รายชื่อพิพิธภัณฑ์

บ้านชะอาน

กลุ่มบ้านชะอาน (ชะอานคือชื่อดั้งเดิมของหมู่บ้านชะอำ) เป็นการรวมตัวของกลุ่มอาสาสมัครเดิมที่เรียกว่า กลุ่มลูกคุณหญิงรักษ์ ที่แรกเริ่มคือกลุ่มครูและนักเรียน และศิษย์เก่าโรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี นำโดยอ.เอื้อมพร โตภานุรักษ์กุล2541 ที่รวมตัวกันเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเยาวชนผ่านการทำงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเขตชะอำ ต่อมาขยายการศึกษาและเรียนรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมท้องถิ่น และได้ใช้พื้นที่บ้านเลขที่ 664/21 เป็นศูนย์ประสานงาน และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองชะอำ และเครื่องแต่งกายและผ้าทอกลุ่มชาติพันธุ์ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าโบราณจากเมืองท่ามะริดสู่เพชรบุรี

จ. เพชรบุรี

พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชุมชนบ้านคลองผีเสื้อ

พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชุมชนคลองผีเสื้อ ตั้งอยู่ในชุมชนเกาะลัดอีแท่น ต.บางเตย อ.สามพาน จ.นครปฐม เกาะลัดอีแท่นเป็นเกาะที่เกิดจากการขุดคลองลัด เพื่อเชื่อมคลองขุดจากแม่น้ำท่าจีนจากฝั่งหนึ่ง โดยให้ทะลุผ่านไปอีกทางด้านหนึ่งของแม่น้ำท่าจีน พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชุมชนคลองผีเสื้อเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกษตรวิถีชุมชน เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลที่ก่อตั้งโดยคุณพนม ศรีสนิท ซึ่งเป็นคนดั้งเดิมของชุมชนเกาะลัดอีแท่น คุณพนมชื่นชอบและสะสมเครื่องมือทางการเกษตร รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านของภาคกลางอื่นๆ ไว้จำนวนมาก จึงคิดก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2557 เพื่อจัดแสดงข้าวของที่ตนเองสะสมไว้ อาทิ เช่น อุปกรณ์การทำนา เครื่องมือทางการเกษตรสมัยก่อน จำพวกคันไถ ระหัดชกมวย มีด สุ่มจับปลา หม้อตาล เครื่องลายคราม เป็นต้น

จ. นครปฐม

ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม

ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ตั้งอยู่ในอาคารเก่าของโรงสีแดง ยี่ห้อหับ โห้ หิ้น ถ.นครนอก ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา ริมทะเลสาบสงขลา ก่อตั้งเมื่อ ปี 2552 โดยกลุ่มรักเมืองเก่าสงขลา ที่ประกอบด้วยนักวิชาการท้องถิ่น ที่มีสำนึกต่อการอนุรักษ์เมืองเก่าสงขลา ในมิติด้านมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่น จึงได้ก่อตั้งขึ้นในรูปขององค์กรภาคประชาสังคม จดทะเบียนในรูปของ "สมาคม" โดยมีตัวอาคารเก่าของโรงสี ยี่ห้อ หับ โห้ หิ้น ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2454 และเลิกกิจการไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เจ้าของโรงสียังคงอนุรักษ์ตัวอาคารของโรงสีไว้ เหตุที่เรียกว่า "โรงสีแดง" เพราะตัวอาคารทาสีแดงสด มาตั้งแต่แรกสร้างจนถึงปัจจุบัน

จ. สงขลา

หอศาสตราแสนเมืองฮอม

อาจารย์ภูเดช แสนสา ผู้ก่อตั้งหอศาสตราแสนเมืองฮอม ให้ข้อมูลว่าหอศาสตราแสนเมืองฮอม ตั้งตามนามเจ้าใหม่แสนเมืองฮอม เป็นต้นตระกูลแสนสา และแสนมูล เจ้านายเชื้อสายเจ้าฟ้าเมืองเชียงแสน ที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่เมืองลอง เมื่อปี พ.ศ. 2347 มีบุตรชาย คือแสนไชยยะปราบเมือง หรือเจ้าน้อยไชยสาร เป็นอดีตแม่ทัพเมืองลอง โดยเมืองลองเป็นหัวเมืองหน้าด่านด้านตะวันออกหมอกขาวของอาณาจักรล้านนา และมีบ่อเหล็กที่มีคุณภาพดีของล้านนา จนมีคำกล่าวว่า เหล็กดีเหล็กเมืองลอง ตองดีตองพะยาว หมายความว่าเหล็กคุณภาพดีเหล็กของเมืองลอง ทองเหลืองคุณภาพดีของ เมืองพะเยา อาจารย์ภูเดชระบุว่าตนเองเป็นทายาทรุ่นที่ 7 มีถิ่นฐานอยู่ในหมู่บ้านนาตุ้ม อันเป็นที่ตั้งของบ่อเหล็กเมืองลอง และ มีบรรพบุรุษเกี่ยวข้องกับบ่อเหล็กลองมาหลายชั่วอายุคน จึงพยายามเก็บรวบรวมอาวุธโบราณต่างๆ เช่น หอก ดาบ ง้าว หลาว แหลน สามง่าม ธนู ปืน เป็นต้น แล้วจึงนำของสะสมทั้งหมด 20 กว่าปี มาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ (ที่มา : กศน.อำเภอลอง http://borleklong.longnfe.go.th/?p=148) (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง https://virtual.sac.or.th/localmuseum/saenmuanghom/)

