พิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นไทยพวน วัดกุฎีทอง


ที่อยู่:
วัดกุฎีทอง หมู่ 3 ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี 16120
โทรศัพท์:
036-599307
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน 9.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
-
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2540
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
วัดและชุมชน
เนื้อหา:
ชาติพันธ์ุ,วิถีชีวิต / ท้องถิ่นภูมิปัญญา
สถานะ:
เปิดดำเนินการ

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 14 มิถุนายน 2555

ไม่มีข้อมูล

ทางแห่งความสงบ

ชื่อผู้แต่ง: พระครูเมตตานุศาสน์ | ปีที่พิมพ์: 4/7/2548

ที่มา: ของที่ระลึกงาน ฌาปนกิจ นางบุญส่ง นนทรี

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

ประเพณีท้องถิ่น แหล่งศิลปกรรมอำเภอพรหมบุรี...

ชื่อผู้แต่ง: สภาวัฒนธรรมอำเภอพรหมบุรี สำนักงานศึกษาธิการอำเภอพรหมบุรี | ปีที่พิมพ์:

ที่มา: สิงห์บุรี: สภาวัฒนธรรมอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นไทยพวน วัดกุฎีทอง

กลุ่มไทยพวน หรือลาวพวน เป็นอีกกลุ่มชนหนึ่งที่อพยพจากดินแดนลาวตอนบนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเพราะการสงครามในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์หลายครั้งหลายคราว กลุ่มคนพวนถูกกวาดต้อนเข้ามาในไทย และเมื่อนานเข้าก็กระจัดกระจายไปทั้งถิ่นฐานในหลายจังหวัดของประเทศไทย จนกลายเป็น ไทยพวน

บางแห่งวัฒนธรรมประเพณีตลอดจนภาษาได้ถูกกลืนกลายไปกับคนพื้นถิ่นหมดแล้ว แต่บางกลุ่มก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมของกลุ่มตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น บางกลุ่มก็กำลังรวบรวมองค์ความรู้ที่ยังคงอยู่ในชุมชน เพื่อสืบทอดให้ลูกหลานของตนเองต่อไป เหมือนอย่างเช่นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน วัดกุฎีทอง ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีแห่งนี้

ความตั้งใจเดิมนั้นเริ่มมาจาก นาวาอากาศเอกเถลิง อินทร์พงศ์พันธุ์ ซึ่งเป็นลูกหลานชาวไทยพวนที่บ้านบางน้ำเชี่ยวมาแต่กำเนิด เห็นว่าวัฒนธรรมประเพณีของไทยพวนเริ่มสูญหายจึงริเริ่มรวบรวมของเก่าจากในชุมชน ทั้งจากการขอบริจาค ขอเจ้าของให้นำมาร่วม ทำเป็นศูนย์วัฒนธรรม รวบรวมข้าวของพื้นเมืองมาจัดแสดง ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคนในชุมชนเพราะเกือบทุกคนก็เป็นลูกหลานชาวไทยพวนเหมือนกัน แม้แต่ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน (พระภาวนาพรหมคุณ)ก็ยังเป็นคนเชื้อสายพวน ทุกฝ่ายในชุมชนมีจิตสำนึกร่วมกันในการจะอนุรักษ์ของโบราณตลอดจนภาษาเอาไว้ให้ลูกหลานในภายหน้าด้วย

อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน จัดแสดงอยู่ที่ศาลาวัดกุฎีทอง ซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่ส่วนแรกจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา จำนวนมาก เป็นพวกไหน้ำปลาเก่า หรือไหเคลือบแบบจีนปากแคบ โอ่งน้ำดินเผา ทุกประเภทจะมีป้ายชื่อติดไว้ เพื่อให้นักเรียนหรือเด็กๆ รุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้จักภาชนะหน้าตาแปลกๆ เหล่านี้ได้รู้จักกัน

