พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน ตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ และบริเวณโรงเรียนสมานมิตรวิทยาคม ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส โดยมีคุณมะหะมะลุตฟี หะยีสาแม ผู้บริหารโรงเรียนสมานมิตรวิทยา เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานฉบับเขียนด้วยลายมือ ที่รวบรวมมาจากประเทศในโลกมุสลิม เอกสารโบราณเหล่านี้มีอายุตั้งแต่ 100 - 460 ปี ได้ทำการจัดแสดงในอาคารเรียน จัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณ เอกสารโบราณ ศิลปวัตถุที่เกี่ยวข้องกับศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวมุสลิมมลายู พร้อมป้ายอธิบายวัตถุ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษามาเลเซีย และภาษามลายู ต่อมาปี 2556 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ร่วมมือกับสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา และ กรมศิลปากร เข้ามาสำรวจ จัดทำทะเบียน และจัดประชุม จนนำมาสู่การสร้างอาคารจัดแสดงหลังใหม่ ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามกับอาคารหลังเดิม โดยอาคารส่วนหน้ามีวิดีทัศน์บรรยายประวัติความเป็นมาของอาคาร นิทรรศการเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 10 และจัดแสดงวัตถุต่าง ๆ เช่น ศิลปวัตถุที่เกี่ยวข้องกับศาสนาความเชื่ออย่างตำราบุฆะยะตุลฏุลลาบ ทำจากหนังสัตว์และกระดาษ ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ กรงดักนกคุ้ม ที่ทำจากไม้และแกะสลักลวดลายวิจิตร อายุ 100 ปี ส่วนอาคารส่วนหลังเป็นพื้นที่ในการรวบรวมและอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานโบราณที่สำคัญ
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก
รีวิวพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน
“พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน” ตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ และบริเวณโรงเรียนสมานมิตรวิทยาคม พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดยมีคุณมะหะมะลุตฟี หะยีสาแม ผู้บริหารโรงเรียนสมานมิตรวิทยา เป็นผู้ริเริ่มจัดทำเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานฉบับเขียนด้วยลายมือ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในโลกมุสลิม ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าว มีอายุตั้งแต่ประมาณ 100 - 460 ปี ถือว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คัมภีร์และเอกสารโบราณเหล่านี้ มีทั้งที่เป็นของสะสมและได้รับบริจาคจากผู้ที่ประสงค์จะให้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาจำนวนมาก ในระยะแรกใช้ห้องเรียนชั้นที่ 1 ของอาคารเป็นพื้นที่จัดแสดงคัมภีร์ต่าง ๆ และเอกสารโบราณที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในมลายู เช่น ตำราเดินเรือ ตำราดูดวงดาว ตำราปืนใหญ่ ตำรากายวิภาค เป็นต้น
ต่อมาในช่วงปี 2556 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ประสานความร่วมมือไปยังสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา และ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ให้เข้ามาสำรวจ จัดทำทะเบียน และจัดประชุมสัมมนาการเสริมสร้างองค์ความรู้และระดมแนวคิดในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน จากผู้รู้ด้านศาสนาอิสลามทุกภาคส่วนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงปี 2557 – 2565 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้ออกแบบและดำเนินก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ที่สอดคล้องเหมาะสมกับหลักศาสนาอิสลาม รวมถึงอาคารอเนกประสงค์ ห้องละหมาด ที่สามารถใช้เป็นสาธารณประโยชน์ได้ พร้อมทั้งได้ดำเนินการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณที่มีสภาพชำรุดและเสียหาย ด้วยวิธีหลักวิทยาศาสตร์ให้มีความสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักการอนุรักษ์เอกสารโบราณ สำหรับจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ทั้ง 2 อาคาร
การจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อปี 2567 บริหารการจัดการระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมและโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ในขณะนี้ไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เปิดให้เข้าชมเฉพาะกิจ และอยู่ในระหว่างการจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการต่อไป
พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน (อาคารหลังเก่า) เป็นอาคารแรกสุดของโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชั้นที่ 1 ใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณ เอกสารโบราณ ศิลปวัตถุที่เกี่ยวข้องกับศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวมุสลิมมลายู พิพิธภัณฑ์หลังเก่านี้มีป้ายอธิบายวัตถุ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษามาเลเซีย และภาษามลายู นอกจากนี้ยังมีห้องสำหรับประชุมและต้อนรับ 1 ห้อง และแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 ห้อง ดังนี้
ห้องจัดแสดงที่ 1 : จัดแสดงอัลกุรอานโบราณ (คัดด้วยลายมือ)
จัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณฉบับเขียนด้วยลายมือ ประดับด้วยการเขียนลวดลายวิจิตร ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีอายุประมาณ 100 – 460 ปี เช่น อัลกุรอานจากประเทศจีน อายุกว่า 300 ปี ปกทำด้วยหนังสัตว์ ประดับกรอบลายทองคำเปลวและเขียนสีประกอบ 5 สี อัลกุรอานคัดด้วยลายมือ กระดาษทำจากหนังแพะ จากเมืองฮัดราเมาต์ ประเทศเยเมน อัลกุรอานโบราณประดับทองคำเปลวของจุฬาราชมนตรีมูฮัมหมัดมะฮ์ซูม (ก้อนแก้ว) จุฬาราชมนตรีลำดับที่ 5 เป็นต้น
ห้องจัดแสดงที่ 2 : ห้องเอกสารโบราณ
จัดแสดงเอกสารโบราณในคาบสมุทรมลายูของนักคิด และนักปราชญ์ชาวมุสลิม ที่มีคุณค่าต่อวิชาการความรู้ เช่น ตำราพงศาวดารการสร้างมนุษย์และจิตวิทยาในการดูแลรักษา ตำรากายวิภาค ตำราปืนใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังจัดแสดงทำเนียบนักปราชญ์ชาวมุสลิมต่าง ๆ ด้วย
ห้องจัดแสดงที่ 3 : ห้องจัดแสดงวิถีชีวิตและความโดดเด่นทางเทคโนโลยีสมัยโบราณ
จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในวิถีชีวิต เช่น อุปกรณ์ครัว ตะเกียง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาวุธ เตารีด อุปกรณ์ดูดวงดาวสำหรับเดินเรือ เครื่องผลิตกระดาษโบราณ เครื่องลงโทษ หีบใส่ผ้า เป็นต้น วัตถจัดแสดงในห้องนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีความเป็นอยู่และองค์ความรู้ของคนมลายูในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดีี้แล้วยังจัดแสดงนักปราชญ์ชาวมุสลิมต่าง ๆ ไว้เป็นทำเนียบมมือประโยชน์ได้มื่อ พ.ศ. 2561 ได้
ห้องจัดแสดงที่ 4 : ห้องตำราความโดนเด่นทางวิชาการสมัยโบราณ
เป็นห้องจัดแสดงสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ ภายในห้องนี้จัดแสดงตำราที่สำคัญ คือ ตำราในการออกแบบและจัดสร้างกริชในรูปแบบต่าง ๆ
พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน (อาคารหลังใหม่) เป็นอาคารที่จัดสร้างขึ้นจากการสนับสนุนและความร่วมมืองของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าโรงเรียน เป็นอาคารปูนออกแบบด้วยลวดลายเลขาคณิตที่มีความงดงามไม่คัดกับหลักธรรมเนียมของศิลปะอิสลาม รูปทรงอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากอาคารพื้นถิ่นมลายูดังเดิมทำให้เกิดความกลืนกับพื้นที่ สำหรับตัวอาคารเป็นอาคาร 2 ชั้น จำนวน 2 ตึก เชื่อมต่อกันด้วยฉนวนทางเดินและชานอาคาร ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปวัตถุ ดังนี้
