เมืองจำลอง


ที่อยู่:
เลขที่ 387 หมู่ 6 ถ.สุขุมวิท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
โทรศัพท์:
0-3872-7333, 0-3872-7666
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน 07.00–22.00 น.
ค่าเข้าชม:
-
เว็บไซต์ / FB:
http://www.minisiam.com/index_th.html
อีเมล:
info@minisiam.com
ปีที่ก่อตั้ง:
2529
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
องค์กรธุรกิจ
เนื้อหา:
อื่น ๆ
สถานะ:
เปิดดำเนินการ

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

รีวิวของเมืองจำลอง

เมืองจำลองสยาม เริ่มต้นโครงการด้วยการค้นคว้าข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2529 บนที่ดินขนาด 29 ไร่ โดยแบ่งเป็น เมืองจำลองสยามและเมืองจำลองยุโรป พื้นที่ส่วนอื่นได้จัดสรรเป็นโถงขายบัตรเข้าชม พื้นที่เช่าสำหรับร้านขายของที่ระลึก และที่จอดรถ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นแบบจำลองชิ้นแรก

สยามเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมายาวนานตามที่ได้มีบันทึกถึงความ รุ่งเรืองทางด้าน พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ดังปรากฏให้เห็นผ่านทางสถาปัตยกรรมและซากโบราณสถานต่าง ๆ ที่ได้ถูกค้นพบในภายหลังตามช่วงเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรในสมัยต่าง ๆ ในปัจจุบันโบราณสถานและโบราณวัตถุของอาณาจักรต่างๆ ยังเป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นเอกราชของไทย แต่ยิ่งเวลาผ่านไป โบราณสถานเหล่านั้นมีแต่จะยิ่งทรุดโทรมลง การไปเยี่ยมชมสถานที่เหล่านั้นซึ่งกระจายกันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลาเดินทางเป็นอันมาก เมืองจำลองสยามจึงได้รวบรวมสถานที่สำคัญเหล่านั้น นำมาย่อส่วนให้เป็นแบบจำลองให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ด้านวัฒนธรรมให้ชนรุ่นหลังได้มีไว้ค้นคว้าและก่อ ให้เกิดความภาคภูมิใจในการทำนุบำรุงรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้สืบไป อย่างไรก็ดี การก่อตั้งเมืองจำลองสยามยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมศิลปไทย เช่น แบบจำลองโบราณสถาน แบบจำลองโบราณวัตถุของสมัยต่าง ๆ ในระดับสเกล 1 ต่อ 25 ตามรูปแบบที่ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด เพื่อช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อให้เป็นแหล่งค้นคว้าและทัศนศึกษาวัฒนธรรมไทย เพื่อให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ และเพื่อให้เป็นศูนย์กลางสำหรับคนไทยรุ่นใหม่ได้ใช้เป็นที่รำลึกถึงสถานที่สำคัญเหล่านั้น

ในส่วนที่เป็นเมืองจำลองสยามที่จำลองสถานที่สำคัญของไทยนั้น ประกอบด้วย การจำลอง วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวง ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ . ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพร้อมพระบรมมหาราชวัง เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่นิยมเรียกว่า " พระแก้วมรกต" วัดนี้จึงนิยมเรียกกันว่า " วัดพระแก้ว" มีพระอุโบสถงดงามมาก ที่ อุโบสถและระเบียงรอบวัดมีภาพเขียนฝาผนังรามเกียรติ์สวยงาม สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มีหอพระคันธราช ปราสาทพระเทพบิดร พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ นครวัดจำลอง ฯลฯ 

ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว และเป็นศิลปกรรมอันล้ำค่าของอีสานใต้ สมัยพุทธศตวรรษที่ 12 เป็น ศิลปะลพบุรี รับอิทธิพลมาจากขอมในศาสนาพราหมณ์ สันนิษฐานว่าสร้างเพื่อเป็นเทวาลัย ภาพสลักส่วนมาก เป็นเรื่องรามเกียรติ์ อายุประมาณพันปี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 1,320 ฟุต จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ที่ ตำบลตาเป็ก อำเภอนางนับเป็นโบราณสถาน ที่สำคัญของชาติ บูรณะเสร็จ และเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๓๑ และปลายปีเดียวกัน ก็ได้รับทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ กลับคืนมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 