ถัดไปด้านในมีของจำพวกเครื่องจักรสาน ทั้งที่เป็นเครื่องมือการเกษตร เครื่องมือประมง และข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เช่นกระต่ายขูดมะพร้าว หินบดยา ส่วนนี้มีคำอธิบายภาษาไทยพวนติดอยู่เช่น แอบข้าวเหนียว หรือกระติ๊บข้าวเหนียว เครื่องเซ้อไม้ไผ่ หรือ เครื่องใช้ไม้ไผ่ ที่ต้องติดป้ายคำภาษาไทยพวนคู่กับภาษาไทยนี้ เนื่องจากเด็กๆ ลูกหลานไทยพวนบ้านบางน้ำเชี่ยวในปัจจุบันเริ่มพูดภาษาพวนไม่ได้แล้ว จึงได้เริ่มเกิดการรื้อฟื้นให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ภาษาของบรรพบุรุษ โดยตอนนี้โรงเรียนในชุมชน ก็ได้ทำหลักสูตรภาษาท้องถิ่น ให้เด็กๆ ได้หัดพูดภาษาไทยพวนด้วย

ส่วนกลางของห้อง ที่โดดเด่นก็คือเรือไม้แบบต่างๆ ทั้งใหญ่ เล็ก บางลำขุดจากไม้ต้นเดียว และมีพายลงรักปิดทอง เขียนลายสวยงาม ครกตำข้าวทำจากไม้ และสีฝัด ด้านหลังห้องยังมีอุปกรณ์การเกษตรแบบโบราณบางส่วนกองรวมกันอยู่เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้โยกย้ายสถานที่มาหลายครั้ง เหตุเพราะสถานที่ยังไม่ลงตัว หลังจากนี้อาจจะมีการย้ายไปยังสถานที่ที่เหมาะสมกว่าอีกครั้ง

ด้านหลังของห้องจัดแสดง จำลองเป็นห้องครัวมีเครื่องไม้ใช้สอยในครัวแบบโบราณอีกหลายชิ้นจัดแสดงทั้งหม้อดินเผา อ่าง กระบวยทำจากกะลาแบบต่างๆ ริมฝาผนังแขวนลายผ้าทอแบบโบราณของชาวพวนไว้ด้วย ผ้าผืนเล็กๆใส่กรอบนี้เป็นผ้าห่อคัมภีร์ หรือตุงรูปสัตว์ต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีเตารีดโบราณ ปิ่นโตสังกะสี และชุดการแต่งกายของชาวไทยพวน ใส่ไว้ในหุ่นให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาได้เห็นตัวอย่าง ผู้หญิงใส่ ผ้าซิ่นสีเขียว เสื้อแขนกระบอกสีแดง ผู้ชายใส่ชุดม่อฮ่อม มีภาพคุณยายแก่ๆ ที่แต่งกายแบบโบราณและหาบของมาทำบุญที่วัดด้วย

ในเรื่องของงานบุญประเพณีของไทยพวนที่ชุมชนนี้ยังรักษาไว้ได้เหนียวแน่นคือประเพณีกำฟ้า ที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีในเดือน 3 บุญประเพณีนี้ชาวไทยพวนทุกที่ในประเทศไทยจะจัดในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนฟ้า นอกจากนี้ยังมีงานบุญกวนข้าวทิพย์และอีกหลายอย่างหมุนเวียนกันไปทั้งปี หากใครสนใจก็สามารถมาร่วมชมงานบุญประเพณีต่างๆ ได้ที่วัดกุฎีทองแห่งนี้

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แม่จะยังจัดแสดงได้ไม่เต็มที่เพราะต้องย้ายสถานที่หลายครั้ง แต่โดยความตั้งใจของ คณะกรรมการดูแลซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ในโรงเรียน ผู้ใหญ่ในชุมชน พระ และปราชญ์ชาวบ้านหลายๆ ท่าน ที่ต้องการให้ลูกหลานของตนไม่ลืมรากเหง้าความเป็นไทยพวน น่าดีใจที่เอกลักษณ์ของชาติพันธุ์เหล่านี้คงจะไม่หายไปตามกาลเวลา

