จารึกธรรมจักร (นครปฐม)

จารึก

จารึกธรรมจักร (นครปฐม)

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 20:44:00 )

ชื่อจารึก

จารึกธรรมจักร (นครปฐม)

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

พระธรรมจักรศิลา จารึกภาษาบาลี ได้มาจากจังหวัดนครปฐม, จารึกธรรมจักร

อักษรที่มีในจารึก

ปัลลวะ

ศักราช

พุทธศตวรรษ ๑๒

ภาษา

บาลี

ด้าน/บรรทัด

จารึกอยู่บนบริเวณส่วนต่างๆ ของธรรมจักร ได้แก่ ดุม กง และ กำ

วัตถุจารึก

ศิลา

ลักษณะวัตถุ

รูปธรรมจักร

ขนาดวัตถุ

เส้นผ่าศูนย์กลาง ของวงล้อธรรมจักร ๙๘ ซม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

๑) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “กท. ๒๙”
๒) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๒ กำหนดเป็น “พระธรรมจักรศิลา จารึกภาษาบาลี ได้มาจากจังหวัดนครปฐม”
๓) ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ กำหนดเป็น “จารึกธรรมจักร”

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

บริเวณพระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ผู้พบ

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล

ปัจจุบันอยู่ที่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

พิมพ์เผยแพร่

๑) ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๒ ([พระนคร] : กรมศิลปากร, ๒๕๐๔), ๔๖-๕๒.
๒) จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๙), ๕๙-๖๔.

ประวัติ

วงล้อธรรมจักรที่ค้นพบในจังหวัดนครปฐมมีอยู่ด้วยกันหลายวง ซึ่งเป็นธรรมจักรในพระพุทธศาสนา เนื่องจากพบประติมากรรมรูปกวางหมอบอยู่ใกล้กับวงล้อธรรมจักร ซึ่งหมายถึงธรรมจักรซึ่งพระพุทธองค์ทรงหมุน (คือ สั่งสอน) เมื่อประทานปฐมเทศนา ณ ป่ามฤคทายวัน ศ. ยอร์ช เซเดส์ ได้เขียนเล่าไว้ในบทความเรื่อง พระธรรมจักรศิลา จารึกภาษาบาลี ได้มาจากจังหวัดนครปฐม ตีพิมพ์ในวารสาร Artibus Asiae เล่มที่ ๑๙ ตอนที่ ๓/๔ ปี ๑๙๕๖ (พ.ศ. ๒๔๙๙) เพื่อเป็นที่ระลึกแก่นายปิแอร์ ดูป็องต์ (Pierre Dupont) ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ .๒๕๐๔ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล และนายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้แปลเป็นภาษาไทยแล้วนำมาตีพิมพ์ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๒ ความว่า “ก่อนที่ นายปิแอร์ ดูป็องต์ จะถึงแก่กรรมเล็กน้อย เขาได้บอกข้าพเจ้าว่า มีธรรมจักรที่น่าสนใจมากอีกวงหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ เขาเองก็ได้ทราบความข้อนี้มาจากสหายของเรา คือ นายอเล็กซานเดอร์ บี กริสวอล์ส (Alexander B. Griswold) ธรรมจักรวงนี้ได้ขุดค้นพบระหว่างบริเวณพระปฐมเจดีย์ และพระประโทน และปัจจุบันนี้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ธรรมจักรวงนี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๙๕ เซนติเมตร และรวมทั้งฐานด้วย สูง ๑.๐๙ เมตร มีลวดลายอย่างละเอียดและสวยงามสลักอยู่บนกงทั้งสองหน้า คือเป็นรูปบัวบาน ๘ กลีบ หรือ ๙ กลีบ และมีลายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนชั้นกลาง กำทั้ง ๑๕ ซี่นั้น ทำรูปคล้ายเสา คือมีฐานอยู่บนดุม ฐานของกำเหล่านี้มีลวดลายคล้ายรูปใบไม้ประดับ บนยอดกำมีรูปคล้ายบัวหัวเสาอยู่ติดกับกง สำหรับดุมนั้นก็คล้ายกับวงธรรมจักรอื่นๆ คือ แทนที่จะมีรูเจาะผ่านกลางตลอด กลับมีรอยเจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่ทั้งสองด้านรอยเจาะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสองด้านนี้ ยังไม่ทราบกันแน่ว่าใช้ทำอะไร” พระธรรมจักรวงนี้ ต่อมาพระวรวงศ์พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ประทานยืม ให้จัดแสดงไว้ในห้องทวารวดี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จนถึงปัจจุบัน

