รายชื่อพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี เดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดโบสถ์ ก่อตั้งโดยพระเทพสุทธิโมลี อดีตเจ้าอาวาส ตั้งแต่ปี 2483 และได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแลของกรมศิลปากรปี 2516 ภายในแบ่งการจัดแสดงเป็น 6 ส่วน คือ 1. ทรัพย์ในดินสิงห์บุรี จัดแสดงสภาพภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยาและทรัพยากรธรรมชาติ 2. แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง จัดแสดงเรื่องราวและโบราณวัตถุที่พบจากบ้านคูเมือง 3. แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย เตาเผาผลิตเครื่องปั้นดินเผาสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ที่วัดพระปรางค์ 4. อัฐบริขารและเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา 5. ภูมิปัญญาไทยภาคกลาง จัดแสดงภูมิปัญญาพื้นถิ่นต่าง ๆ และ 6. การละเล่นพื้นบ้าน จัดแสดงเครื่องการละเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน

จ. สิงห์บุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

ระหว่าง พ.ศ. 2499-2501 กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้พบพระบรมสารีริกธาตุ เครื่องราชูปโภคทองคำ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอื่นๆ กรมศิลปากรจึงได้สร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นเพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุอันล้ำค่าดังกล่าว โดยใช้เงินจากการบริจาคของประชาชนที่ได้พระพิมพ์กรุวัดราชบูรณะเป็นการตอบแทน และให้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา" เพื่อเทิดพระเกียรติและเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ผู้ทรงสถาปนาวัดราชบูรณะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2504 ต่อมากรมศิลปากรได้ปรับปรุงกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยการสร้างและการรับมอบอาคารเพิ่มเติมอีก 2 หลัง คือ อาคารจัดแสดง 2 เมื่อ พ.ศ. 2513 และอาคารเรือนไทย เมื่อ พ.ศ. 2527

จ. พระนครศรีอยุธยา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในฐานะผู้ให้กำเนิดการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ของบรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด ส่วนที่สอง จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี อาทิ โต๊ะทำงาน เครื่องมือปั้น เครื่องใช้ส่วนตัว นอกจากนั้น ยังมีหนังสือหายากซึ่งเป็นหนังสือที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้สำหรับค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติช้างต้น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติช้างต้น ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังดุสิตริมถนนอู่ทองใน ภายในอาคารจัดแสดงมีการนำเสนอเรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับช้างต้น ซึ่งหมายถึงช้างสำคัญที่ได้รับการขึ้นระวางเป็นช้างหลวงส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ด้วยในสังคมไทยและสังคมเอเชียตะวันออกเฉียวใต้ถือว่าช้างที่มีคุณลักษณะพิเศษอันเป็นมงคลจะนำมาซึ่งพระบารมีอันเกริกไกรยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน บ้านเมืองอุดมทั้งธัญญาหาร ภักษาหาร และอาณาประชาราษฎร์จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข จึงจัดเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ประวัติสถานที่เดิม เป็นโรงช้างต้นในพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงช้างต้น พระราชทานแก่ พระเศวตอุดมวารณ์ ยืนโรง หลังจากได้ประกอบพระราชพิธีสมโภชขึ้นระหว่างเมื่อ พ.ศ.2449 และล้มไปในปี พ.ศ.2452 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 9 ได้มีช้างเผือกมาสู่พระบารมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์โรงช้างต้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงช้างต้นขึ้นในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อให้โรงช้างต้นอยู่ในเขตพระราชฐานใกล้ที่ประทับ จนถึง พ.ศ. 2517 เมื่อรัฐบาลสร้างอาคารรัฐสภาขึ้นใหม่ ด้านหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม รัฐสภาเห็นว่าอาคารโรงช้างต้นชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จึงดำเนินการอนุรักษ์และปีพ.ศ. 2531 กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น และเปิดให้เข้าชมปี พ.ศ. 2535

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี

เดิมเป็นอู่เรือเก่าหรือโรงเก็บเรือรบและเรือพระที่นั่ง อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังและกองทัพเรือ ในปี พ.ศ.2490 รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ กรมศิลปากร ทำการซ่อมแซมดูแลรักษาเรือพระราชพิธีที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค รวมทั้งเรืออื่น ๆ ที่ใช้ในพระราชพิธี ซึ่งล้วนแต่เป็นเรือที่มีประวัติความสำคัญมาแต่โบราณ  ซึ่งยังคงความสวยงามจากฝีมือช่างอันล้ำเลิศ และทรงคุณค่าในงานศิลปกรรม การปรับปรุงขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2517 จัดแสดงเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พร้อมทั้งเรือที่มีโขนเรือ 4 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกชัยเหินหาว เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และเรืออสุรวายุภักษ์

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งขี้นเมื่อ พ.ศ.2402 แต่เดิมเป็น "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้า เมื่อมีการประกาศยกเลิกตำแหน่งพระอุปราช ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทำให้สถานที่ในพระราชวังบวรสถานมงคลว่างลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานจากหอคองคอเดีย ไปตั้งจัดแสดงที่พระราชวังบวรสถานมงคลเฉพาะส่วนหน้า และในสมัยรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชมณเฑียรในพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งหมดให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับ พระนครขึ้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดเป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยา

จ. กรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เกิดจากความคิดและเจตนารมณ์ของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ต้องการจะรักษาของสะสมโบราณที่สะสมไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดิน และจัดแสดงประติมากรรมที่ทรงคุณค่าทางศิลปกรรมและยังเป็นรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ของคนโบราณอีกด้วย โดยพิพิธภัณฑ์มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นรูปช้างเอราวัณที่สร้างจากโลหะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นล่างสุดเป็นใต้ดินหรือบาดาล เรียกว่า ชั้นสุวรรณภูมิ จัดแสดงโบราณวัตถุศิลปวัตถุเครื่องกระเบื้องที่สื่อถึงวัฒนธรรมของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชั้นกลางเป็นส่วนอาคารรองรับตัวช้าง เรียกว่า ชั้นโลกมนุษย์ เล่าเรื่องราวสะท้อนแก่นพระศาสนาที่ค้ำจุนโลกให้เกิดศานติ และชั้นสามเป็นส่วนในตัวช้าง เรียกว่า ชั้นจักรวาล ประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ นอกจากนี้โดยรอบพิพิธภัณฑ์ยังเป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดีอีกด้วย

จ. สมุทรปราการ

เมืองโบราณ

เมืองโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองสถานที่ต่าง ๆ มาไว้ในพื้นที่กว่า 800 ไร่ เริ่มก่อสร้างในปี 2506 โดยคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ และเปิดให้บริการในปี 2515 ลักษณะที่ดินมีผังบริเวณคล้ายรูปขวาน และได้มีการจัดจำลองสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศในทุคภาค โดยจัดวางตามผังที่ดิน ซึ่งมีทั้งโบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ พระราชวัง ตลาดน้ำ ตลาดบก เป็นต้น ประกอบไปด้วยอาคารที่สร้างจำลองขึ้นใหม่ และอาคารจริงที่ย้ายมาตั้งไว้ภายในพื้นที่ นอกจากนี้ภายในเมืองโบราณยังมีที่พัก ชื่อว่า นครริมขอบฟ้า ไว้ให้บริการอีกด้วย

จ. สมุทรปราการ