วัดอรุณราชวราราม เป็น วัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเดิมชื่อ “ วัดแจ้ง” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรี ย้ายพระราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้งอยู่ ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งถือว่าเป็น วัดประจำรัชกาลที่ 2 เ มื่อบูรณะเสร็จ แล้ว ได้พระราชทานนามว่า วัดอรุณราชธาราม มีจุดเด่นที่ น่าสนใจ คือพระปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งมีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น " วัดอรุณราชวราราม" จัดเป็นพระอารามหลวงชั้น วรมหาวิหาร เรียกชื่อเต็มว่า " วัดอรุณราชวรมหาวิหาร" 

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ เป็น พระที่นั่งปราสาทโถงกลางสระน้ำ สร้างในแบบปราสาทจตุรมุข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2419 และพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ ตามนามพระที่นั่งองค์แรก ซึ่งพระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น ณ พระราชวังบางปะอินแห่งนี้ ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบกซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น 

พระที่นั่งอนันตสมาคม ชาวต่างชาติรู้จักกันดีในนามของ พระที่นั่งหินอ่อน ประดิษฐานอยู่ภายในพระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปีพศ. 2450 แล้วเสร็จในรัชกาลที่ 6 ราวปี พ. ศ. 2494 พระที่นั่งหินอ่อนองค์นี้ มีลักษณะเป็นอาคารแกะสลักหินอ่อน ซึ่งนำเข้ามาจากเมือง carrara ในประเทศอิตาลี ตัวอาคารก่อสร้างแบบเรอเนอซองส์ สถาปัตยกรรมของอิตาลี บนพื้นเพดานของพระที่นั่ง จะมีภาพเขียนเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 6 

วัดมหาธาตุ สุโขทัย ห่างจากเนินปราสาทไม่มาก เป็นที่ตั้งวัดใหญ่ มี องค์มหาธาตุอันใหญ่โต สร้างแปลกกว่าเจดีย์ใด เป็นศิลปะของสุโขทัยแท้ๆ เรียกว่าเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ เรียกว่า พระอัฎฐารส และเคยประดิษฐานพระศรีศากยมุนี หน้าพระธาตุ มีวิหารใหญ่เรียกว่าวิหาร ๑๑ ห้อง ปัจจุบันปรักหักพัง เหลือแต่เสาศิลาแลง ขนาดใหญ่ ภายในวิหารแห่งนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี ซึ่งต่อมา ในรัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบัน ในบริเวณวัดมหาธาตุนี้ มีโบราณสถาน ที่น่าชม น่าศึกษามากมาย ลานวัดตรงองค์พระมหาธาตุ ด้านหนึ่ง มีที่ที่ขอมดำดิน มาพบพระร่วง และด้วยวาจาสิทธิ์ ของพระร่วง ทำให้ขอมกลายเป็นหินอยู่ ณ ที่นั้น 

อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา อุทยาน ประวัติศาสตร์อยุธยา ตั้งอยู่ที่จังหวัดอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง และสมัยพระบรมไตรโลกนาถ และมหากษัตริย์ทุกพระองค์ก็ได้ก่อสร้างต่อเติมมาตลอด ประกอบไปด้วยพระราชวังตำหนักต่าง ๆ และป้อมปราการรอบกรุง เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ , พระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ , พระที่นั่งวิหารสมเด็จ , พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท , พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ , พระที่นั่งบรรยงรัตนาสน์ 

วัดพระศรีสรรเพชญ์ ( อยุธยา) วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดในพระราชวังหลวง ซึ่งแต่เดิมพระเจ้าอู่ทองสร้างเป็นที่ประทับมาก่อน แล้วสร้างเป็นวัดพุทธาวาสในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ในสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ทรงสร้างพระสถูปเจดีย์ 1. องค์ตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพระราชบิดาเมื่อ พ. ศ.2035 2. องค์กลางบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 พระเชษฐาธิราช ในปี พ. ศ. 2042 เจดีย์องค์ที่ ๓ . ถัดมาจากด้านทิศตะวันตกเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิ ของสมเด็จพระบรมราชาที่ ๒ ต่อมาได้ทรงหล่อพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง 8 วา หุ้มทองหนัก 170 กิโลกรัม ซึ่งถวายพระนามว่า “ พระพุทธศรีสรรเพชญ” ส่วนวัดพระศรีสรรเพชญใหม่ ๆ นั้นเป็นการจำลองแบบสร้างโดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานได้ว่าควรจะเป็นลักษณะนั้น ๆ 

