จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ

จารึก

จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 11:10:14 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 11:42:39 )

ชื่อจารึก

จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

นม. 78

อักษรที่มีในจารึก

ไทยอยุธยา, ขอมอยุธยา

ศักราช

พุทธศักราช 1974

ภาษา

เขมร, ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวน 2 ด้าน ด้านที่ 1 มี 26 บรรทัด ด้านที่ 2 มี 27 บรรทัด

วัตถุจารึก

หินทราย

ลักษณะวัตถุ

รูปใบเสมา

ขนาดวัตถุ

-

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

1) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “นม. 78”
2) ในหนังสือ ประวัติศาสตร์อยุธยาจากจารึก: จารึกสมัยอยุธยา กำหนดเป็น “ศิลาจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ (พ.ศ. 1974)”

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

รอยต่อระหว่างอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี กับอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ผู้พบ

ไม่ปรากฏหลักฐาน

ปัจจุบันอยู่ที่

วัดบ้านฉางประชานิมิตร ตำบลเขาน้อย อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี

พิมพ์เผยแพร่

1) ยุทธมรรคา เส้นทางเดินทัพไทย-เขมร (กรุงเทพฯ : มติชน, 2557).
2) ซับจำปา พิพิธภัณฑ์ซับจำปา จังหวัดลพบุรี (กรุงเทพฯ : สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ, 2558), 69-79.      
3) ประวัติศาสตร์อยุธยาจากจารึก: จารึกสมัยอยุธยา (กรุงเทพฯ : สมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์ฯ, 2561), 188-204.

ประวัติ

จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ พบที่รอยต่อระหว่างอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี กับอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่วัดบ้านฉางประชานิมิตร ตำบลเขาน้อย อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี เป็นจารึกบนหินทรายที่มีเนื้อความสองด้าน ด้านที่ 1 เป็นภาษาไทย ด้านที่ 2 เป็นภาษาเขมรโบราณ ได้เคยพิมพ์เผยแพร่เฉพาะคำอ่านศิลาจารึกด้านที่ 1 ภาษาไทยในหนังสืออาจารยบูชา และศึกษาวิเคราะห์เนื้อความจารึกด้านที่ 1 ในหนังสือ 100 เอกสารสำคัญ: สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย ลำดับที่ 7 ต่อมา รศ. ดร.ศานติ ภักดีคำ และ ผศ. นวรัตน์ ภักดีคำ ได้ปริวรรตและแปลจารึกนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาเขมรโบราณ รวมทั้งจัดทำคำอธิบายใหม่เผยแพร่เป็นภาคผนวกในหนังสือยุทธมรรคา เส้นทางเดินทัพไทย-เขมร. กรุงเทพฯ: มติชน, 2557. และ “ศิลาจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพม” ใน ซับจำปา พิพิธภัณฑ์ซับจำปา จังหวัดลพบุรี (กรุงเทพฯ: สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ, 2558), หน้า 69-79.

เนื้อหาโดยสังเขป

จารึกกล่าวถึงสมเด็จพระอินทราบรมจักรพรรดิธรรมิกราชเป็นเจ้า ซึ่งน่าจะหมายถึง สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ที่โปรดให้ขุนศรีไชยราชมงคลเทพ พร้อมขุนนางและกองทัพ ยกกำลังไปปราบเมืองพิมาย พนมรุ้ง และหัวเมืองในเขตราชสีมา จนได้รับชัยชนะ ก่อนถอนทัพกลับพร้อมเชลยศึกและทรัพย์สิน จากนั้นโปรดให้สร้างศิลาจารึกเพื่อประกาศพระเกียรติคุณและยกย่องความชอบของขุนศรีไชยราชมงคลเทพ พร้อมระบุวันเดือนปีที่สร้างจารึกและลงท้ายด้วยคาถาภาษาบาลีอันเป็นมงคล

ผู้สร้าง

ไม่ปรากฏหลักฐาน

การกำหนดอายุ

กำหนดอายุจากข้อความในจารึกด้านที่ 1 ที่กล่าวถึงสมเด็จพระอินทราบรมจักรพรรดิธรรมิกราชเป็นเจ้า ซึ่งน่าจะหมายถึง สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯ ให้ขุนศรีไชยราชมงคลเทพเอกมนตรีพิเศษและขุนนางทั้งหลายยกทัพไปตีเมืองพิมาย พนมรุ้ง ฯลฯ  จนราบคาบแล้วจึงให้ถอยทัพกลับคืนมา ครั้นเมื่อมาถึงบริเวณที่พบศิลาจารึก (อ. ด่านขุนทด) จึงได้ทำศิลาจารึกไว้ที่นั้น เมื่อวัน 11 ค่ำ เดือนสิบสอง ปีกุน ซึ่งน่าจะได้แก่ ปีกุน ตรีศก พ.ศ. 1974 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2. (เจ้าสามพระยา) (พ.ศ. 1929-1994) เสด็จไปตีเมืองพระนครหลวงนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย: นวพรรณ ภัทรมูล (2569), โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., จาก:
ศานติ ภักดีคำ และนวรัตน์ ภักดีคำ, “ศิลาจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ (พ.ศ. 1974),” ใน ประวัติศาสตร์อยุธยาจากจารึก: จารึกสมัยอยุธยา (กรุงเทพฯ : สมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์ฯ, 2561), 188-204.

ภาพประกอบ

ภาพถ่ายจารึกจากการสำรวจภาคสนาม : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สำรวจเมื่อ 8 มกราคม 2556