พิพิธภัณฑ์โครงกระดูกซากช้างโบราณ


ชื่อเรียกอื่น:
-
ที่อยู่:
พิพิธภัณฑ์โครงกระดูกซากช้างโบราณ (ติดกับที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา 30230
โทรศัพท์:
044-321422
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
วันจันทร์-วันศุกร์และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2545
ของเด่น:
โครงกระดูกซากช้างโบราณ เอปโคราช
ไม่มีข้อมูล

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

ไม่มีข้อมูล

พิพิธภัณฑ์ช้างโบราณ...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 8/4/2546

ที่มา: มติชนรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

ซากช้างดึกดำบรรพ์ แห่งเดียวในสยาม...

ชื่อผู้แต่ง: ทีมข่าวศิลปวัฒนธรรม | ปีที่พิมพ์: ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 (ตุลาคม 2546)

ที่มา: หนังสือพิมพ์ "สุรนารายณ์" มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

แหล่งค้นคว้า: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ช้างโบราณ

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา คือหนึ่งในห้าของชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้ใช้นามพระราชทานจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เนื่องในพระมหามงคลวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองศิริราชสมบัติครบ 50 พรรษา  จากสุขาภิบาลท่าช้างจึงมาเป็นอำเภอเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539
       
คุณวริฒธิ์ธรณ์ ธนาวุฒิพรกุล  นักวิชาการประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลท่าช้าง ได้พูดถึงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์โครงกระดูกซากช้างโบราณแห่งนี้ว่า  เหมือนกับการให้เกียรติและให้ความสำคัญกับพื้นที่ในอาณาบริเวณนี้ว่าเป็นแหล่งที่มีการค้นพบซากช้างโบราณ  ซากดึกดำบรรพ์พืชและสัตว์อื่นๆจำนวนมากมาย  เฉพาะซากช้างโบราณที่ค้นพบจากบ่อดูดทรายริมแม่น้ำมูลของที่นี่ในตำบลท่าช้างและตำบลช้างทองก็ 8 สกุลใน 38 สกุล  นอกจากนี้ยังพบสัตว์ชนิดอื่นๆรวมเกือบ 50 ชนิด เช่น ยีราฟคอสั้น ม้าฮิปปาเรียน 3 นิ้ว แรดโบราณ กวางแอนติโลป ฮิปโปโปเตมัส หมูใหญ่ฮิปโปโปเตเมดอน เต่าขนาด 2-3 เมตร จระเข้ ตะโขง เอป รวมทั้งซากพืชโบราณ ไม้กลายเป็นหิน เป็นต้น
       
การค้นพบซากช้างโบราณพบในระดับความลึก 7-12 เมตร  ส่วนจัดแสดงในตู้กระจกปิดของอาคารนี้  ในสายตาของคนทั่วไป คือ ชิ้นส่วนโครงกระดูกที่แยกออกเป็นชิ้นๆ มีเพียงบางชิ้นเท่านั้นที่มองออกว่าเป็นฟันกราม งา ซากกะโหลก ซึ่งอาจจะมองผ่านๆไป  แต่สำหรับนักชีววิทยา นักธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญซากช้างโบราณที่ได้ศึกษาวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตบนโลก  จัดว่าที่นี่คือแหล่งการค้นพบที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  
 
จากหลักฐานในอดีต เดิมทีอำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นชุมชนโบราณริมแม่น้ำมูล  เรียกว่าหมู่บ้านท่าช้าง มีความเจริญในระดับเมืองท่าของมณฑลนครราชสีมา  เป็นเมืองขนถ่ายสินค้าจากเรือกลไฟ  ต่อมามีการสร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพฯมาที่นครราชสีมาในสมัยรัชกาลที่ 5 และในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้สร้างทางรถไฟขยายมาจากนครราชสีมาจนถึงอุบลราชธานี เมืองท่าตำบลท่าช้าง จึงได้กลายมาเป็นสถานีรถไฟท่าช้างที่มีการตั้งชุมชนหนาแน่น
 
การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของที่นี่  ประมาณ พ.ศ. 2464  ได้มีชาวบ้านท่าช้างได้นำไม้กลายเป็นหินจากลำน้ำมูลไปถวายรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงแนะนำให้ราษฎรเก็บรักษาไว้ในท้องถิ่น  ทางกรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยามจึงนำไม้กลายเป็นหินประดับไว้บนอนุสรณ์สถาน ณ สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำมูล ตรงจุดที่เรียกว่า “สะพานดำ”(ห่างจากสถานีรถไฟท่าช้าง 500 เมตร)
 