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งอยู่ที่วงเวียนสี่แยกถนนพญาไท สร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 พ. ศ. 2484 ทำพิธีเปิดโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเกียรติคุณวีรชนทหารตำรวจพลเรือนที่เสียชีวิตใน กรณีพิพาทไทย- ฝรั่งเศส ในสงครามอินโดจีน 

สะพานแขวน พระราม 9 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สร้างเชื่อมต่อระหว่างทางด่วนสายท่าเรือ - ดาวคะนอง ได้ชื่อว่าเป็น สะพาน เสาขึงสายเคเบิ้ลระนาบเดี่ยวที่ยาวที่สุด และเป็นสะพานที่สูงที่สุดในประเทศไทย เชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ยาว 2.716 กิโลเมตร กว้าง 33 เมตร มีเสากระโดงสูง 79 เมตร 2 เสายึดสายเคเบิ้ลซึ่งโยงยึดสะพานไว้ มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยบริษัทคนไทยและบริษัทเยอรมันตะวันตก 

ในส่วนที่เป็นเมืองจำลองยุโรปและเมืองจำลองต่างประเทศนั้น ประกอบด้วย ประตูชัยปารีส ฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองปารีสประเทศฝรั่งเศส ในส่วนที่มีถนนตัดกันถึง 12 สาย สร้างปี ค . ศ.1835 และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ประตูชัยนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ พระเจ้านโปเลียนมหาราชจักรพรรดิของฝรั่งเศสในปีค . ศ.1806 ด้วยการออกแบบและก่อสร้างของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ฮวน ฟรานซิส แด ชาร์กิ้นส์ แต่กลับเสียชีวิตก่อนที่จะสร้างเสร็จ ฮวน อาร์มานด์ ไรน์มอนด์ จึงรับช่วงต่อโดยประตูชัยนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบคอนสแตนติน ของกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีความสูง 50 เมตร, กว้าง 45 เมตร ทั้งสองด้านของประตูชัย มีรูปประติมากรรมที่แสดงถึงชัยชนะของกษัตริย์นโปเลียนทั้งในด้านการทหารและสนธิสัญญา 

หอไอเฟล ปารีส ฝรั่งเศส หอคอยสูงกลางเมืองปารีสสร้างด้วยเหล็กขนาดใหญ่ ออกแบบและก่อสร้างโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส อเล็กซ์ซานเดอร์ กุสตาฟ เอฟเฟล เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการปฏิวัติในฝรั่งเศสและ งานปารีส เวิลด์แฟร์ ในปีค. ศ. 1889 โดยตัวหอคอยมีความสูงถึง 300 เมตร และใช้เหล็กทั้งหมดประมาณ 7,000 ตัน ตั้งอยู่บนฐานที่ก่อด้วยอิฐทั้ง 4 ด้าน ภายในตัวหอคอยประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วน คือส่วนชมวิวที่เป็นภัตตาคาร, สถานีอุตุนิยมวิทยา, สถานีวิทยุ และเสารับสัญญานโทรทัศน์ บริเวณใกล้กับยอดของหอคอยและเคยเป็นห้องที่เอฟเฟลเคยอยู่มาก่อน 

หอเอนปิซา อิตาลี เป็น หอระฆังหินอ่อน ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำ Arno ในเมืองปิซา ประเทศอิตาลี สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น ในแต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตรรองรับโดยรอบ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ ใช้เวลาสร้างนานถึง 176 ปี เมื่อเริ่มก่อสร้างหอนี้ได้ 4-5 ชั้น หรือประมาณเศษสามส่วนแปด หอนี้ก็ได้เอียงลงแต่ไม่ถึงกับล้ม เคยใช้เป็นที่ทดลองเรื่องแรงดึงดูดของโลกโดย "กาลิเลโอ"ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ที่โดนกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตเนื่องจาก ทฤษฏีว่าด้วย โลกมีรูปร่างกลมและหมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นพวกนอกรีต 