จ. แพร่

ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน

ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน ก่อกำเนิดจากการทำงานวิจัยไทบ้านของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านเชียงคาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จากนั้นกลุ่มได้เริ่มเก็บไม้ลอยน้ำเพื่อนำมาสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ ต่อมาองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) เข้ามาสนับสนุนงบประมาณการสร้างศูนย์เรียนรู้ วัตถุประสงค์ของศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคานคือ ต้องการรักษาวิถีวัฒนธรรมการดำรงชีพของบรรพบุรุษ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน บอกถึงปัญหาอุปสรรคที่มากระทบกับวิถีชุมชน เช่น การขึ้นลงของแม่น้ำโขงไม่ปรกติเมื่อครั้นอดีต ในรูปแบบของนิทรรศการวิถีชีวิตแม่น้ำโขง โมเดลปลาชนิดต่างๆ รวมถึงมีการแสดงเครื่องมืออุปกรณ์หาปลาที่ใช้งานได้ เช่น มอง (ข่าย) เบ็ด ซ้อน และเอกลักษณ์การหาปลาที่ไม่เหมือนใครคือการหาปลาด้วย “นาม”

จ. เลย

บ้านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์(พ.ค.ม.) หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 11

หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 11 หรือในชื่อเดิมคือหมู่บ้านรัตนกิตติ 3 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากาบัง โดยกองทัพบก (แม่ทัพภาคที่ 4) ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จากกรมป่าไม้ จัดสรรให้แก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(กลุ่มคอมมิวนิสต์มลายา) เพื่อให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติ ไทยที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ได้มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยอันเป็นหลักประกันชีวิตและครอบครัว เป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน เพื่อให้ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมด้านป่าไม้และน้ำ ตลอดจนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนาฯ ดังกล่าวอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ การจัดทำพิพิธภัณฑ์คือการรวบรวมและจัดแสดงวัสดุอุปกรณ์ อาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ ภาพถ่าย เอกสาร ของกลุ่มคอมมิวนิสต์มลายาที่ต่อสู้กับรัฐบาล เพื่อการเรียนรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่

จ. ยะลา

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอาจารย์ศรี ธมฺมปาโล วัดโคกเหรียง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน อาจารย์ศรี ธมฺมปาโล ตั้งอยู่ที่วัดโคกเหรียง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่อุโบสถหลังเก่าวัดโคกเหรียง ซึ่งก่อสร้างในสมัย พระอธิการศรี ธมฺมปาโล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสสมัยนั้น ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2479 ในการก่อสร้างได้รับความร่วมมือจากพระ ชาวบ้าน ช่วยกันจัดหาเช่น หิน ทราย ไม้ ส่วนเหล็ก ซื้อจากตัวเมืองอำเภอหาดใหญ่ ส่วนกระเบื้องสั่งซื้อจากประเทศญี่ปุ่น สร้างโดยนายช่างชื่นและนายช่างชม บ้านควนเพ็ง จังหวัดพัทลุง สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2482 ในปี พ.ศ.2528 พระครูกิติยารักษ์สมัยนั้นได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ เพราะหลังเก่าทรุดโทรมมากแล้วเป็นอันตรายต่อพระสงฆ์และบุคคลทั่วไป ต่อมาพระครูโสภณคณาภิบาลได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2549 ได้มีการประชุมเกี่ยวกับอุโบสถหลังเก่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงใช้เป็นที่ทำการพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอาจารย์ศรี ธมฺมปาโล” แรงบันดาลใจของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นี้มาจากความตั้งใจที่จะไม่ปล่อยให้อาคารเก่าแก่และวัตถุโบราณในชุมชนถูกละเลย และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน นักเรียน และผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุหลากหลายประเภท อาทิ เอกสารโบราณ (สมุดไทย คัมภีร์ใบลาน) เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องจักสาน เครื่องมือจับสัตว์ เครื่องดินเผา อาวุธโบราณ เช่น กริช ปืนยาว มีด และแบบจำลองครัวในอดีต รวมถึงวัตถุพิธีกรรมและความเชื่อท้องถิ่น จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ คือการผสมผสานมิติทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่เดียวกัน

จ. สงขลา

โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้

เนื่องจากพิพิธภัณฑ์เล่นได้ ที่ตั้งอยู่หน้าวัดป่าแดด มีเหตุจำเป็นบางประการต้องปิดตัวลงในสถานที่ทำการเดิม คณะผู้ก่อตั้งนำโดยคุณวีรวัฒน์ กังวานนวกุล ได้หาพื้นที่ใหม่ที่ไม่ไกลจากที่เดิม และได้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ในชื่อใหม่ที่เรียกว่า "โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้" แต่ยังคงแนวคิดเดิมคือการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ผ่านของเล่นที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และของเล่นพื้นบ้านที่ผลิตโดยผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ด้วยเชื่อว่า ของเล่นสร้างการเรียนรู้ได้ และการเล่นทำให้เกิดการค้นพบ โดยนำบทเรียนจากการทำงานในพิพิธภัณฑ์เล่นได้กว่าสิบปี มาปรับรูปแบบใหม่เป็นโรงเล่น มีสามเรื่องที่สนใจคือ "สร้างพื้นที่เล่น รักษาของเล่นเก่า และพัฒนาของใหม่" ซึ่งโจทย์ใหม่ในการทำงาน จากทีมงานรุ่นใหม่ในนาม "young maker" ที่ต้องการนำความรู้ด้านการประดิษฐ์และงานกลไกที่สนใจ มาพัฒนาต่อยอด ทำให้ของเล่นที่คุ้นเคยแบบเดิมมีชีวิตชีวา และตื่นตาตื่นใจมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ของเล่นอยู่ได้ยั่งยืน ไม่สูญหายไปพร้อมคนเฒ่าคนแก่ โรงเล่นยังจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปหลากหลายผ่านการเล่น และการประดิษฐ์ของเล่น

จ. เชียงราย