พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดสว่างอารมณ์


ชื่อเรียกอื่น:
-
ที่อยู่:
วัดสว่างอารมณ์ เลขที่ 1 หมู่ 5 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี 16000
โทรศัพท์:
0-3654-3150, 0-3654-3237
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดจันทร์-ศุกร์ 09.00-16.00 น.และเสาร์-อาทิตย์ 08.30-17.00 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
-
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2545
ของเด่น:
-
จัดการโดย:

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

คนตัวเล็ก เชิด "หนังใหญ่" ที่ วัดสว่างอารมณ์...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 2/28/2548

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

หนังใหญ่ วัดสว่างอารมณ์...

ชื่อผู้แต่ง: สุภิตร อนุศาสน์ | ปีที่พิมพ์: -

ที่มา: ลพบุรี: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสถาบันราชภัฏเทพสตรี

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

มหรสพกลางกรุง : หนังใหญ่ วัดสว่างอารมณ์...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 16, 6 (เม.ย. 2538) ; หน้า 32, 34.

ที่มา: ศิลปวัฒนธรรม

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ในพิพิธภัณฑ์...

ชื่อผู้แต่ง: วิชญดา ทองแดง | ปีที่พิมพ์: 31,4 (ต.ค.-ธ.ค. 2548) : หน้า 112

ที่มา: เมืองโบราณ

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์...

ชื่อผู้แต่ง: วิชญดา ทองแดง | ปีที่พิมพ์:

ที่มา: วารสารเมืองโบราณ

แหล่งค้นคว้า:

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดบางมอญ ซึ่งเรียกตามชื่อหมู่บ้านที่แต่เดิมเรียกว่าบ้านบางมอญ เนื่องจากบริเวณนี้เคยมีชาวมอญนำสินค้ามาค้าขายและพักที่บริเวณนี้ วัดตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ในอำเภอเมืองสิงห์บุรี สร้างขึ้นราวปีพ.ศ. 2399 โดยพระครูสิงหมุนี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดองค์แรกของสิงห์บุรี ส่วนเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือพระครูอรรถสิทธิโสภณ   พระครูสิงหมุนีหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อเรือง" เป็นผู้รวบรวมหนังใหญ่จากฝีมือช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเอาไว้จำนวนหนึ่ง และได้ให้ช่างพื้นบ้านที่มีความรู้ความสามารถสร้างหนังใหญ่เพิ่มเติมไว้ นอกจากนี้ "ครูเปีย" หัวหน้าคณะหนังเร่ที่อพยพหลบหนีภัยสงครามในกรุงศรีอยุธยาก็ได้นำหนังใหญ่ส่วนหนึ่งมาถวายหลวงพ่อเรืองด้วยเช่นกัน และบางส่วนก็ซื้อมาจากวัดตึก      
 
ครูเปีย ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการเชิดและพากย์หนังใหญ่มาก ท่านได้ฝึกหัดให้ชาวบ้านบางมอญแสดงหนังใหญ่ โดยศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดจนมีชื่อเสียงสืบมาคือ นายนวม ศุภนคร หรือขุนบางมอญกิจประมวล ซึ่งเป็นต้นตระกูล "ศุภนคร" ในสมัยขุนบางมอญเป็นหัวหน้าคณะได้รับความนิยมมาก   ลูกชายคนโตของขุนบางมอญกิจประมวลคือ นายเชื้อ  ศุภนคร ได้รับช่วงการแสดงหนังใหญ่ต่อมา และตระกูลศุภนครก็ยังเป็นผู้สืบทอดและถ่ายทอดการเชิดหนังใหญ่ในปัจจุบัน
 
การจัดการแสดงในระยะแรก ด้านแสงไฟจะใช้กะลามะพร้าวโดยทำร้านไฟสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร อยู่ด้านหลังจอ บนร้านไฟใช้ไม้ต่อเป็นรูปคล้ายเตาไฟโบราณ มีหยวกกล้วยรองพื้น มีดินเหนียวปูหน้าก่อนที่จะสุมกะลามะพร้าว โดยได้จุดไต้เผากะลามะพร้าวเพื่อเตรียมไฟก่อนการแสดงครึ่งชั่วโมง แต่ในปัจจุบันใช้ไฟสปอร์ตไลท์แทน
           
