จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
  • images
  • images
  • images
  • images

ชุดคำค้น 20 คำ

อายุ-จารึก พ.ศ. 1890, อายุ-จารึก พ.ศ.1904, อายุ-จารึก พ.ศ.1905, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 19, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 20, ยุคสมัย-จารึกสมัยสุโขทัย, วัตถุ-จารึกบนหิน, วัตถุ-จารึกบนหินแปร, ลักษณะ-จารึกบนหลักสี่เหลี่ยม, ลักษณะ-จารึกบนหลักสี่เหลี่ยมทรงกระโจม, ศาสนา-จารึกในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในหอพระสมุดวชิราวุธ กรุงเทพมหานคร, เรื่อง-ประวัติศาสตร์เมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัย, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย-พระมหาธรรมราชาที่ 1, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย-พญาเลอไทย, บุคคล-พระมหากัลยาณเถระ, บุคคล-พญาฦาไทย, บุคคล-พระธรรมราชาที่ 1, บุคคล-พญาเลอไทย,

จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาเขมร)

จารึก

จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาเขมร)

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 20:44:00 )

ชื่อจารึก

จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาเขมร)

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

หลักที่ ๔ จารึกวัดป่ามะม่วง อักษรขอม ภาษาเขมร, ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาเขมร พุทธศักราช ๑๙๐๔

อักษรที่มีในจารึก

ขอมสุโขทัย

ศักราช

พุทธศักราช ๑๙๐๔

ภาษา

เขมร

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน ๔ ด้าน มี ๑๖๘ บรรทัด ด้านที่ ๑, ๒, ๓ มี ด้านละ ๕๖ บรรทัด ด้านที่ ๔ มี ๑๖ บรรทัด

วัตถุจารึก

หินแปร

ลักษณะวัตถุ

หลักสี่เหลี่ยม ทรงกระโจม หรือทรงยอ (ชำรุด)

ขนาดวัตถุ

กว้าง ๓๐ ซม. สูง ๒๐๐ ซม. หนา ๒๙ ซม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

๑) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “สท. ๓ (สท./๓)”
๒) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ กำหนดเป็น “หลักที่ ๔ จารึกวัดป่ามะม่วง อักษรขอม ภาษาเขมร”
๓) ในหนังสือ จารึกสมัยสุโขทัย กำหนดเป็น “ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาเขมร พุทธศักราช ๑๙๐๔”

ปีที่พบจารึก

พุทธศักราช ๒๓๗๖

สถานที่พบ

เนินปราสาทเมืองเก่า ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

ผู้พบ

ไม่ปรากฏหลักฐาน

ปัจจุบันอยู่ที่

หอพระสมุดวชิรญาณ กองหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

พิมพ์เผยแพร่

๑) ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ ([กรุงเทพฯ] : สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๗๔-๘๖.
๒) จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๖), ๒๒๒-๒๔๑.

ประวัติ

ศิลาจารึกหลักนี้ เรียกกันว่า “จารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาเขมร” นับว่าเป็นศิลาจารึกที่สำคัญอีกหลักหนึ่ง ที่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สุโขทัย ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ดำรงพระอิสริยศักดิ์เป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ขณะทรงผนวชอยู่ ได้เสด็จจาริกธุดงค์ไปยังหัวเมืองแถบเหนือของประเทศไทย เสด็จถึงเมืองสุโขทัย ทรงพบศิลาจารึกหลักนี้และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พร้อมด้วย พระแท่นมนังศิลาบาตร ที่เนินปราสาทตำบลเมืองเก่า ทอดพระเนตรเห็นว่าเป็นของสำคัญ จึงโปรดให้นำลงมาเก็บรักษาไว้ที่วัดราชาธิวาส กรุงเทพฯ ครั้นเมื่อประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดให้ย้ายศิลาจารึกทั้งสองหลัก มาเก็บรักษาไว้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้งเสด็จเสวยราชย์แล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำศิลาจารึกดังกล่าวไปตั้งไว้ที่ศาลาราย ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศิลาจารึกทั้งสองหลักมารวมกับศิลาจารึกหลักอื่นๆ ที่พบในภายหลัง เก็บรักษาไว้ที่ตึกถาวรวัตถุหน้าวัดมหาธาตุฯ ซึ่งเป็นสถานที่ทำการของหอพระสมุดวชิรญาณ หอสมุดสำหรับพระนครในสมัยนั้น คำศิลาจารึกหลักนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาประทับ ณ วัดบวรนิเวศ โปรดให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พร้อมด้วยล่ามเขมรอ่านและแปล ความที่แปลได้นี้ได้พิมพ์ไว้ในหนังสือ วชิรญาณ รายเดือน เล่ม ๑ ฉบับที่ ๓ ปี ๑๒๔๖ หน้า ๒๓๙ เป็นครั้งแรก พิมพ์ในหนังสือ เรื่องเมืองสุโขทัย หน้า ๑๑ เป็นครั้งที่ ๒ และพิมพ์ในหนังสือ ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑ หน้า ๑๕๒ เป็นครั้งที่ ๓

