จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
  • images
  • images

ชุดคำค้น 18 คำ

อายุ-จารึก พ.ศ. 1917, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 20, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา-สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1, วัตถุ-จารึกบนดีบุก, ลักษณะ-จารึกบนแผ่นรูปสี่เหลี่ยม, ลักษณะ-จารึกบนแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างพระพุทธรูป, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา-หล่อพระพุทธรูป, เรื่อง-ความเชื่อทางศาสนา-นรก-สวรรค์, เรื่อง-ความเชื่อทางศาสนา-นิพพาน, เรื่อง-ความเชื่อทางศาสนา-พระศรีอาริยเมตไตรย, เรื่อง-ความเชื่อทางศาสนา-ชาติหน้า, บุคคล-พ่ออ้าย, บุคคล-แม่เฉา,

จารึกแผ่นดีบุก วัดมหาธาตุ

จารึก

จารึกแผ่นดีบุก วัดมหาธาตุ

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 20:44:00 )

ชื่อจารึก

จารึกแผ่นดีบุก วัดมหาธาตุ

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, หลักที่ 42 จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,

อักษรที่มีในจารึก

ไทยอยุธยา

ศักราช

พุทธศักราช 1917 (โดยประมาณ)

ภาษา

ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน 2 ด้าน มี 33 บรรทัด ด้านที่ 1 มี 18 บรรทัด ด้านที่ 2 มี 15 บรรทัด

วัตถุจารึก

ดีบุก

ลักษณะวัตถุ

แผ่นรูปสี่เหลี่ยม

ขนาดวัตถุ

กว้าง 18.5 ซม. ยาว 27 ซม. หนา 2 มม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

1) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “อย. 2”
2) ในวารสาร ศิลปากร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม 2501) กำหนดเป็น “จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”
3) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 กำหนดเป็น “หลักที่ 42 จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”
4) ในหนังสือ จารึกสมัยสุโขทัย กำหนดเป็น “จารึกแผ่นดีบุก วัดมหาธาตุ”

ปีที่พบจารึก

พุทธศักราช 2500

สถานที่พบ

พระปรางค์วัดมหาธาตุ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้พบ

กองโบราณคดี กรมศิลปากร

ปัจจุบันอยู่ที่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

พิมพ์เผยแพร่

1) วารสารศิลปากร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม 2501) : 73-75.
2) ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 (พระนคร : สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508), 51-55.
3) จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2526), 102-107.

ประวัติ

จารึกแผ่นนี้ถูกพบเมื่อ พ.ศ. 2500 จากการขุดค้นกรุฐานพระปรางค์วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับโบราณวัตถุอีกหลายอย่าง ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุบรรจุในผอบแก้วผลึกสีม่วงซึ่งมีทองคำหุ้มประกอบ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และของมีค่าจำนวนมาก รวมไปถึงจารึกลานเงินภาษาไทย (อย. 9) และจารึกลานเงินอีกแผ่นหนึ่งซึ่งเป็นอักษรขอมภาษาบาลี รวมแล้วในกรุพระปรางค์แห่งนี้มีการพบจารึกจำนวน 3 แผ่น ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ การขุดค้นครั้งดังกล่าวมีนายกฤษณ์ อิทโกสัย รองอธิบดี กรมศิลปากร เป็นผู้ควบคุมทั้งการขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะ คำอ่านจารึกแผ่นดีบุกนี้ได้รับการพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในวารสารศิลปากร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2501 ชื่อบทความ “คำจารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” และตีพิมพ์ครั้งที่ 2 ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 ใน พ.ศ. 2508 โดยเรียกว่า “หลักที่ 42 จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย” ต่อมา มีการพิมพ์อีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 ในหนังสือ จารึกสมัยสุโขทัย โดยเรียกว่า “จารึกแผ่นดีบุกวัดมหาธาตุ” ทั้ง 3 ครั้งอ่านโดย ฉ่ำ ทองคำวรรณ อนึ่ง วัดมหาธาตุซึ่งเป็นสถานที่พบจารึกนั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเมื่อ พ.ศ. 1917 ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ (ครองราชย์ พ.ศ. 1913-1931) แต่คาดว่าการก่อสร้างคงสำเร็จในสมัยพระราเมศวร (ในการครองราชย์ครั้งที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 1931-1938) ถือเป็นวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งเพราะเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า อีกทั้งเป็นที่ประทับของสมเด็จสังฆราชฝ่ายคามวาสี วัดดังกล่าวได้รับการบูรณะหลายครั้ง เช่นในสมัยเจ้าสามพระยา (ครองราชย์ พ.ศ. 1967-1991) และสมัยพระเจ้าปราสาททอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2172-2199) ซึ่งได้บูรณะปรางค์ประธานที่ทลายลงมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม (ครองราชย์ พ.ศ. 2153-2171) วัดมหาธาตุร้างไปภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ 2 จนกระทั่งปรางค์ประธานพังลงมาอีกครั้งในสมัย รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เนื้อหาโดยสังเขป