เนื้อหาโดยสังเขป

คาถาที่ปรากฏอยู่นี้ อาจเรียกอย่างง่ายๆ ว่า “คำพรรณนาถึงพระอริยสัจ ๔” โดยมีเนื้อหากล่าวเปรียบเทียบว่า จักร คือ พระธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงถึงอริยสัจจ์ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค โดยหมุนวนครบ ๓ รอบ เป็นสัจจญาณ กิจจญาณ กตญาณ มีอาการ ๑๒ อย่าง คำพรรณนาเช่นนี้ ยังพบได้ใน จารึกเสาแปดเหลี่ยม (ซับจำปา) (หรือ ลบ. ๑๗) และ จารึกฐานรองพระธรรมจักร (สพ. ๑) แต่จะมีคำต่างกันเล็กน้อย คือ ในจารึกทั้ง ๒ ที่กล่าวข้างต้นจะใช้คำว่า “วตฺตํ” แต่ในขณะที่จารึกธรรมจักร ๑ (นครปฐม) นี้ จะใช้คำว่า “วฏฺฏํ” สำหรับคำจารึกนี้ ศ. ยอร์ช เซเดส์ ได้กล่าวเกี่ยวกับที่มาว่า “เราไม่สามารถที่จะค้นหาที่มาอย่างถูกต้อง ของคำพรรณนาถึงพระอริยสัจ ๔ ได้ เพราะเหตุว่าคำนี้มีกล่าวอยู่ทั่วไปในคัมภีร์ต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา สำหรับการแสดงถึงญาณ ๓ ประการที่เกี่ยวกับพระอริยสัจ ๔ คือเกี่ยวกับกิจที่จะต้องกระทำ และกิจที่ได้ทำแล้วนั้น เราจะเห็นว่ามีอยู่ในหนังสือมหาวัคค์ แห่งพระวินัยปิฏก เช่นเดียวกับในหนังสือของพระอรรถกถาจารย์ คือ สมันตปาสาทิกา แต่จารึกบนกำนั้นได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ ๔ อย่าง (อัตถ) แห่งความจริงของมรรค คือ การนำ เหตุ การเห็น และความสามารถ ข้อความนี้อาจจะมาจากคัมภีร์ ปฏิสัมภิทามัคค์ หรือ จากหนังสือวิสุทธิมัคค์ ของพระพุทธโฆส และจากหนังสืออธิบายของพระธัมมปาละ ทั้งสองเล่มนี้ แต่งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ อย่างไรก็ดี คำสั่งสอนนี้ก็เป็นคำสั่งสอนที่มีอยู่ในหนังสือทุกสมัย เป็นต้นว่า ในหนังสือสารัตถสมุจจัย ซึ่งเป็นหนังสืออธิบายของภาณวาร และคงจะแต่งขึ้นในรัชกาลของพระเจ้าปรากรมพาหุแห่งเกาะลังกา (ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๑๘) จารึกที่มีลักษณะเป็นพิเศษที่สุดก็คือ จารึกบนดุม ได้แก่ จารึกบนขอบชั้นใน (ดุม ๑) เพราะจารึกบนขอบชั้นนอก (ดุม ๒) นั้นเป็นจารึกที่ไม่มีแบบที่ไหนเลย จารึกบนขอบชั้นใน (ดุม ๑) เป็นคาถา ซึ่งแม้ว่าจะเห็นกันอยู่เสมอ แต่เมื่อมีสัมผัสรับกันอยู่เช่นนี้ ก็เห็นได้ว่าคงจะลอกมาจากที่อื่นทั้งคาถา ตามความรู้ของข้าพเจ้า คาถาบทนี้ไม่ได้มีอยู่ในคัมภีร์อื่นๆ อีกเลย นอกจากในหนังสือสารัตถสมุจจัย และปฐมสมโพธิ ซึ่งได้กล่าวถึงประโยชน์ ๔ อย่างของมรรคด้วย แต่อายุหนังสือเหล่านี้ ก็อ่อนกว่าอายุของตัวอักษรที่ใช้จารึกบนพระธรรมจักร ซึ่งพบที่พระปฐมเจดีย์นี้เป็นแน่นอน เราจึงไม่อาจจะกล่าวได้ว่า หนังสือเล่มหนึ่งเล่มใดในสองเล่มข้างต้น เป็นที่มาของคาถาที่จารึกบนขอบดุมชั้นใน (ดุม ๑) ของพระธรรมจักรได้ สิ่งที่ควรค้นหาก็คือ ที่มาของจารึกและหนังสือทั้งสองเล่มนั้น แต่ในที่นี้ เราไม่อาจจะกล่าวอะไรยิ่งไปกว่านี้ได้”