มัณฑนา ชอุ่มผล /เขียน
ข้อมูลจาก: สำรวจข้อมูลภาคสนาม วันที่ 27 กรกรฎาคม 2554 
 

ชื่อผู้แต่ง:
-

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นไทยพวน วัดกุฎีทอง


พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวน วัดกุฎีทอง เริ่มต้นเก็บสิ่งของเมื่อ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา โดยสิ่งของต่างๆ มาจากการบริจาคของชาวบ้านและเป็นสิ่งที่ท่านพระครูนาควรคุณ ได้สะสมไว้ พระครูเมตตานุศาสน์เป็นผู้ก่อตั้ง และนาวาเอกเถลิง ศิริพงษ์พันธุ์ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน แต่เดิมสิ่งของต่างๆ เก็บไว้ที่ใต้ถุนตึกด้านใน (ใกล้กุฏิเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) แต่ย้ายสิ่งของต่างๆ ไปยังอาคารที่สร้างใหม่เป็นการเฉพาะด้วยเหตุของน้ำท่วม เมื่อเดือนตุลาคม 2544

พิพิธภัณฑ์เป็นอาคารสองชั้น แต่มีพื้นที่จัดแสดงที่ชั้นหนึ่งเพียงชั้นเดียว ห้องจัดแสดงมีหน้าต่างบานเกล็ดโดยรอบ ส่วนตู้จัดแสดงจัดทำขึ้นอย่างถาวรด้วยโครงเหล็กและบานกระจกโดยติดตั้งขนานไปกับแนวบานเกล็ด นอกจากตู้จัดแสดงแล้ว ยังมีข้าวของที่ว่างอยู่ช่วงกลางห้องและบอร์ดนิทรรศการที่ขัดขึ้นตามวาระต่างๆ ว่างอยู่ ณ ทางเข้าห้องพิพิธภัณฑ์ เช่น ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าวของในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตามประเภทของกลุ่มสิ่งของ เช่น ผ้าและเสื้อผ้า เครื่องมือดักสัตว์ สำรับอาหารหรือ "พาข้าว" โอ่งหรือภาชนะดินเผา แจกันและเครื่องกระเบื้อง อุปกรณ์ทอผ้า เครื่องจักสาน ครกตำข้าว เครื่องดนตรีและกลองยาว เอกสารสำคัญ พระพุทธรูป ตาลปัตร พัด และตู้พระไตรปิฎก ชิ้นส่วนพระพุทธรูปสลักหิน โม่ข้าว เครื่องบดยา ถ้วยรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณที่หมู่บ้านได้รับจากงานต่างๆ วัตถุบางส่วนมีคำเรียกวัตถุเขียนลงบนกระดาษและติดไว้บนวัตถุ บางชิ้นใช้ปากกาเมจิกเขียนชื่อเรียกลงบนวัตถุโดยตรง สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ แม้การจัดแสดงวัตถุโดยส่วนใหญ่ไม่สามารถเล่าเรื่องโดยตรง แต่จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สัมพันธ์กับ "สำนึกชาติพันธุ์" ในการรวมตัวกลุ่มไทพวน ดังที่มีการตั้งชมรมไทพวน 19 จังหวัด ในแต่ละปี จะมีการจัดงานประจำปีเวียนกันไปในแต่ละจังหวัด

พิพิธภัณฑ์ไทยพวนจึงเป็นเสมือนการรวบรวมประวัติศาสตร์การอพยพและการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ได้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้วัดกุฎีทอง โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดให้ทุนสนับสนุนจำนวนหนึ่งในการทำประวัติและวีดิทัศน์ในการเสนอเรื่องราวของพวน นอกจากนี้ ยังมีแนวแนวคิดในการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวในชุมชน ทั้งในบริเวณวัด พิพิธภัณฑ์ และเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรีไปพร้อมๆ กัน

ข้อมูลจาก: การสำรวจภาคสนามวันที่ 21 เมษายน 2548
ชื่อผู้แต่ง:
-