เป็นคำอุทิศส่วนกุศลจากการหล่อพระพุทธพิมพ์เท่าจำนวนวันเกิด การบูชาพระรัตนตรัย และการฟังพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย บิดา ญาติ และตนเอง โดยขอให้ตนได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต เฝ้าพระศรีอารย์ และเมื่อพระองค์เสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ตนได้มาเกิดในตระกูลกษัตริย์ มีปัญญารอบรู้ กล้าหาญ ฯลฯ และถึงแก่นิพพาน ตอนท้ายได้ระบุชื่อและอายุของผู้สร้างพระพิมพ์คือ พ่ออ้ายและแม่เฉา อายุ 75 ปี เนื้อหาในจารึกแผ่นนี้ทำให้ทราบถึงการสร้างพระพิมพ์ในสมัยอยุธยาว่านอกจากจะสร้างขึ้นเพื่อสืบทอดศาสนาแล้ว ยังมีขนบการสร้างให้มีจำนวนเท่ากับวันเกิดของตนเองดังเช่น พ่ออ้ายและแม่เฉา ซึ่งมีอายุ 75 ปี ได้ระบุจำนวนวันตามอายุของตนว่า “..ญิบหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยวัน..” จึงสร้างพระพิมพ์ตามจำนวนดังกล่าว (หากคำนวนตามความเป็นจริงแล้วจะพบว่าจำนวนวันเกินจากความเป็นจริงไปเล็กน้อย)

ผู้สร้าง

พ่ออ้าย และ แม่เฉา

การกำหนดอายุ

กำหนดอายุจากประวัติของวัดมหาธาตุซึ่งสร้างขึ้นใน พ.ศ. 1917 ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ (ครองราชย์ พ.ศ. 1913-1931) ดังนั้นจารึกแผ่นนี้จึงน่าจะมีอายุอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., 2547, จาก :
1) ฉ่ำ ทองคำวรรณ, “คำจารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย,” ศิลปากร 2, 2 (กรกฎาคม 2501) : 73-75.
2) ฉ่ำ ทองคำวรรณ, “จารึกแผ่นดีบุกวัดมหาธาตุ,” ใน จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2526), 102-107.
3) ฉ่ำ ทองคำวรรณ, “หลักที่ 42 จารึกแผ่นดีบุกภาษาไทย,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 : ประมวลจารึกที่พบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางของประเทศไทย อันจารึกด้วยอักษรและภาษาไทย, ขอม มอญ, บาลีสันสกฤต (พระนคร : คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508), 51-55.
4) ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ทวารวดี : ศิลปกรรมยุคแรกเริ่มในดินแดนไทย (กรุงเทพฯ : ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2543), 103-104.

ภาพประกอบ

ภาพสำเนาจารึกจาก : ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 (พระนคร : สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508)

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170