ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ


ที่อยู่:
91/1 ม. 2 บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก 26000(ห่างจากเขื่อนขุนด่านปราการชลประมาณ 200 เมตร)
โทรศัพท์:
08-1964-5915 ติดต่อคุณปัญญา ปริเวคินทร์
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน กรุณาติดต่อล่วงหน้า
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
http://www.bhumirak.com/
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2545
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
มูลนิธิและองค์กรไม่แสวงหากำไร
เนื้อหา:
ธรรมชาติวิทยา
สถานะ:
เปิดดำเนินการ
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

"ศูนย์ภูมิรักษ์" พิพิธภัณฑ์รวมงานพระราชดำริ...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 29/6/2547

ที่มา: มติชนรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

“ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ”แหล่งท่องเที่ยวตามรอยพระยุ...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 21 มีนาคม 2548

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติแหล่งรวบรวม - เรียนรู้แนวพระ...

ชื่อผู้แต่ง: ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ | ปีที่พิมพ์: 28-03-2548

ที่มา: มติชนรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

“ไม่ว่าจะอย่างไร...ในหลวงไม่เคยทิ้งประชาชน” นี่คือความจริงที่คนไทยปฏิเสธไม่ได้ เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยนั้นมีมากมาย โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นมีกว่า กว่า 3,000 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการถือกำเนิดมาจากพระอัจฉริยภาพ พระเมตตาคุณ พระกรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานเพื่อเป็นแนวทางในการบำบัดปัดเป่าความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
 
และนับว่าเป็นการดีอย่างยิ่ง ที่ในอนาคตไม่ช้านี้เมืองไทยกำลังจะมีสถานที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมภูมิความรู้ควบคู่กับความเพลิดเพลิน อันเนื่องมาจากโครงการในพระราชดำริ ที่ “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” แห่ง จังหวัดนครนายก
  “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา และเป็นโครงการที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อเผยแพร่แนวพระราชดำริให้กว้างขวางและลึกซึ้ง โดยการแสดงแนวคิดและทฤษฏีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตลอดจนการสาธิตความเป็นอยู่ วิถีไทยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม 
 
โครงการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา บริเวณบ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก จะเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลและกิจกรรมที่แสดงให้เห็นโครงการอันเนื่องอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น จะเห็นว่าทรงมุ่งการพัฒนาด้วยการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้ำ ป่า อย่างเป็นระบบ โดยให้คน คือ เกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นแกน ตามแนวทางคนต้องอยู่ พึ่งพา และ ดูแลป่า ดิน น้ำ อย่างใกล้ชิด ซึ่งได้มีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงในโครงการออกเป็น 3 ส่วนใหญ่คือ
 
ส่วนแรกเป็นการจัดนิทรรศการในส่วนการจัดแสดง โดยจะเป็นการสรุปภาพรวมของพระราชกรณียกิจ อันเป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด รวมถึงนำเสนอของบางโครงการที่ไม่สามารถนำมาจัดแสดงในพื้นที่ได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ตลอดจนพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงบำเพ็ญ และได้รับทราบที่มาที่ไปของโครงการสำคัญๆ เป็นการปูพื้นฐานก่อนที่จะออกไปพบกับของจริงในส่วนการแสดงภายนอกอาคาร
 
ส่วนที่สองคือ การจัดนิทรรศการบริเวณใกล้เคียงกับอาคาร เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเห็นและเข้าใจถึงสิ่งแสดงต่างๆ ได้อย่างชัดเจน อาทิ การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ การควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น บ่อบำบัดน้ำเสียแบบฝังใต้ผิวดิน Cross Section กอ หรือ แปลงหญ้าแฝก เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานของรากหญ้าแฝกที่ยึดดิน แปลงทดลอง “แกล้งดิน” ในการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
 