อาคารส่วนหน้า แบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 2 ห้อง ได้แก่
ห้องที่ 1 : ห้องบรรยายเกริ่นนำ ตั้งอยู่บริเวณด้านทางซ้ายก่อนถึงทางเข้าหน้าห้องจัดแสดง นำเสนอวิดีทัศน์ประวัติความเป็นมาของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และความสำคัญของพิพิธภัณฑ์
ห้องที่ 2 : ห้องจัดแสดงวิถีชีวิตเมืองชายแดนใต้ ให้ห้องจัดแสดงนี้ แบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ผนังด้านขวาอาคาร นำเสนอนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนี้ยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพที่ส่งเสริมให้ช่างฝีมือในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เกิดรายได้และงานฝีมือที่งดงาม อาทิ กระเป๋าย่านลิเภา กระเป๋าเสื่อกระจูด การจัดทำเรือกอแระ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 พื้นที่กลางห้องจัดแสดง นำเสนอศิลปวัตถุที่เกี่ยวข้องกับศาสนาความเชื่อที่สำคัญของชาวมุสลิมมลายู เช่น ตำราบุฆะยะตุลฏุลลาบ ทำจากหนังสัตว์และกระดาษ (2378) เอกสารสำคัญ เรื่อง เปวายังงัน เมอลายู ลามา ที่กล่าวถึงนักปราชญ์ชวาโบรา เขียนด้วยอักษรชวาโบราณ ภาษาชวา (พุทธศตวรรษที่ 21 ประมาณ 300 ปีมาแล้ว) สร้อยประคำลูกปัดและหมวกของนักปราชญ์ในศาสนาอิสลาม อายุ 100 ปี เป็นต้น
ส่วนที่ 3 ผนังด้านซ้ายของอาคาร นำเสนอวิถีชีวิตของชาวมลายูชายแดนใต้ และจัดศิลปวัตถุโบราณอันมาค่าของชาวมลายู เช่น กรงดักนกคุ้ม ที่ทำจากไม้และแกะสลักลวดลายวิจิตร อายุ 100 ปี ถาดทองเหลืองบุลวดลายสำหรับใช้ประดับบนโต๊ะหรือแขวนฝาผนัง อายุ 100 ปี เครื่องทองเหลืองสำหรับใส่เครื่องประทินโฉมของสตรีชาวมุสลิม อายุ 100 ปี เป็นต้น
ในบริเวณฉนวนเชิญเชื่อระหว่างอาคาร (หลังประตูทางออกห้องจัดแสดงอาคารส่วนหน้า) ได้จัดแสดงส่วนพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ “การอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณ” ที่เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์เอกสารโบราณที่มีมาตรฐานและถูกต้อง
อาคารส่วนหลัง เป็นห้องจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งภายในห้องจัดแสดงมีการควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมความชื้น และจัดแสงสว่างอย่างเหมาะเพื่อให้เป็นไปตามหลักการจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณ คัมภีร์อัลกุรอานที่สำคัญ ได้แก่ คัมภีร์อัลกุรอานสมัยราชวงศ์โมกุล ประเทศอินเดีย ปกทำจากหนังสัตว์ เขียนบนกระดาษในกรอบลวดลายวิจิตร (2334) คัมภีร์อัลกุรอานสมัยราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (1264) คัมภีร์อัลกุรอานของพระยาภูผาภักดีศรีสุวรรณประเทศวิเศษวังสา เจ้าเมืองระแงะคนสุดท้าย (2249) เป็นต้น
ในส่วนจัดแสดงวัตถุทั้ง 2 อาคาร ใช้คำอธิบายวัตถุต่าง ๆ จำนวน 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษามลายู แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในการให้บริการผู้เข้าชมที่เป็นคนท้องถิ่น คนไทย และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากห้องจัดแสดงแล้ว ชั้นล่างของอาคารส่วนหลัง เป็นห้องประชุมและพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่เป็นหมู่คณะ จัดงานเผยแพร่และงานวิชาการ สำหรับในส่วนด้านหน้าทางซ้ายของอาคารเป็นอาคารสำหรับละหมาด ซึ่งจัดพื้นที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยสื่อออนไลน์
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยบล็อก
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยสารานุกรมไทย
คัมภีร์อัลกุรอาน วิถีชีวิตท้องถิ่นและภูมิปัญญา อาวุธโบราณ
พิพิธภัณฑ์วัดลำภู
จ. นราธิวาส
พิพิธภัณฑ์บ้านโละจูด
จ. นราธิวาส
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร
จ. นราธิวาส