ในปี พ.ศ. 2529 ธุรกิจบ่อดูดทรายได้เริ่มขึ้น โดยนายสมศักดิ์ ศรีหัตถผดุงกิจ เริ่มทำในพื้นที่เล็กๆ  ที่บ้านหนองบัวรี ตำบลท่าช้าง และต่อมาใน พ.ศ. 2530  นายแสง มณีเพชร อดีตสมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการดูดทรายในพื้นที่ติดต่อกันด้วย จากคำบอกเล่าของนายแสง มณีเพชร การดูดทรายจะกระทำในระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร แต่ที่ระดับความลึก 7-12 เมตร พบกระดูก ฟันกราม ขากรรไกรขนาดใหญ่ งาช้างและกระดูกสัตว์อื่นๆหลายชนิดเป็นจำนวนมาก โดยตะกอนในหน้าตัดจะเป็นทรายละเอียด ทรายดาน ทรายกรวด ส่วนขอนไม้จะพบตั้งแต่ระดับ 4-6 เมตรลงไป  ซากกระดูกทั้งหลายจะทิ้งไว้ในบ่อหรือนำมากองไว้บนผิวดิน  ตามความเชื่อของพระบางรูปแนะนำไม่ให้เก็บไว้ในบ้าน บางส่วนจึงนำไปเก็บไว้ที่วัด แต่ในระยะเวลา 3-5 ปี ซากกระดูกเหล่านั้นก็ค่อยๆผุพังสลายตัวและหมดสภาพไปจากการทำปฏิกิริยากับอากาศและความชื้น
 
ต่อมานายสมศักดิ์ ศรีหัตถผดุงกิจ ได้ขยายกิจการ  โดยซื้อที่ดินฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำมูลด้านทิศตะวันตก เป็นบ่อกว้างและลึกเกือบ 40 เมตร พื้นที่ผิวหน้าของบ่อ 60-70 ไร่ ได้พบซากดึกดำบรรพ์พืชและสัตว์จำนวนมากมาย บางส่วนนำขึ้นมา  ได้เก็บไว้ในห้องเก็บของ วางเป็นกองกระดูกกองใหญ่ มีการจุดธูปเทียนบูชาขอขมา
 
ต่อมา นายนเรศ สัตยารักษ์ นักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณีและ ดร.ประเทือง จินตสกุล ได้ไปสำรวจไม้กลายเป็นหินที่บ่อทราย และพบกองกระดูกดังกล่าว  จึงได้แนะนำแหล่งพบแก่ ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์และสัตว์มีกระดูกสันหลังของฝ่ายโบราณชีววิทยา กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งต่อมาได้นำซากบางส่วนไปวิเคราะห์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสคือ ศาสตราจารย์ ดร.จอง จาคส์ เจเจ้(Prof.Dr.Jean-Jacgues Jaeger) และ ดร. เยาวลักษณ์ ชัยมณี  ต่อมาได้มีผู้เชี่ยวชาญซากช้างโบราณ ชาวญี่ปุ่นคือ ดร.ฮารุโอะ เซกูซา (Dr.Haruo Saegusa) และคณะ กับศาสตราจารย์ ดร. โยชิกาซุ ฮาเซกาวา(Prof.Dr.Yoshikazu Hasegawa)และคณะได้ทำการศึกษา นับตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา พบว่าแหล่งซากช้างโบราณของ 2 ตำบล  จำแนกได้ในเบื้องต้นถึง 8 สกุลใน 38 สกุลของซากช้างโบราณที่ค้นพบทั่วโลก
 
รายละเอียดคร่าวๆของซากช้างโบราณที่ค้นพบ ได้แก่ ช้าง “กอมโฟเธอเรียม” (Gomphotherium) หรือช้าง 4 งา  มีชีวิตอยู่ระหว่าง 25-13 ล้านปีก่อน  ช้าง “ไดโนเธอเรี่ยม”(Deinotherium) ช้างงาจอบ มีชีวิตอยู่ระหว่าง 25-1.7 ล้านปีก่อน  ช้าง “สเตโกโลโฟดอน”(Stegolophodon) เป็นช้างบรรพบุรุษของวงศ์ปัจจุบัน มีงา 1 คู่ มีชีวิตอยู่ระหว่าง 25-5 ล้านปีก่อน ช้าง “สเตโกดอน”(Stegodon)เป็นช้างที่วิวัฒนาการมาเป็นช้างปัจจุบัน มีชีวิตอยู่ระหว่าง 5-0.01 ล้านปีก่อน  ช้าง “เอลลิฟาส”(Elephas) เป็นช้างสกุลเดียวกับช้างเอเชีย หรือช้างไทยปัจจุบัน  มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1.8-0.01 ล้านปีก่อน
 
