จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ ๓

จารึก

จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ ๓

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2562 20:44:00 )

ชื่อจารึก

จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ ๓

อักษรที่มีในจารึก

ไทยธนบุรี-รัตนโกสินทร์

ศักราช

พุทธศักราช ๒๔๒๑

ภาษา

ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน ๑ ด้าน มี ๓๙ บรรทัด

วัตถุจารึก

หินอ่อนสีขาว

ลักษณะวัตถุ

แผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ขนาดวัตถุ

กว้าง ๓๔ ซม. สูง ๔๒ ซม. หนา ๓ ซม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

๑) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “อย. ๕๔ จารึกหินอ่อน”
๒) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๖ ตอนที่ ๑ กำหนดเป็น “หลักที่ ๑๘๘ จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ”

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

วัดนิเวศธรรมประวัติ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้พบ

ไม่ปรากฏหลักฐาน

ปัจจุบันอยู่ที่

พระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พิมพ์เผยแพร่

ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๖ ตอนที่ ๑ (กรุงเทพฯ : สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๑๗), ๑๑๙-๑๒๑.

ประวัติ

จารึกหลักนี้ นายประสาร บุญประคอง เป็นผู้อ่าน โดยมีการตีพิมพ์ลงใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๖ ตอนที่ ๑ ใน พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยเรียกว่า “หลักที่ ๑๘๘ จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ” ปัจจุบันอยู่ที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เนื้อหาโดยสังเขป

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) โปรดให้หล่อพระพุทธรูปทองเหลืองกะไหล่ทองคำ อุทิศแด่พระเจ้าปราสาททองและสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งได้อัญเชิญมาพร้อมพระพุทธนฤมลธรรโมภาศ แล้วประดิษฐานบนหิ้งข้างเรือนแก้ว ภายในอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ โดยมีการกล่าวถึงประวัติและมูลเหตุการหล่อพระพุทธรูปทั้ง ๒ อย่างละเอียด กล่าวคือ รัชกาลที่ ๓ โปรดให้กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส หล่อพระพุทธรูป ๓๗ แล้วทรงเลือก ๓ ปางเพื่อสร้างเป็นพระพุทธรูปพระชนมพรรษาประจำแผ่นดิน ๓ ปาง ส่วนที่เหลือให้ประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่อมา รัชกาลที่ ๔ โปรดให้กะไหล่ทองพระพทธรูปทั้ง ๓๗ องค์แล้วอุทิศแด่พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ๓๓ พระองค์ และพระเจ้ากรุงธนบุรี ๑ องค์ อีก ๓ องค์อุทิศแด่รัชกาลที่ ๑ - ๓ ครั้นเมื่อมีการฉลองวัดชุมพลนิกายารามใน พ.ศ. ๒๔๐๗ รัชกาลที่ ๔ ทรงอัญเชิญพระพุทธรูป ที่อุทิศแด่พระเจ้าปราสาททองและพระนารายณ์มหาราช มาตั้งในอุโบสถแล้วเชิญกลับกรุงเทพฯ ต่อมา รัชกาลที่ ๕ ดำริว่าพระมหากษัตริย์ทั้ง ๓ คือ พระเจ้าปราสาททอง พระนารายณ์มหาราช และ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้วนแต่เคยประทับ ณ บริเวณเกาะบางปะอิน จึงควรมีสิ่งที่ระลึกถึงพระเกียรติ ซึ่งสำหรับรัชกาลที่ ๔ คือ พระพุทธรูปนิรันตราย ส่วนอีก ๒ พระองค์ โปรดให้หล่อพระพุทธรูป ตามขนาดและแบบเดียวกับองค์ที่รัชกาลที่ ๔ ทรงอัญเชิญมาในคราวฉลองวัดชุมพลนิกายาราม

ผู้สร้าง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)

การกำหนดอายุ

กำหนดจากศักราชที่ปรากฏในจารึกว่า "พระพุทธสาสนกาลล่วงแล้ว ๒๔๒๑ พรรษา" คือ พ.ศ. ๒๔๒๑

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย: พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., ๒๕๔๘, จาก:
๑) เทิม มีเต็ม, “หลักที่ ๑๘๘ จารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดนิเวศธรรมประวัติ,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๖ ตอนที่ ๑ : ประมวลจารึกสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่พบในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง (กรุงเทพฯ : คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๑๗), ๑๑๙-๑๒๑.
๒) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๐๐ ปี สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส (กรุงเทพฯ : สำนักงาน, ๒๕๓๓).
๓) ธีระชัย ธนาเศรษฐ, กรุงศรีอยุธยา (กรุงเทพฯ : ธีรกิจ, ๒๕๓๗), ๑๖๖-๑๖๘.
๔) ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, บรรณาธิการ, อยุธยา (กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, ๒๕๔๖).
๕) ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น, ๒๕๔๖).

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170