จารึกวัดบ้านหลวย

จารึก

จารึกวัดบ้านหลวย

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2566 17:19:15 )

ชื่อจารึก

จารึกวัดบ้านหลวย

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

ลพ. 6, Vat Ban Hlui, จารึกวัดบ้านหลุย, ศิลาจารึกวัดบ้านหลวย

อักษรที่มีในจารึก

มอญโบราณ

ศักราช

พุทธศตวรรษ 17

ภาษา

มอญโบราณ

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน 2 ด้าน มี 32 บรรทัด แต่ละด้านมี 16 บรรทัด

วัตถุจารึก

หินทราย

ลักษณะวัตถุ

ใบเสมา

ขนาดวัตถุ

กว้าง 45.5 ซม. สูง 95 ซม. หนา 15 ซม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

1) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “ลพ. 6”
2) ในวารสาร Bulletin de l’École Française d’Éxtrême-Orient XXX (1930) กำหนดเป็น “Vat Ban Hlui”
3) ในวารสาร โบราณคดี ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (มกราคม 2516) กำหนดเป็น “จารึกวัดบ้านหลุย”
4) ในหนังสือ วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย (2522) กำหนดเป็น “ศิลาจารึกวัดบ้านหลวย”
5) ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่ม 2 กำหนดเป็น “จารึกวัดบ้านหลวย”
6) ในหนังสือ วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย (2533) กำหนดเป็น “จารึกวัดบ้านหลวย” (ลพ./6, พช. 29, 357)

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

วัดบ้านหลวย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ผู้พบ

ไม่ปรากฏหลักฐาน

ปัจจุบันอยู่ที่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

พิมพ์เผยแพร่

1) Bulletin de l’École Française d’Éxtrême-Orient XXX (1930) : 6-105.
2) วารสารโบราณคดี ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (มกราคม 2516) : 314-322.
3) วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2522), 21-23.
4) จารึกในประเทศไทย เล่ม 2 (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2529), 133-136.
5) วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2533), 24-26.
6) จารึกในประเทศไทย เล่ม 2, พิมพ์ครั้งที่ 2 (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2559), 177.

ประวัติ

จารึกหลักนี้ถูกพบที่วัดบ้านหลวย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำกวง บริเวณทิศใต้ของวัดพระธาตุหริภุญไชย ศ. โรเบิร์ต ฮัลลิเดย์ (Robert Halliday) และ ศ. ชาร์ลส์ อ๊อตโต บล็ากเด็น (Charles Otto Blagden) ได้อ่าน-แปลและตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (BEFEO) ปีที่ 30 ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) ในบทความชื่อ “Les Inscription Môn Du Siam“ ซึ่งศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงแปลและตีพิมพ์ใน วารสารโบราณคดี ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2516 ต่อมากรมศิลปากรได้ตีพิมพ์ข้อมูลเกี่ยวกับจารึกหลักนี้ลงในหนังสือ วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ใน พ.ศ. 2522 เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน และใน พ.ศ. 2529 ตีพิมพ์ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่มที่ 2 จากนั้นมีการพิมพ์หนังสือ วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ซ้ำอีกครั้งใน พ.ศ. 2533 โดยทั้ง 3 เล่มไม่มีการตีพิมพ์คำอ่าน

เนื้อหาโดยสังเขป

กล่าวถึงการบำเพ็ญกุศลในพุทธศาสนา เช่น การอุทิศข้าพระสำหรับบำรุงรักษาวัดและสระน้ำ การถวายสิ่งของต่างๆ เช่นหม้อน้ำ, ฉัตรและเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งกล่าวถึงผู้สร้างเจดีย์และคูหา