แม้จะมีการนำมาดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีอย่างในพิพิธภัณฑ์  คุณวริฒธิ์ธรณ์ ได้ชี้ให้ดูผงที่อยู่รอบๆโครงกระดูกบางชิ้นในตู้กระจก  ถึงจะมีการนำไปเคลือบน้ำยา  แต่บางชิ้นได้มีการแตกสลายตัวข้างในอยู่ก่อนแล้ว  การจัดพิพิธภัณฑ์นี้ช่วงแรกได้รับการดูแลแนะนำจาก ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ตู้จัดแสดงจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นชิ้นส่วนโครงกระดูกชิ้นเล็ก กับส่วนที่เป็นชิ้นใหญ่อย่างกระดูกขากรรไกรล่าง งาของสัตว์ตระกูลช้าง  ความโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์ที่นี่คือ เกือบทั้งหมดเป็นของแท้  จะมีเฉพาะ “เอปโคราช”ที่จัดแสดงในตู้แยกออกมากลางห้อง  ชิ้นนี้เป็นของจำลอง  โดยของจริงอยู่ที่กรมทรัพยากรธรณี  การค้นพบเอปโคราช ถือเป็นการค้นพบที่สำคัญระดับโลก เพราะถือเป็นการพบซากดึกดำบรรพ์เอปที่เป็นญาติใกล้ชิดกับอุรังอุตังมากที่สุดเป็นครั้งแรก  ซากกรามที่พบมีลักษณะเหมือนกรามของเอปปัจจุบันมากที่สุด สามารถใช้ศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์  ซึ่งจัดเป็นเอปขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน การพบเอปโคราช อาจสันนิษฐานได้ว่าเอปปัจจุบัน มีกำเนิดในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย มีศักยภาพสูงในการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ๆ  และอาจเป็นแหล่งกำเนิดและวิวัฒนาการของเอปปัจจุบัน
 
ในห้องจัดแสดง ได้จัดทำป้ายอธิบายขนาดใหญ่  มีภาพวาดช้างโบราณจำลองให้เห็นทั้งตัว  ผู้เข้าชมจะได้ทราบว่าช้างโบราณมีรูปร่างหน้าตามีงวงมีงาเป็นอย่างไร จะได้เปรียบเทียบกับช้างในปัจจุบัน  และมีบอร์ดให้ความรู้ประวัติการพบซากช้างโบราณ ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายของช้างโบราณ วิวัฒนาการของช้าง แผนที่ตำบลท่าช้างและตำบลช้างทอง แสดงตำแหน่งบ่อทรายที่พบซากช้างโบราณ  ภาพอนุสรณ์สถาน ร.6 ที่ท่าช้าง  
 
ปัจจุบันทางเทศบาลตำบลท่าช้าง ได้ให้ กศน.ตำบลท่าช้างเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันในตัวอาคาร  เพื่อเป็นศูนย์การเรียนชุมชน ทาง กศน.จะช่วยดูแลห้องจัดแสดง  การจัดห้องจึงเอื้อประโยชน์ต่อกัน  ภายในนี้จึงมีทั้งพิพิธภัณฑ์  ห้องสมุด  และเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ 
 
----------------------------------------------------
สาวิตรี  ตลับแป้น /ผู้เขียน /ถ่ายภาพ
สำรวจภาคสนาม วันที่  23  สิงหาคม 2555
----------------------------------------------------
การเดินทาง : อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาเพียง 18 กิโลเมตร  ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 3  กิโลเมตร  การเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา  ไปตามทางหลวงหมายเลข 226  ทางที่จะไปจังหวัดบุรีรัมย์  ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ถ้ามาทางรถประจำทางมาลงที่สถานีขนส่งนครราชสีมา  แล้วขึ้นรถประจำทางที่จะไปอำเภอจักราช  รถจะผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
การเดินทางโดยรถไฟ มีรถไฟจากกรุงเทพฯ มาลงที่สถานีท่าช้าง  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
-----------------------------------------------
อ้างอิง  :  ข้อมูลการสัมภาษณ์เมื่อวันที่  23  เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555
                เอกสารข้อมูล “ซากดึกดำบรรพ์ช้างโบราณ”จัดทำโดย เทศบาลตำบลท่าช้างอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
                       จังหวัดนครราชสีมา              
 
 
ชื่อผู้แต่ง:
-