พิพิธภัณฑ์วัดศรีดอนคำ


วัดศรีดอนคำ เป็นวัดสำคัญประจำอำเภอลอง พิพิธภัณฑ์วัดศรีตอนคำ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ อาคารหลังที่ 1 อาคารพิพิธภัณฑ์พระเจ้าพร้าโต้ (หอพระเจ้าไม้พันองค์) เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์หลังแรกของวัด ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 โดยพระครูเกษมรัตนคุณ (แก้ว เขมรมุโม) เจ้าอาวาสวัดศรีตอนคำ (พ.ศ. 2500–2548) และเจ้าคณะอำเภอลองรูปที่ 3 (พ.ศ. 2487–2546) ได้ริเริ่มใช้งบประมาณของวัดปรับศาลาวัดทำเป็นอาคารจัดแสดง วัตถุที่จัดแสดงหลักคือโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่จัดเก็บไว้ภายในวัด ปัจจุบันอาคารจัดแสดงนี้เป็นห้องโถงใหญ่ห้องเดียว ทำด้วยไม้สัก, อาคารหลังที่ 2 อาคารพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปสำคัญและประวัติบูรพาจารย์ (กุฏิเมตตา) เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 ของวัดศรีตอนคำ เกิดจากการปรับปรุงกุฏิของพระครูเกษมรัตนคุณ (แก้ว เขมรมุโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนคำที่มรณภาพไปแล้วให้เป็นห้องจัดแสดงเมื่อ พ.ศ. 2557 ประเภทวัตถุที่จัดแสดงในอาคารนี้ ได้แก่ พระพุทธรูปโบราณที่บุทองคำ เงิน สัมฤทธิ์ ฯลฯ จิตรกรรมโบราณและดาบโบราณ เป็นต้น อาคารหลังนี้ยังแบ่งห้องออกเป็น 3 ห้อง ห้องแรกจัดแสดงวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ที่วัดจัดสร้างขึ้น ห้องที่ 2 กั้นเป็น 2 ห้องย่อย ห้องด้านหน้าแสดงรูปหล่อพระประจำวันเกิด ประวัติอดีตเจ้าอาวาส รายนามเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และของสะสมต่าง ๆ ของอดีตเจ้าอาวาส ห้องที่ 3 จัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญคือ “พระแก้วดอนเต้า” ที่แกะสลักจากหินแก้วสีขาว, อาคารหลังที่ 3 อาคารพิพิธภัณฑ์ของเก่าสะสม เป็นอาคารจัดแสดงล่าสุด ปรับปรุงจากชั้นล่างของศาลาการเปรียญวัดที่มีมาแต่เดิม ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 จัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ของคนเมืองลองในอดีต ภายในอาคารจัดแบ่งออกเป็น 2 ห้อง ห้องแรกจัดแสดงป้ายชื่อเก่าและภาพเก่าของวัดศรีตอนคำ และห้องที่ 2 จัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตชาวเมืองลองในอดีต เป็นการรวบรวมจัดแสดงหลายประเภทด้วยกัน ทั้งเครื่องประดับสมัยโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี อาวุธโบราณ ภาพเก่า ของแปลก ตำนาน เอกสารโบราณ เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีองค์พระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์คือ องค์พระธาตุห้วยอ้อ (ฮ้องอ้อ) ซึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวห้วยอ้อมาอย่างยาวนาน และยังจัดแสดงลูกระฆังระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นที่มาของคำว่า “แพร่แห่ระเบิด” (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง https://virtual.sac.or.th/localmuseum/watsidonkham/)

ชื่อเรียกอื่น:
พิพิธภัณฑ์พระเจ้าพร้าโต้
ที่อยู่:
วัดศรีดอนคำ ถ.จรูญลองรัฐ ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ 54150
โทรศัพท์:
054-581278, 089-7695917 (อุดม ไชยชนะ)
วันและเวลาทำการ:
อาคารพิพิธภัณฑ์พระเจ้าพร้าโต้ เปิดทุกวัน เวลา 8.00–17.00 น., อาคารพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปสำคัญและประวัติพระพร้าย เปิดเฉพาะกรณีติดต่อส่วนหน้า (หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ หรือต้องการมัคคุเทศก์นำชม กรุณาติดต่อล่วงหน้า
ค่าเข้าชม:
ไม่เสียค่าเข้าชม (ตั้งกล่องรับบริจาค ตามแต่ศรัทธา)
อีเมล:
komol_pp@yahoo.com
ปีที่ก่อตั้ง:
2543
ของเด่น:
พระเจ้าพร้าโต้, พระพุทธรูปไม้, ระฆัง. พระธาตุห้วยอ้อ
จัดการโดย:
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ตำนานพระธาตุห้วยอ้อ(วัดศรีดอนคำ) และประวัติเมืองลอง

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: มปป.