ส่วนที่สาม เป็นการแสดงในพื้นที่ภายนอกอาคาร ด้วยการจำลองป่า และภูมิประเทศของประเทศไทยทั้ง 4 ภาค โดยสอดแทรก ปัญหาและแนวทางการจัดการเกี่ยวกับการปรับปรุง และพัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำ ลำธาร และป่าต้นน้ำ อาทิ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างคือ ไม้ผล ไม้ฟืน และไม้ใช้สอย ประโยชน์อย่างที่ 4 คือ ได้มีป่าไม้ครอบคลุม เป็นการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำและดิน รวมถึงการจัดแสดงเกษตรทฤษฎีใหม่ และชีวิตที่พอเพียง กับวิถีชีวิตของคนไทย โดยได้จัดทำคำบรรยายตามสถานที่สำคัญๆ ทั่วทั้งพื้นที่จัดแสดง
 
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอวิถีชีวิต และภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งจะเป็น “อาศรมปัญญา” โดยการรวบรวม “108 เซียน” ผู้มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ถือเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่จะหมุนเวียนมาช่วยคิดช่วยถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ สนใจ เช่น เซียนสมุนไพร เซียนนวดแผนโบราณ เซียนปลาสวยงาม เซียนไม้ไผ่ เซียนปุ๋ยชีวภาพ เซียนก่อสร้าง เซียนช่างฝีมือ เซียนพลังงาน ฯลฯ นอกจากจะได้ความรู้จากเซียนผู้รู้แล้ว ที่นี่จะเป็นเหมือนโชว์รูมผู้ซื้อพบผู้ขาย คือจะได้รู้ทั้งแหล่งต้นทุนและแหล่งตลาดเพื่อสามารถนำไปส่งเสริมอาชีพได้
 
โครงการนี้จึงนับเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต” เพราะจะให้ผู้สนใจได้ศึกษา ทดลอง และเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เข้าชมได้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเพลิดเพลิน นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดความรู้ โดยรู้จักการช่วยเหลือตนเอง ใช้ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
 
เรียกได้ว่า ตลอดพื้นที่ 14 ไร่ จะมีองค์ความรู้แทรกอยู่ตลอด แม้แต่ในห้องปัสสาวะชายที่มีระบบการคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีการใช้น้ำประหยัด ที่สุด และทำอย่างไรไม่ให้มีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แต่ยิ่งใหญ่ในผลปฏิบัติที่ผู้มาเยือนจะได้รับกลับไป
 
ยิ่งกว่านั้นผู้มาเยือนจะได้ซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจ และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะสิ่งแสดงทุกๆ อย่างที่สื่อความหมาย เช่น การเดินเที่ยวชมในพื้นที่ลาดชันของภาคเหนือ ก็สร้างความลาดชันให้ได้กับการเดินขึ้นดอยอินทนนท์ ห้วยน้ำดัง หรือเดินทางเที่ยวชมส่วนหนึ่งในภาคใต้ อาจจะจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะจัดทำภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงดำเนินในภูมิประเทศคล้ายคลึงกันนี้มาติดไว้ เพื่อให้ผู้เที่ยวชมสามารถรับรู้ รับทราบด้วยตัวเอง ถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ
 
 “เขื่อนคลองท่าด่าน” นี้นับเป็นอีกหนึ่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถือว่าเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งไม่ใช่จะเป็นเพียงเขื่อนที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำของ ประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่จะยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญ เพราะสภาพภูมิทัศน์รอบๆ เขื่อนมีความสวยงาม และมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ
บริเวณโดยรอบเขื่อนมีทั้ง น้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา วังตะไคร้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีสถานที่จัดประชุมสัมมนา กิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการ มีโรงแรม รีสอร์ท รวมถึง “ท่าด่านโฮมสเตย์” ที่พักราคาถูก สำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
ด้วยศักยภาพและความเหมาะสมลงตัวของสถานที่ตั้ง และเป้าหมายที่จะให้เป็นศูนย์ที่นำเสนอข้อมูลของโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ เพื่อให้เป็นช่องทางที่ประชาชนจะได้นำไปใช้ปรับใช้ในการดำรงชีวิตอย่างมี ความสุข เกิดสมดุลในสภาพแวดล้อม ไม่ล้างผลาญทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติ
 
    เรียบเรียงจาก: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวตามรอยพระยุคลบาท http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000039728
ชื่อผู้แต่ง:
-