ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัด


ที่อยู่:
โรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลาม 26/43 หมู่ 8 ถ.นครเขื่อนขันธ์ ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130
โทรศัพท์:
085-2301965(นาวาวี),089-1069147(อนันต์),094-2835283(สมเดช)
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
กรุณาติดต่อล่วงหน้า
ค่าเข้าชม:
ไม่เสียค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
http://www.melayupaklad.org/
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2553
ของเด่น:
ประวัติศาสตร์ชุมชน,ผังเครือญาติ,บันทึกของครูสอนศาสนา
จัดการโดย:
ชุมชน
เนื้อหา:
ประวัติศาสตร์,วิถีชีวิต / ท้องถิ่นภูมิปัญญา
สถานะ:
เปิดดำเนินการ
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัด

เมื่อกล่าวถึงพระประแดง คนส่วนใหญ่มักนึกถึงชุมชนมอญ มีเพียงคนส่วนน้อยที่จะคิดถึงหรือรู้จักว่ามีกลุ่มคนมุสลิมมลายูอาศัยอยู่ในพระประแดงมาช้านาน คนกลุ่มดังกล่าวนิยามตัวเองว่ามีบรรพบุรุษอพยพมาจากปัตตานีแต่ตั้งสมัยรัชกาลที่ 1 ครั้งที่สยามมีชัยชนะเหนือปัตตานี

ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัดตั้งอยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นชุมชนมุสลิมที่มีผู้คนอาศัยมากว่า 4,000 คน  ประกอบด้วยผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม และคนไทยพุทธ รวมไปถึงแรงงานต่างด้าว แต่ส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นมุสลิม ในอดีตชุมชนมุสลิมปากลัดใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิตประจำวัน มีมัสยิดดารอสอาดะห์เป็นศูนย์กลาง และมีโรงเรียนสอนศาสนาในชุมชน

เหตุที่มาของการก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรมฯ เนื่องมาจากการค้นพบแผนผังบันทึกสายเครือญาติที่เป็นภาษามลายู ที่สืบย้อนไปได้ถึงบรรพบุรุษรุ่นแรกจากมลายูที่เป็นเชลย มาตั้งรกรากที่ปากลัด ผู้ที่บันทึกคือ อีหม่ามอับบาส แสงวิมาน (แชบะห์) บุคคลสำคัญในชุมชน แชบะห์เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 มีชีวิตยืนยันถึงรัชกาลที่ 9 (พ.ศ. 2406-2493) เขาเป็นครูสอนศานา เป็นผู้อาวุโสที่เป็นที่เคารพในชุมชน

ความสนใจสืบค้นหาบรรพบุรุษของตัวเอง หลังแชบะห์เสียชีวิต คนในชุมชนตั้งคณะทำงานเพื่อสืบค้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง มีการทำทำงานต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงรุ่นที่สองที่สานต่อมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 แต่ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง หยุดการทำงานไปในช่วงเมืองไทยประสบปัญหาพิษเศรษฐกิจในปี 2540 คณะทำงานมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ต่อมาในปี 2546 การทำงานได้ฟื้นอีกครั้ง คณะทำงานใช้ชื่อเดิมว่า ศูนย์ข้อมูลรูสท์(เครือญาติสัมพันธ์)  บริบทสำคัญคือ มีการเปิดมัสยิดหลังที่ 3 ดารอสอาดะห์  ชุมชนจัดนิทรรศการงานประวัติมัสยิด  มีการนำสายตระกูลมาดู  แล้วพบว่าคนในชุมชนไม่รู้ประวัติศาสตร์ตัวเอง อธิบายตัวเองไม่ได้ว่ามาจากไหน ทำให้เกิดคณะทำงานรุ่นที่ 3 เพื่อมาสืบค้นประวัติศาสตร์ใหม่ ทั้งสายเครือญาติ และประวัติศาสตร์ชุมชน ซึ่งพวกเขาพบว่าประวัติศาสตร์กระแสหลักไม่มีข้อมูลมุสลิมปากลัด