ตัวหนังใหญ่ของวัดสว่างอารมณ์ปัจจุบันมีกว่า 300 ตัว  โดยสามารถนำไปแสดงได้ถึง 4 ศึก คือ ศึกใหญ่หรือศึกทศกัณฑ์ ศึกอินทรชิตหรือศึกนาคบาต ศึกวิรุณจำบัง และศึกพระมงกุฎ-บุตรลบ การแสดงหนังใหญ่ของวัดสว่างอารมณ์ปัจจุบันใช้เยาวชนเป็นผู้เชิด โดยมีการฝึกฝนเยาวชนในโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์เพื่อสืบต่อการแสดงหนังใหญ่ไม่ให้สูญหาย รุ่นแรกมีเยาวชนสนใจกว่า 15 คน แต่เมื่อจบการศึกษาก็ไม่ได้กลับมาเล่นอีก ทำให้ทางวัดต้องฝึกเด็กรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอยู่เสมอ ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยประถมศึกษา แม้การเชิดหนังใหญ่จะไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยต้องใช้ทั้งเวลา สมาธิ และพละกำลัง หนังใหญ่บางตัวอาจมีน้ำหนักมากกว่าคนเชิดเสียอีก แต่ความมุ่งมั่นของเด็ก ๆ ก็ยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม   อย่างไรก็ดีเยาวชนรุ่นแรกที่ยังหลงเหลือและเข้ามาคลุกคลีและพร้อมจะสืบสานการแสดงต่อไปคือพงศ์พิพัฒน์ สาจันทร์ อายุ 19 ปี ซึ่งกลายเป็นกำลังสำคัญในการดูแลช่วยฝึกฝนน้อง ๆ ในคณะด้วย ความพิเศษของคณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ที่ต่างจากคณะอื่นคือ นำเยาวชนมาร่วมในการพากษ์ด้วย ในขณะที่คณะอื่นเยาวชนเป็นเพียงแต่ผู้เชิดเท่านั้น คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ยังคงรวมตัวอย่างเหนียวแน่น มีการจัดการไหว้ครูหรือครอบครูในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
       
สำหรับพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 โดยใช้พื้นที่ชั้นบนของศาลาการเปรียญจัดแสดงตัวหนังใหญ่ โดยนำหนังใหญ่มาตรึงบนผืนผ้าขนาดใหญ่สีขาวที่สร้างเป็นตู้ไม้พร้อมหลอดไฟส่องสว่างอยู่ภายในเพื่อให้เห็นลวดลายของหนังใหญ่ได้ชัดเจนและสวยงาม โดยหนังใหญ่ที่จัดแสดงนี้เป็นหนังใหญ่ชุดเก่าแก่ที่ไม่ได้นำมาเชิดแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็จัดเก็บเป็นคลังโดยขึงตัวหนังไว้กับกรอบไม้แล้วแขวนไว้บนราว ซึ่งผู้ชมก็สามารถเลื่อนกรอบไม้เพื่อดูตัวหนังที่จัดเก็บไว้ได้เช่นกัน
         
 ภูมิปัญญาการแกะตัวหนังใหญ่ของวัดสว่างอารมณ์ยังไม่ได้เลือนหายไปแต่อย่างใด ปัจจุบันยังมีผู้สืบทอดช่างแกะสลักตัวหนังอยู่ ลวดลายส่วนหนึ่งเป็นการลอกลายจากหนังชุดเก่าที่มีอยู่เดิม และบางส่วนได้ออกแบบลวดลายใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งลักษณะ ความงาม และความหมายของตัวหนังแต่ละตัวเอาไว้ หนังใหญ่ที่ยังคงมีชีวิตและเชิดเล่นกันอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันเหลือเพียงสามคณะเท่านั้น คือที่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง วัดขนอน จังหวัดราชบุรี และวัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี   ผู้สนใจที่ต้องการชมมหรสพหลวงชั้นครูเช่นนี้ต้องติดต่อล่วงหน้าก่อนจะได้รับความสะดวกกว่า
 
ข้อมูลจาก: 
1. การสำรวจภาคสนามโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2548
2. แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์
ชื่อผู้แต่ง:
-