไทยโดยเฉพาะที่พบในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ออกมาหมุนเวียนจัดแสดง ณ ศาลาธนารักษ์ 2 เพื่อให้เยาวชนและประชาชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาคได้มีโอกาสเข้าชม รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์เงินตรา เหรียญกษาปณ์ และทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยพิพิธภัณฑ์จะพาย้อนกลับไปสู่เรื่องราวของผู้คนบนคาบสมุทรภาคใต้ ตั้งแต่เมื่อครั้งดินแดนคาบสมุทรภาคใต้ของไทยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าโบราณสำคัญเมื่อราว 2,000 ปีมาแล้ว ที่เรียกว่า "เส้นทางสายไหมทางทะเล" เป็นจุดเชื่อมเส้นทางการค้าของซีกโลกตะวันตกและตะวันออก ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่เรียกกันว่า "สุวรรณภูมิ" พัฒนาการต่อเนื่องมาถึงยุคที่มีการผลิตเงินตราท้องถิ่นขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน ก่อนจะยกเลิกเงินตราท้องถิ่นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเปลี่ยนมาใช้เงินตราที่ผลิตจากส่วนกลาง ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ และเป็นเงินตราซึ่งมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระบบสากล

จ. สงขลา

พิพิธภัณฑ์พืช กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

พิพิธภัณฑ์สมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นหน่วยงานในสังกัดสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข รวบรวมตัวอย่างสมุนไพรแห้งและดอง (herbarium specimens) ตัวอย่างเครื่องยา (crude drug collections) ประมาณ 5,000 หมายเลข จัดทําข้อมูลลักษณะทางพฤกศาสตร์จํานวน 120 ชนิด ภาพวาดลายเส้นสมุนไพรจํานวน 5 ตํารับ 72 ชนิด และเอกลักษณ์ โครมาโทรกราฟี แบบชั้นบางของสมุนไพร (TLC fingerprint) จํานวน 60 ชนิด นอกจากนี้ยังได้จัดทําระบบฐานข้อมูลตัวอยาง สมุนไพรออนไลน์ทางเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชน นักวิจัย และผู้สนใจทัวไป ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์สมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีตัวอย่างสมุนไพรมากกว่า 3,000 ชนิด 5,000 หมายเลข เป็นแหล่งศึกษา วิจัย สํารวจ รวบรวมตัวอย่างสมุนไพรที่ใช้ในตํารับยาแผนไทย สมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาสามัญประจําบ้าน สมุนไพรหายาก ใกล้สูญพันธุ์ ที่มีคุณค่าต่อการศึกษาวิจัยและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยจัดเก็บในรูปแบบตัวอย่างพรรณไม้แห้ง ดอง และตัวอย่างเครื่องยา ตามรูปแบบพิพิธภัณฑ์พืชสากล จัดทํามาตรฐานและพิสูจน์เอกลักษณ์สมุนไพรด้วยวิธีการทางอนุกรมวิธานพืช (plant taxonomy) กายวิภาคศาสตร์ (plant anatomy) พฤกษเคมี (plant phytochemicals) และชีวโมเลกุลของพืช (plant molecular biology) เพื่อรองรับการอ้างอิงมาตรฐานสมุนไพรเพื่อการวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์ผ้าทอมือหริภุญชัย

สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ผู้เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาการทอผ้าของคนลำพูน ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และด้วยเกรงว่าจะสูญหายไปกับกาลเวลา อบจ.ลำพูนจึงได้จัดตั้งสถาบันนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการทอผ้าด้วยมือและสืบทอดวัฒนธรรมการทอผ้าของจังหวัดลำพูน เพื่อพัฒนาตลาดผ้าทอ สร้างอาชีพที่มั่นคงและมีคุณค่าของจังหวัดลำพูน ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมการทอผ้าของคนลำพูน เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของผ้าทอ ผ้าทอที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง คือผ้าไหมยกดอกลำพูน ซึ่งถือเป็นราชินีของผ้าไหมยกดอกแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความสวยงาม มีประวัติความเป็นมาแต่ครั้งเจ้าดารารัศมีได้คิดค้นวิธีการทอผ้ายกดอก และถ่ายทอดศิลปะผ่านลายผ้าให้เป็นเครื่องแต่งกายของคนชั้นสูง และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI)

จ. ลำพูน

หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดีและหอพระราชประวัติบรมราชบุพการีกิตติประกาศ

เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ 150 ปี พระราชสมภพสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และ 120 ปี พระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใน พ.ศ. 2555 คณะพยาบาลศาสตร์จึงได้จัดสร้าง “หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดี” และ “หอพระราชประวัติบรมราชบุพการีกิตติประกาศ” ณ บริเวณชั้น 1 ของอาคารมหิดลอดุลยเดช-พระศรีนครินทร เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทั้งสามพระองค์ทรงมีต่อคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และวิชาชีพการพยาบาล และเพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณให้เกิดแรงบันดาลใจแก่อนุชนรุ่นหลังในการมีจิตวิญญาณของการเป็น “ผู้ให้” โดยยึดถือประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลัก หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดี เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และถ่ายทอดแนวพระราชดำริและพระราชจริยวัตรอันงดงามอันเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตแก่นักศึกษาพยาบาล พยาบาลวิชาชีพ นอกจากนี้ ยังมี ห้องนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “นราธิวาสกัลยาณวัฒน์” จัดแสดงนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงมีต่อคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิชาชีพการพยาบาล และการสาธารณสุขไทย