ที่มา:

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์วัดศรีดอนคำ

วัดศรีดอนคำ หรือแต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า "วัดห้วยอ้อ" ตั้งอยู่ถนนจรูญลอง ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลองมาตั้งแต่อดีตกาล เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของเมืองลองที่เจ้าเมืองลองให้การอุปถัมภ์มาแต่อดีต และมีศาสนสถานสำคัญที่โดดเด่นคือ "พระธาตุศรีดอนคำ"

วัดศรีดอนคำ เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2167 โดยเริ่มจากการสร้างพระธาตุศรีดอนคำก่อน จนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2215 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นวัดหลวงศูนย์กลางของเมืองลองรุ่นที่ 3 ตั้งแต่พญาชื่นสมบัติ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองลอง และได้ย้ายศูนย์กลางการปกครองจากเหล่าเวียงบ้านนาหลวงศูนย์หลวงเมืองลองรุ่นที่ 2 มาตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยอ้อเมือ่ พ.ศ. 2318 เป็นวัดที่เจ้าเมืองลองและบรรดาญาติวงศ์ ตลอดจนเหล่าขุนนางมาทำบุญและใช้ประกอบพิธีกินน้ำสัจจะ หรือพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

 วัดศรีดอนคำยังเป็นที่จำพรรษาของพระผู้ใหญ่อดีตมหาครูบาหลวงเมืองลองและเจ้าคณะอำเภอหลายรูป พระผู้ใหญ่หลายรูป วัดนี้จึงมีข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จำนวนมาก ตังแต่ช่วง พ.ศ. 2426 เป็นต้นมา ครูบาเจ้าอินทวิไชยอรัญวาสี เจ้าอาวาสวัดศรีดอนคำ (พ.ศ. 2421 - 2434) ซึ่งเป็นบุตรของพญาประเทศโสหัตติ เสนาบดีเมืองลอง ได้เริ่มเก็บโบราณวัตถุต่าง ๆ จากวัดร้าง และวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาภายในเมืองลอง มาเก็บรวบรวมไว้ที่วัดศรีดอนคำ อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดศรีดอนคำรูปต่อ ๆ มา ก็ได้เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของเมืองลองเรื่อยมา จำนวนของสะสมจึงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์วัดศรีดอนคำขึ้น

พิพิธภัณฑ์วัดศรีดอนคำ ประกอบไปด้วยอาคาร 3 หลัง ดังนี้

อาคารหลังที่ 1 อาคารพิพิธภัณฑ์พระเจ้าพร้าโต้ (หอพระเจ้าไม้พันองค์) เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์หลังแรกของวัด ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 โดยพระครูเกษมรัตนคุณ (แก้ว เขมรมุโม) เจ้าอาวาสวัดศรีตอนคำ (พ.ศ. 2500–2548) และเจ้าคณะอำเภอลองรูปที่ 3 (พ.ศ. 2487–2546) ได้ริเริ่มใช้งบประมาณของวัดปรับศาลาวัดทำเป็นอาคารจัดแสดง ปัจจุบันอาคารจัดแสดงนี้เป็นห้องโถงใหญ่ห้องเดียว ทำด้วยไม้สัก วัตถุที่จัดแสดงหลักคือโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่จัดเก็บไว้ภายในวัด ที่สำคัญคือ พระเจ้าพร้าโต้ เป็นพระพุทธรูปไม้ศิลปะล้านนา ขนาดหน้าตัก 74 ซม. ฐานกว้าง 34 ซม. สูง 8.84 ซม. สร้างโดยการใช้มีดพร้าหรือมีดโต้ ใช้เวลาในการสร้าง 1 วัน ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พระเจ้าทันใจ”

อาคารหลังที่ 2 อาคารพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปสำคัญและประวัติบูรพาจารย์ (กุฏิเมตตา) เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 ของวัดศรีตอนคำ เกิดจากการปรับปรุงกุฏิของพระครูเกษมรัตนคุณ (แก้ว เขมรมุโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนคำที่มรณภาพไปแล้วให้เป็นห้องจัดแสดงเมื่อ พ.ศ. 2557 ประเภทวัตถุที่จัดแสดงในอาคารนี้ ได้แก่ พระพุทธรูปโบราณที่บุทองคำ เงิน สัมฤทธิ์ ฯลฯ จิตรกรรมโบราณและดาบโบราณ เป็นต้น อาคารหลังนี้ยังแบ่งห้องออกเป็น 3 ห้อง

  • ห้องแรกจัดแสดงวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ที่วัดจัดสร้างขึ้น
  • ห้องที่ 2 กั้นเป็น 2 ห้องย่อย ห้องด้านหน้าแสดงรูปหล่อพระประจำวันเกิด ประวัติอดีตเจ้าอาวาส รายนามเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และของสะสมต่าง ๆ ของอดีตเจ้าอาวาส
  • ห้องที่ 3 จัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญคือ “พระแก้วดอนเต้า” ที่แกะสลักจากหินแก้วสีขาว

อาคารหลังที่ 3 อาคารพิพิธภัณฑ์ของเก่าสะสม เป็นอาคารจัดแสดงล่าสุด ปรับปรุงจากชั้นล่างของศาลาการเปรียญวัดที่มีมาแต่เดิม ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 จัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ของคนเมืองลองในอดีต ภายในอาคารจัดแบ่งออกเป็น 2 ห้อง

  • ห้องแรกจัดแสดงป้ายชื่อเก่าและภาพเก่าของวัดศรีตอนคำ
  • ห้องที่ 2 จัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตชาวเมืองลองในอดีต เป็นการรวบรวมจัดแสดงหลายประเภทด้วยกัน ทั้งเครื่องประดับสมัยโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี อาวุธโบราณ ภาพเก่า ของแปลก ตำนาน เอกสารโบราณ เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีองค์พระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์คือ องค์พระธาตุห้วยอ้อ (ฮ้องอ้อ) ซึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวห้วยอ้อมาอย่างยาวนาน และยังจัดแสดงลูกระฆังระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นที่มาของคำว่า “แพร่แห่ระเบิด

ชื่อผู้แต่ง:
วริสรา แสงอัมพรไชย