จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
  • images

คำอ่าน-แปล

จารึกพ่อขุนรามพล

จารึก

จารึกพ่อขุนรามพล

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 20:44:00 )

ชื่อจารึก

จารึกพ่อขุนรามพล

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

หลักที่ ๒๘๕ จารึกพ่อขุนรามพล

อักษรที่มีในจารึก

ไทยสุโขทัย

ศักราช

พุทธศักราช ๑๘๙๐-๑๙๐๐

ภาษา

ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวน ๔ ด้าน มี ๒๔๐ บรรทัด แต่ละด้านมี ๖๐ บรรทัด (มีคำอ่าน-แปลเฉพาะด้านที่ ๑ จารึกอีกสามด้านที่เหลือ อักษรลบเลือนมาก ยังไม่มีการอ่าน-แปล)

วัตถุจารึก

หินทรายหยาบสีเขียว

ลักษณะวัตถุ

ทรงกระโจม ๕ เหลี่ยม

ขนาดวัตถุ

สูง ๑๕๔ ซม. แต่ละด้านกว้าง ๑๐ ซม., ๔๐ ซม., ๑๑.๕ ซม., ๒๕ ซม. และ ๒๕ ซม. มี ๖๐ บรรทัดทุกด้าน

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

๑) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “นฐ. ๑๒”
๒) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๗ กำหนดเป็น “หลักที่ ๒๘๕ จารึกพ่อขุนรามพล”

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

จังหวัดสุโขทัย

ผู้พบ

ไม่ปรากฏหลักฐาน

ปัจจุบันอยู่ที่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

พิมพ์เผยแพร่

ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๗ (กรุงเทพฯ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ๒๕๓๔), ๓-๑๐.

ประวัติ

พิจารณาจากข้อความจารึกแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่า ศิลาจารึกพ่อขุนรามพล เดิมเคยอยู่ที่เมืองศรีสัชนาลัย อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฎหลักฐานว่าใครย้ายมาไว้ที่ระเบียงคต องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่เมื่อใด เดิมนายประสาร บุญประคอง ได้เคยทำแผ่นสำเนาจารึกหลักนี้ไว้เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ และได้ขึ้นทะเบียนวัตถุไว้ เลขที่ นฐ. ๑๒ แต่สำเนาจารึกเลือนลางมาก ในครั้งนั้นนายประเสริฐ ณ นคร ได้อ่านในชั้นต้นแล้วได้ความแต่เพียงว่าเป็นจารึกตัวอักษรสมัยสุโขทัย และเป็นเรื่องการทำบุญ ครั้นเมื่อ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยฯ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำริที่จะจัดพิมพ์ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๗ ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ ดร. ประเสริฐ ณ นคร จึงได้เสนอให้คณะกรรมการฯ ทราบและได้พยายามอ่านข้อความจากสำเนาจารึกอีกครั้งหนึ่ง และพบว่ามีคำ พ่อขุนรามพล อยู่เป็นที่สนใจเป็นพิเศษ จึงมอบหมายให้นายเทิม มีเต็ม ไปอ่านตัวอักษรจารึกที่หลักศิลาจริง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร ในวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม และ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ได้ตรวจสอบการถ่ายอักษรจารึกและการอ่านทั้งจากหลักศิลาจริง แผ่นสำเนากดทับ และภาพถ่ายประกอบกัน ข้อความจารึกที่นำมาลงพิมพ์ข้างท้ายนี้ เป็นผลมาจากการอภิปราย และความเห็นชอบตรงกันของผู้เชี่ยวชาญการอ่านจารึกทั้งสองท่าน เมื่อตรวจสอบตามบัญชีศิลาจารึกต่างๆ ในภาคผนวกของ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ (พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๖๗ และ พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๒๑) นายเทิม มีเต็ม และ ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ทั้งสองมีความเห็นว่า จารึกพ่อขุนรามพล น่าจะตรงกับจารึกจากอำเภอวังไม้ขร จังหวัดสวรรคโลก ซึ่งในบัญชีอยู่ในลำดับที่ ๙๔ (ในเวลานั้น) ซึ่งเข้าใจว่าพบที่วัดมหาธาตุ เมืองเชลียง และมีจารึกอยู่ ๓ ด้าน ด้านละ ๖๐ บรรทัดเช่นกัน จารึกจากอำเภอวังไม้ขรหลักนี้ มีหลักฐานว่านำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ แต่เมื่อสอบถามดู ภัณฑารักษ์ก็ไม่ทราบและมีหลักฐานว่า ย้ายไปอยู่ ณ ที่ใดแล้ว ดังนั้นจึงใคร่สันนิษฐานว่า จารึกหลักวังไม้ขร หรือ จารึกพ่อขุนรามพล อาจจะถูกขนย้ายลงมาพร้อมกับพระร่วงโรจนฤทธิ์ ภายหลังเมื่อย้ายพระร่วงโรจนฤทธิ์ไปประดิษฐานที่องค์พระปฐมเจดีย์ จารึกพ่อขุนรามพล ได้ถูกขนย้ายไปด้วยก็เป็นได้ ศิลาจารึกพ่อขุนรามพล ได้ถูกย้ายจากระเบียงคตด้านหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ เข้ามาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ จนถึงปัจจุบัน