เนื้อหาโดยสังเขป

ความในจารึกเป็นคำยอพระเกียรติของพญาฦาไทย (พระธรรมราชาที่ ๑) ทั้งเพื่อจะให้เป็นที่ระลึก การที่พระองค์ทรงอาราธนาพระมหาสามีสังฆราชจากลังการูปหนึ่ง มาที่เมืองสุโขทัยเมื่อ มหาศักราช ๑๒๘๓ (พ.ศ. ๑๙๐๕) และการซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชศรัทธา ออกทรงผนวช ข้อความนี้จะได้เรียบเรียงและจารึกลงในศิลา ในปีเดียวกับปีที่มีงานสมโภชนั้นๆ หรือจะได้จารึกต่อมาภายหลัง ก็ไม่สามารถจะทราบได้ เพราะด้านที่ ๓ ของศิลานั้นได้ลบเลือนไปเสียแทบสิ้นแล้ว ด้านที่ ๑ ในตอนต้นกล่าวถึงเรื่องพญาฦาไทยเสด็จออกจากเมืองศรีสัชนาลัย ไปปราบจลาจลในเมืองสุโขทัย เมื่อ ม.ศ. ๑๒๖๙ (พ.ศ. ๑๘๙๐) ที่เกิดจลาจลนั้นเห็นจะเป็นด้วยเหตุ พญาเลอไทย พระชนกพึ่งสิ้นพระชนม์ครั้งนั้น เมื่อได้เมืองแล้ว พญาฦาไทยได้ทำพระราชพิธีราชาภิเษกในกรุงสุโขทัย ตอนที่ ๒ เป็นคำยอพระเกียรติของพญาฦาไทยธรรมราชา ตอนนี้ชำรุดเสียหายมาก แต่สันนิษฐานได้บ้าง เพราะในศิลาจารึกภาษาไทย (หลักที่ ๕) มีเนื้อความอย่างเดียวกัน ข้างสุดท้ายด้านที่ ๑ กล่าวถึงเรื่องประดิษฐานรูปพระอิศวร พระนารายณ์ พระ (คเณศ) ในเทวาลัยมหาเกษตรที่ป่ามะม่วง ด้านที่ ๒ ตอนต้นเป็นคำสรรเสริญพระปัญญาของพญาฦาไทยทรงรู้ศิลปานุศิลทั้งปวง และได้แก้ไขศักราช ตอนที่ ๒ กล่าวถึงงานรับพระมหาสามีสังฆราช และการซึ่งพญาฦาไทยได้ทรงผนวช ด้านที่ ๓ ชำรุดเหลือที่จะอ่านได้ ด้านที่ ๔ เป็นข้อความตักเตือนสัตบุรุษ ให้รีบเร่งทำบุญกุศล และข้างสุดท้ายกล่าวถึงคาถา ซึ่งพระมหาสามีสังฆราชได้จารึกไว้ในป่ามะม่วง (คือหลักที่ ๖)

ผู้สร้าง

ไม่ปรากฏหลักฐาน

การกำหนดอายุ

ศักราชที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักนี้มี ๓ แห่งคือ ด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ ความว่า “๑๒๖๙ ศกปีกุน” เป็นมหาศักราชตรงกับพุทธศักราช ๑๘๙๐ และบรรทัดที่ ๕๑ ความว่า “๑๒๗๑ ศกปีฉลู” เป็นมหาศักราชตรงกับพุทธศักราช ๑๘๙๒ ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๑๑ ความว่า “๑๒๘๓ ปีฉลู” เป็นมหาศักราชตรงกับพุทธศักราช ๑๙๐๔ การคำนวณปีพุทธศักราชดังกล่าวใช้แบบคติของไทย ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อธิบายว่า ศิลาจารึกหลักนี้คงจารึกขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๔

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : วชรพร อังกูรชัชชัย และดอกรัก พยัคศรี, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., ๒๕๔๖, จาก :
๑) ยอร์ช เซเดส์, “ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาเขมร พุทธศักราช ๑๙๐๔,” ใน จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๖), ๒๒๒-๒๔๑.
๒) ยอร์ช เซเดส์, “หลักที่ ๔ ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง อักษรขอม ภาษาเขมร จังหวัดสุโขทัย,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ : เป็นจารึกกรุงสุโขทัยที่ได้พบก่อน พ.ศ. ๒๔๖๗ ([กรุงเทพฯ] : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๗๔-๘๖

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170