นอกจากนี้ด้วยมัสยิดหลังปัจจุบัน ที่สร้างเมื่อปี 2546 มีสถาปัตยกรรมสไตล์อาหรับ คนในชุมชนรู้สึกว่ามัสยิดดังกล่าวขาดสัญลักษณ์ที่บ่งบอกรากเหง้าความเป็นมลายู ซึ่งต่างกับมัสยิดหลัง 2 ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมระหว่างไทยกับมลายู คือมีหน้าจั่วไทยแต่ยอดโดมเป็นแบบมลายู  ทำให้คนในชุมชนฉุกคิดได้ว่าสัญลักษณ์มลายูซึ่งเป็นรากเหง้าของตนเองกำลังหายไป กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้สืบประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตนเอง และยอดโดมมัสยิดหลังที่ 2 ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์วัฒนธรรมฯ

หลังการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนและการสะสมข้อมูลมากกว่าครึ่งศตวรรษ ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัดเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างในปี พ.ศ. 2553  ได้รับงบประมาณสนับสนุนโดยอบจ.สมุทรปราการ โดยใช้พื้นที่ชั้นที่ 3 ของโรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลามเป็นสถานที่จัดแสดง แล้วเสร็จและเปิดให้เข้าชมในเดือนมีนาคม ปี 2554  วัตถุประสงค์สำคัญของคณะทำงานคือ ต้องการให้ลูกหลานชุมชนมาเรียนรู้ และต้องการบรรจุการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ในหลักสูตรของโรงเรียนสอนศาสนา และอยากให้คนทั่วไปรู้จักว่ามีชุมชนมุสลิมในพระประแดง 

ศูนย์วัฒนธรรมฯ พยายามสืบค้นข้อมูลวัฒนธรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากคนในท้องถิ่นและเดินทางไปเก็บข้อมูลในชุมชนอื่นๆ   และยังพยายามจัดกิจกรรมเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง เช่น มีการจัดนิทรรศการชั่วคราวจัดแสดงหน้ามัสยิด หรือตามจุดต่างๆ ในชุมชน เวลามีงานประเพณีสำคัญ และยังมีการจัดงานระดมทุนเพื่อหารายได้เข้าศูนย์ฯ อย่างสม่ำเสมอ  นอกจากนี้ยังพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลประวัติศาสตร์ของชุมชน นอกเหนือจากนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีพื้นที่จำกัด

ภายในศูนย์วัฒนธรรมฯ จัดแสดงเล่าเรื่องความเป็นมา ตั้งแต่ความรุ่งเรืองปัตตานี จนเมื่อสยามในสมัยรัชกาลที่ 1 ไปตีปัตตานีและกวาดต้อนเชลยศึกขึ้นมา ผูกโยงไปถึงการตั้งชุมชนมุสลิมปากลัด ความสัมพันธ์กับราชสำนักสยาม ผังเครือญาติ สายตระกูล ที่ได้มาจากบันทึกแชบะห์ ถอดมาได้ 4 สาย สืบได้ถึง 229 ปีที่แล้ว กระจายจากปากลัดไปทุ่งครุ ปทุมธานี อยุธยา นครศรีธรรมราช  บุคคลสำคัญตำแหน่งจุฬาราชมนตรีที่เป็นคนมุสลิมปากลัด คือ ครูต่วน พรมยงค์  รวมไปถึงวิถีชีวิตประจำวันของคนธรรมดา มีข้าวของจัดแสดงเช่น  ไม้ที่ปักกุโบร์หลุมศพ  หม้อแกงขนาดใหญ่ เครื่องกระเบื้อง เป็นต้น

เรียกได้ว่าศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัดเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนที่เป็นคนเล็กคนน้อยได้มีโอกาสเล่าเรื่องประวัติศาสตร์รากเหง้าของตนเอง ที่ขาดหายไปในหน้าประวัติศาสตร์กระแสหลัก

ปณิตา สระวาสี เขียน

ข้อมูลจาก:
http://www.melayupaklad.org
วิภาวี พงษ์ปิ่น,2558. ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม-มลายู บ้านปากลัด: สำนึกรับรู้อดีตของคนมุสลิมมลายูในสังคมเมือง. การประชุมวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์ พิ(ศ)พิธภัณฑ์ Museum Refocused3-4 กันยายน 2558,เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/watch?v=8Sf7xVkkHuk.
 
 
ชื่อผู้แต่ง:
-