เนื้อหาโดยสังเขป

เนื่องจากจารึกนี้ทั้ง ๔ ด้านที่มีคำจารึกอยู่นั้น อยู่ในสภาพที่ตัวอักษรเลือนหายไปมาก จึงทำให้อ่านได้เพียงด้านเดียว จึงได้ข้อมูลที่ค่อนข้างกระท่อนกระแท่น แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้ทำให้สันนิษฐานในชั้นต้นว่า พ่อขุนรามพลอาจเป็นองค์เดียวกันกับพระยาราม อนุชาของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) (โปรดดู ศิลาจารึกหลักที่ ๑๑) และพ่อขุนศรี อาจเป็นพระยางั่วนำถุมก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองพระองค์อาจหมายถึงกษัตริย์คู่อื่นก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้คงต้องพิจารณาจากรายละเอียดที่อาจอ่านได้เพิ่มเติมในโอกาสข้างหน้า เนื้อความเท่าที่อ่านได้กล่าวถึงประวัติของกษัตริย์สุโขทัยพระองค์หนึ่งพระนามว่า “พ่อขุนรามพล” ด้วยข้อความที่ไม่สมบูรณ์นัก จึงสันนิษฐานได้คร่าวๆ เพียงว่า ในปีระกา พ.ศ. ๑๘๘๘ พ่อขุนรามพลคงได้เป็นเจ้าเมืองศรีสัชนาลัยและสุโขทัยมาก่อน ต่อมามีพ่อขุนอีกพระองค์หนึ่งพระนามว่า พ่อขุนศรี อาจมาร่วมครองเมืองด้วย ต่อมาเมื่อพ่อขุนศรีสวรรคต เมืองจึงตกเป็นของพ่อขุนรามพลเพียงผู้เดียว พ่อขุนรามพลน่าจะมีพี่หรือน้องชายอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งต่อมาทั้งสองพระองค์ คงจะร่วมกันปกครองเมืองศรีสัชนาลัยและสุโขทัย โดยพ่อขุนรามพลไปครองเมืองศรีสัชนาลัย

ผู้สร้าง

ไม่ปรากฏหลักฐาน

การกำหนดอายุ

จารึกพ่อขุนรามพล ควรมีอายุก่อนหรือใกล้กับ พ.ศ. ๑๙๐๐ ทั้งนี้เนื่องจาก
(๑) คำว่า “พ่อขุน” ซึ่งใช้เรียกกษัตริย์สุโขทัยก่อนปี พ.ศ. ๑๙๐๐
(๒) สุโขทัยได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า “พรญา (พระยา)” เรียกกษัตริย์แทนตั้งแต่ จารึกหลักที่ ๓ พ.ศ. ๑๙๐๐
(๓) “จารึกพ่อขุนรามพล” ไม่ได้ใช้ “ไม้หันอากาศ” ซึ่งเริ่มใช้ระหว่าง พ.ศ. ๑๙๐๒-๑๙๐๔ และ ยังใช้ตัวอักษรคล้ายกับ จารึกหลักที่ ๓ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนตัวอักษร “ธ” และ “ฃ” เป็นรูปที่ใช้อยู่ก่อน พ.ศ. ๑๙๓๕

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : ตรงใจ หุตางกูร, วชรพร อังกูรชัชชัย และดอกรัก พยัคศรี, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., ๒๕๔๖, จาก :
๑) คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, “บัญชีศิลาจารึกต่างๆ,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ : เป็นจารึกกรุงสุโขทัยที่ได้พบก่อน พ.ศ. ๒๔๖๗ ([กรุงเทพฯ] : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๑๗๑.
๒) เทิม มีเต็ม และประเสริฐ ณ นคร, “หลักที่ ๒๘๕ จารึกพ่อขุนรามพล,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๗ : ประมวลจารึกที่พบในประเทศไทยและต่างประเทศ (กรุงเทพฯ : คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ๒๕๓๔), ๓-๑๐.
๓) ยอร์ช เซเดส์, “หลักที่ ๑๑ ศิลาจารึกวัดเขากบ เมืองปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ : เป็นจารึกกรุงสุโขทัยที่ได้พบก่อน พ.ศ. ๒๔๖๗ ([กรุงเทพฯ] : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๑๓๕-๑๓๙.

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170