ผู้สร้าง

ไม่ปรากฏหลักฐาน

การกำหนดอายุ

ศ. โรเบิร์ต ฮัลลิเดย์ และ ศ. ชาร์ลส์ อ๊อตโต บล็ากเด็น กำหนดอายุของจารึกหลักนี้จากรูปอักษรซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับจารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิทั้ง 2 หลัก รวมถึงจารึกวัดมหาวัน ซึ่งทั้งหมดมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยกำหนดอายุจากรูปอักษรมอญโบราณที่มีลักษณะใกล้เคียงกับตัวอักษรที่ปรากฏบนศิลาจารึก “มยเจดีย์” (Mayazedi) ของพระเจ้าจันสิตถา (Kyanzittha) (อักษรโรมัน Ky ในภาษาพม่าแทนเสียง /c/ ซึ่งเท่ากับ จ ในภาษาไทย) กษัตริย์พุกาม (พม่า) ซึ่งจารึกไว้เมื่อ พ.ศ. 1628 และ 1630 อีกทั้งข้อความในจารึกวัดบ้านหลวยนี้ ยังกล่าวถึง “วัดเชตวัน” ซึ่งสอดคล้องกับจารึกในสมัยพระเจ้าสววาธิสิทธิ ราวพุทธศตวรรษที่ 17 อีกด้วย นอกจากนี้ จำปา เยื้องเจริญ, เทิม มีเต็ม และประเสริฐ ณ นครได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกำหนดอายุจารึกหลักนี้ไว้ในหนังสือ วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2522 ว่า จารึกดังกล่าวมีข้อความบอกศักราชปรากฏในบรรทัดแรกของด้านที่ 1 ดังนี้ (ศ. โรเบิร์ต ฮัลลิเดย์ และ ศ. ชาร์ลส์ อ๊อตโต บล็ากเด็น จัดให้เป็นด้านที่ 2 โดยอ่านว่า ล( ู) โกวฺ (สุ-) (หรือ สุ ํ-มฺ ) ..(วฺ) ลฺวิมฺ ลูโกวฺ…) ) ลูเกาว์ สุป 826 ลงิม์ ลุเกาว์ คำว่า “ลงิม์” (อ่าน “เลียะงิม”) แปลว่า “หนึ่งพัน” ซึ่งอยู่หลังตัวเลข 3 ตัว ดังนั้นเมื่ออ่านแปลจากข้างหลังมาข้างหน้า จะได้ศักราช 1628 สอดคล้องกับหลักฐานด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางด้านโบราณคดีซึ่งอายุไม่เก่า ไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 17 และรูปอักษรที่มีลักษณะเช่นเดียวกับจารึกหลักอื่นๆ ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 อนึ่ง อาณาจักรพุกามมีการรับอิทธิพลด้านตัวอักษรไปจากมอญ เมื่อพระเจ้าอนิรุทธ (อโนรธามังฉ่อ) กษัตริย์พุกาม (พม่า) ทรงยกทัพไปตีเมืองสะเทิม (ถะทนหรือสุธรรมวดี) ซึ่งเป็นราชธานีของหัวเมืองมอญฝ่ายใต้สำเร็จ จึงได้มีการกวาดต้อนผู้คน ช่างฝีมือ ตลอดจนภิกษุสงฆ์ และคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่มีอยู่ในดินแดนดังกล่าวไปสู่พุกาม ทำให้วัฒนธรรมมอญแพร่หลายในพุกาม รวมไปถึงการใช้ตัวอักษร โดยศาสตราจารย์เรอชินาลด์ เลอ เมย์ (Reginald Le May) กล่าวว่า พม่ารับวัฒนธรรมการเขียนหนังสือไปจากมอญ เมื่อราว พ.ศ. 1606 ซึ่งพระเจ้าจันสิตถานั้น ก็คือกษัตริย์ที่ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าอนิรุทธ (อโนรธามังฉ่อ) นั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., 2547, จาก :
1) Okell John, A reference grammar of colloquial Burmese (Oxford : Oxford University Press, 1969), 16.
2) Robert Halliday, “Les Inscription Môn Du Siam,” Bulletin de l’École Française d’Éxtrême-Orient XXX (1930) : 6-105.
3) จำปา เยื้องเจริญ, เทิม มีเต็ม และคงเดช ประพัฒน์ทอง, “จารึกวัดบ้านหลวย,” ใน วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย, พิมพ์ครั้งที่ 2 (กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2533), 24-26.
4) จำปา เยื้องเจริญ, เทิม มีเต็ม และคงเดช ประพัฒน์ทอง, “ศิลาจารึกวัดบ้านหลวย,” ใน วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย (กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2522), 21-23.
5) เทิม มีเต็ม, “จารึกวัดบ้านหลวย,” ใน จารึกในประเทศไทย เล่ม 2 : อักษรปัลลวะ อักษรมอญ พุทธศตวรรษที่ 12-21 (กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2529), 133-136.
6) ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล, “ศิลาจารึกภาษามอญที่เมืองลำพูน หลักที่ 5 และ 6,” โบราณคดี 4, 3 (มกราคม 2516) : 314-322.

ภาพประกอบ

ภาพสำเนาจารึกจาก : ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2545 (เลขทะเบียน CD; INS-TH-27, ไฟล์; LPh_0601_c และ LPh_0602_c)