ผู้สร้าง

ไม่ปรากฏหลักฐาน

การกำหนดอายุ

กำหนดอายุตามรูปแบบอักษรปัลลวะ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ศ. ยอร์ช เซเดส์ได้เสนอความเห็นไว้ว่า “สิ่งแปลกประหลาดที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับธรรมจักรวงนี้ก็คือ มีจารึกภาษาบาลีสั้นๆ เป็นตอนๆ สลักอยู่ทางด้านหน้าด้านหนึ่ง ตัวอักษรที่ใช้นั้น มีลักษณะใกล้เคียงกันมากกับตัวอักษรที่ใช้ในจารึกอื่นๆ ของอาณาจักรทวารวดีคือ จารึกคาถา เย ธมฺมา ที่ค้นพบในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ และจารึกที่ ๑๖ (จารึกบนฐานพระพุทธรูปยืน วัดมหาธาตุเมืองลพบุรี อักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต) อักษรที่ใช้จารึกนี้มีอายุอ่อนกว่าแผ่นจารึกวัดโพธิ์ร้าง ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๑ และค้นพบที่ในบริเวณพระปฐมเจดีย์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ แต่จารึกบนธรรมจักรวงนี้ ก็ยังมีอายุเก่ากว่าพุทธศตวรรษที่ ๑๔ เพราะเหตุว่ายังใช้ตัว “ร” มีขีด ๒ ขีดอยู่”

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : ตรงใจ หุตางกูร, วชรพร อังกูรชัชชัย และดอกรัก พยัคศรี, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., ๒๕๔๖, จาก :
๑) ยอร์ช เซเดส์, “ภาคผนวก : พระธรรมจักรศิลา จารึกภาษาบาลี ได้มาจากจังหวัดนครปฐม,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๒ : จารึกทวารวดี ศรีวิชัย ละโว้ = Recueil des inscriptions du Siam : deuxieme partie : inscriptions de Dvaravati, de Crivijaya et de Lavo ([พระนคร] : กรมศิลปากร, ๒๕๐๔), ๔๖-๕๒.
๒) Gorge Cœdès, “Une Roue de la Loi avec inscription en Pāli provenant du site de P’ra Pathom,” Artibus Asiae XIX, 3/4 (1956) : 221.
๓) ชะเอม แก้วคล้าย และบุญเลิศ เสนานนท์, “จารึกธรรมจักร,” ใน จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ : อักษรปัลลวะ หลังปัลลวะ พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔ (กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๒๙), ๕๙-๖๔.

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170