จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre

จารึกพลับพลาจตุรมุข

จารึก

จารึกพลับพลาจตุรมุข ด้านที่ 1

QR-code edit Share on Facebook

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2564 19:45:15

ชื่อจารึก

จารึกพลับพลาจตุรมุข

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

อย. 8, จารึกอักษรไทย ภาษาไทย สมัยอยุธยา ได้มาจากวังจันทรเกษม จ. พระนครศรีอยุธยา, หลักที่ 92 ศิลาจารึกอักษรและภาษาไทย

อักษรที่มีในจารึก

ไทยอยุธยา

ศักราช

พุทธศักราช 2301

ภาษา

ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน 1 ด้าน มี 11 บรรทัด

ผู้อ่าน

ประสาร บุญประคอง (พ.ศ. 2507, 2513)

ผู้ปริวรรต

ประสาร บุญประคอง (พ.ศ. 2507, 2513)

ผู้ตรวจ

คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2513)

เชิงอรรถอธิบาย

1-4. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “พฤกษเทวดา” (รุกขเทวดา) คือเทวดาที่สถิตย์อยู่ตามต้นไม้ มีอิทธิฤทธิ์และคอยช่วยเหลือมนุษย์ส่วน “ภูมิเทวดา” (อารักษเทวดา) เป็นเทวดาที่สถิตย์อยู่ตามที่ต่างๆ โดยปกติอยู่ตามภูเขา ทั้งพฤษเทวดาและภูมิเทวดาเป็นเทพชั้นต่ำ ไตรภูมิพระร่วงกล่าวว่าท้าวจตุโลกบาลจะเป็นผู้มอบหมายให้เทพองค์อื่นมากำหนดสถานที่อยู่ของพฤกษเทวดาและภูมิเทวดา สำหรับ “อากาศเทวดา” หมายถึง เทวดาที่อยู่ในอากาศ
5. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ท้าวเวสสุวัณ” (ท้าวกุเวร) เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล (เทพผู้ปกป้องทิศทั้ง4) ประทับอยู่บนเขาพระสุเมรุ ทรงเป็นเทพประจำทิศเหนือ มีหน้าที่ดูแลทางเข้าสวรรค์ พาหนะคือม้าสีเหลือง ทรงมีบริวารเป็นยักษ์ 1,000,000,000 ตน ท้าวเวสสุวัณเป็นชื่อตำแหน่งไม่ใช่ชื่อเฉพาะ เมื่อครบ 500 ปีทิพย์ (เท่ากับ 9,000,000 ปีของมนุษย์) พระอินทร์แต่งตั้งองค์ใหม่ขึ้นมาแทน
6. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ยักษ์” เป็นเทพชั้นต่ำ และเป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) บทบาทของยักษ์ตามความเชื่อในศาสนาพุทธ อยู่ในฐานะเทพารักษ์คือเป็นผู้คุ้มครองรักษาและค้ำชูพุทธศาสนาดังที่มีการพบประติมากรรมรูป”ยักษ์แบก”ตามพุทธสถาน เช่น ฐานเจดีย์ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา เรื่อยมาถึงรัตนโกสินทร์
7. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “สาตาคิรีย” เป็นชื่อภูเขาซึ่งในมหาสมัยสูตรระบุว่าเป็นที่อาศัยของยักษ์จำนวน 3, 000 ตน
8. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “เหมันตายักษ์” หมายถึง ยักษ์ที่อาศัยอยู่บนเขาเหมวตา ในมหาสมัยสูตรกล่าวว่ามีจำนวน 6,000 ตน
9. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “จิตเสทธยักษ์”, จิตรเสนยักษ์ เป็นชื่อสารถีของท้าวจตุโลกบาล (ในมหาสมัยสูตรระบุว่าเป็นคนธรรพ์)
10. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “กามเสพปิทยักษ์” น่าจะหมายถึงบริวารตนหนึ่งของจตุโลกบาลซึ่งในมหาสมัยสูตร เรียกว่า กามเสฏฐะ
11. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “คินนุบาทยักษ์” น่าจะหมายถึงบริวารตนหนึ่งของจตุโลกบาลซึ่งในมหาสมัยสูตร เรียกว่า กินนุฆัณฑุ
12. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ฉ้อ” หมายถึง โกง
13. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ข้าพระ” คือ บุคคลที่ถูกยกให้เป็นผู้ดูแลวัด และพระสงฆ์ (หากมีลูกหลานก็ต้องเป็นข้าพระสืบต่อไป)
14. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “กัลปนา” คือ การยกสิ่งของหรือที่ดินแก่วัด โดยนำผลประโยชน์ที่ได้มาบำรุงวัดและพระศาสนา
15. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “มหาอเวจี” เป็นนรกขุมหนึ่งใน 8 ขุม ผู้ที่ทำบาปอันเป็นอนันตริยกรรม 5 (ดูข้อ 22) จะต้องไปตกนรกขุมดังกล่าวเป็นเวลาสิ้นกัลป์หนึ่ง
16. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “กัลป์” อายุของโลกตั้งแต่พระพรหมสร้างโลกจนถึงเวลาที่ไฟประลัยกัลป์ล้างโลก ซึ่งเท่ากับช่วงเวลากลางวัน 1 วัน ของพระพรหม คือ 1,000 มหายุค เท่ากับ 4,320,000,000 ปีของมนุษย์
17. ประสาร บุญประคอง : “กำม” หมายถึง กรรม
18 - 21. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อนันตริยกรรม 5“ คือ กรรมหนัก 5 ประการที่บาปที่สุด ซึ่งให้ผลทันที ได้แก่ (1) มาตุฆาต (ฆ่ามารดา) (2) ปิตุฆาต (ฆ่าบิดา) (3) อรหันตฆาต (ฆ่าพระอรหันต์) (4) โลหิตุปบาท (ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต) (5) สังฆเภท (ทำให้สงฆ์แตกกัน) (ข้อที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในจารึกนี้ คือ ข้อ (3) อรหันตฆาต)
22. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “เทวทัต” คือ พุทธสาวกองค์หนึ่งซึ่งเป็นเชื้อสายศากยะวงศ์เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า แต่เป็นผู้มีความอิจฉาริษยา ต้องการตั้งคณะสงฆ์ของตนเอง จึงทำการยุยงให้สงฆ์แตกกัน อีกทั้งพยายามทำร้ายพระพุทธองค์ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายถูกธรณีสูบและตกนรกอเวจี เนื่องจากทำบาปในอนันตริยกรรม ในข้อ 5 คือ สังฆเภท (ทำให้สงฆ์แตกกัน)
23. ประสาร บุญประคอง : “เทิด” หมายถึง เถิด
24. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “จุลศักราช 1120” ตรงกับ พ.ศ. 2301 (จุลศักราชเป็นศักราชที่รับมาจากพม่า มีการใช้อย่างแพร่หลายทั้งในล้านนา สุโขทัย และ อยุธยา อายุน้อยกว่าพุทธศักราช 1181 ปี ดังนั้นหากต้องการทำให้เป็นพุทธศักราช ให้นำเลขจุลศักราชบวกด้วย 1181)
25. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “สัมฤทธิ์ศก” หมายถึง ปีที่ลงท้ายด้วย 0 เช่น ในที่นี้คือ จุลศักราช 1120