จ. นครปฐม

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชีวิตชาวชนบทอีสาน วัดป่าแสงอรุณ

วัดป่าแสงอรุณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์เทสก์ เทศรังสี (หลวงปู่เทสก์) วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย และพระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล เริ่มแรกยังมิได้มีการตั้งชื่อวัด เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "วัดป่าพระคือ" เนื่องจากชาวบ้านพระคือให้ความอุปถัมภ์วัดมาก่อน ต่อมาหมู่บ้านเลิงเปือยให้การอุปถัมภ์บำรุงวัด และมีการตั้งชื่อวัดใหม่ว่า "วัดป่าแสงอรุณ" ต่อมา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2528 ทางวัดได้รับพระราชทาวิสุงคามสีมา มีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจคืออุโบสถ ที่เป็นสิมอีสานประยุกต์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบอีสานตอนบนผสมผสานกับสถาปัตยกรรมภาคกลาง ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งวิถีชาวชนบทอีสาน เป็นลักษณะเป็นซุ้มมีหลังคา แต่ละซุ้มจัดแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวชนบทอีสาน โดยนำเสนอเป็นลักษณะหุ่นปั้นเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรม การหาอยู่หากินของชาวชนบทอีสาน

จ. ขอนแก่น

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสังลาน

วัดสังลาน เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งโดยคนเชื้อสายมอญที่อพยพมาถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พิพิธภัณฑ์วัดสังลาน ก่อตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ. 2553 เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลบางกะดี วัดสังลาน และชุมชน อาคารจัดแสดงเป็นอาคารสองชั้นได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากเทศบาลตำบล ส่วนข้าวของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เป็นวัตถุดั้งเดิมของวัดและได้รับบริจาควัตถุต่างๆ เพิ่มเติมจากชาวบ้านเมื่อทราบว่าทางวัดจะทำพิพิธภัณฑ์ ชั้นล่างอาคารนำเสนอนิทรรศการประเพณีสำคัญของชาวมอญ จำลองครัวไฟ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร ส่วนชั้นที่สองวัตถุจัดแสดงเป็นวัตถุที่เกี่ยวเนื่องทางศาสนาของวัดแต่เดิม อาทิ กล่องไม้เก็บคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ภาษามอญและไทย เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง เป็นต้น

จ. ปทุมธานี

พิพิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ

หมู่บ้านศาลาแดงเหนือเป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายมอญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอสามโคก ปทุมธานี เป็นหมู่บ้านสำคัญที่ผู้คนส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพค้าขายทางเรือ และใช้เรือในชีวิตวิถีประจำวันมาตั้งแต่อดีต พิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ ก่อตั้งโดยชาวบ้านในชุมชนที่ต้องการแสดงถึงประวัติศาสตร์และอดีตความน่าสนใจของวิถีชีวิตชาวมอญบ้านศาลาแดงเหนือที่ผูกพันกับสายน้ำ โดยรวบรวมเรือของวัดและชาวบ้านมาจัดแสดงไว้ในศาลาทรงไทยเปิดโล่งชั้นเดียวภายในวัดศาลาแดงเหนือ  เรือที่อยู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ มีหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นเรือที่วัดใช้อดีต มีหลายลำที่หาชมยากและสวยงาม หน้าที่การใช้งานของเรือแต่ละลำบอกเล่าถึงชีวิตวัฒนธรรมของชาวมอญศาลาแดงเหนือ และความสัมพันธ์กับชุมชนอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน ลำที่ถือเป็นดาวเด่นคือ เรือมาดเก๋ง 2 แจว ที่เป็นพาหนะประจำของของหลวงปู่บุนนาค ปทุโม อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาแดงเหนือ

จ. ปทุมธานี

พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง

พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดีที่บริหารจัดการโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลห้วยชัน โดยก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณสวนรุกขชาติคูเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน นักโบราณคดีได้ขุดพบซากเมืองโบราณบ้านคูเมือง ลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น ชาวบ้านเรียกว่าคูเมือง ตามลักษณะการสร้างเมืองแบบโบราณ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองเก่าสมัยทวาราวดีอายุราว 1, 200 ปี ขุดค้นพบโบราณวัตถุจำพวกภาชนะดินเผา เช่น เครื่องถ้วยชาม หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่าง ๆ ตะคันดินเผา ธรรมจักรหินเขียว ตุ้มหู ลูกปัด หินสี และที่สำคัญคือ เหรียญเงินมีคำจารึกว่า "ศรีทวารวดีศวรปุญยะ" ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ชี้ให้เห็นว่าในอดีตบริเวณดังกล่าวเคยเป็นน่าชุมชนสำคัญหนึ่งตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันวัตถุโบราณที่ค้นพบส่วนหนึ่งได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี นอกจากเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังสามารถชมสวนรุกขชาติ ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เดินป่าชมพืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นแจงสูงที่สุดในประเทศไทย

จ. สิงห์บุรี