สนามกีฬาโคลีเซียม กรุงโรม อิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่ใหญ่โตทีสุดของโลก อยู่ในกรุงโรม สร้างระหว่างการปกครองโดยจักรพรรดิ Vespasiano เพื่อระลึกถึงลูกชายติตัส โคลีเซียม สูง 160 ฟุต มีประตูเข้าออกถึง 80 ประตู สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน มีรูปร่างเป็นครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ก่อด้วยหินทรายและอิฐ เป็นที่สำหรับให้ สิงโต, ช้าง, งูและเสือดำ ต่อสู้กับ ทาส, นักโทษที่รอการประหารหรืออาสาสมัคร โดยมีคนเสียชีวิตในการต่อสู้ถึง 23,000 คน เป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึง ความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ 

มหาวิหารอบูซิมเบล อียิปต์ ตั้ง อยู่ที่เมือง อัสวอร์นทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ แถบลุ่มแม่น้ำไนล์ โดยส่วนของวิหารได้สร้างลึกเข้าไปในหน้าผา สร้างในสมัยฟาโรห์รามเสส ที่ 2 เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ เทพเจ้าทั้งสามองค์ได้แก่ เฮลิโอโปลิส, เมมฟิช และธีบีส วิหารนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ วิหารเล็กที่สร้างเพื่ออุทิศแก่มเหสี เนฟเฟอร์ทารี และเพื่อบวงสรวงเทพีฮาธอร์ซึ่งเป็นเทพีแห่งดนตรีและความรัก ส่วนวิหารใหญ่สร้างสำหรับพระองค์เองด้านหน้าวิหารมีรูปปั้นขนาดใหญ่ ขององค์รามเสสที่ 2 ที่มีความสูงถึง 20 เมตรส่วนรูปปั้นรอบๆพระบาทเป็นรูปปั้นของมเหสีและลูกๆหลานๆของพระองค์ วิหารนี้ถูกค้นพบโดย โจฮัน ลุควิกส์ เบิร์กชาด์ท ชาวสวิสเซอร์แลนด์ในปีค. ศ.1812

สะพานทาวเวอร์บริดจ์ อังกฤษ สร้างขึ้นระหว่างปี ค . ศ. 1886 - 1894 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ใกล้กับลอนดอนทาวเวอร์ มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศอังกฤษโดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชม ความงามของเมืองลอนดอนได้ที่ระดับ 140 ฟุต มีถนน 18 สายที่ข้ามสะพานนี้ 

โรงละครโอเปร่า ออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่ปากอ่าวซิดนีย์ ในกรุงซิดนีย์ออสเตรเลีย ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 19 ปี ออกแบบโดย สถาปนิกชื่อ Jorn Utzon โดยได้รับจินตนาการมาจากลักษณะ เปลือกหอยที่สลับซับซ้อน นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่งดงามและมหัศจรรย์ที่สุดในศตวรรษที่ 21 สร้างเพื่อเป็นโรงละครมีการแสดงทั้ง โอเปร่า, เพลงคลาสสิค, บัลเล่ย์ และการฉายภาพยนตร์

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เป็นของขวัญที่ประเทศฝรั่งเศสได้มอบแก่สหรัฐอเมริกาเพื่อ เป็นการสร้างสัมพันธไมตรีและส่งเสริมการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย สร้างโดยประติมากรชาวฝรั่งเศสชื่อ เฟรเดริค ออกัสเต้ บาร์ทอนดี้ รูปปั้นเทพีเสรีภาพ ตั้งอยู่บนเกาะเบ็ดโล่ (Bedloe’s Island) นครนิวยอร์ก ประเทศอเมริกา มีความสูงจากฐานถึงคบเพลิง 302 ฟุต ผิวทำด้วยแผ่นทองแดงหนา จำนวน 300 แผ่น นำส่งมอบให้สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค. ศ. 1886 

นครวัด กัมพูชา มีประวัติเป็นที่รู้จักมายาวนานตั้งแต่ ปี ค . ศ.802 จนมาถึงปี ค. ศ.1295 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเขมรและได้เริ่มทำการก่อสร้าง ปราสาทนครวัต ในสมัยศตวรรษที่12 ตามหลักความเชื่อของทางศาสนาฮินดู เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝังพระศพของพระเจ้าสุริยะวรมันที่2 และใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 3 7 ปี โดยสร้างขึ้นจากหินทรายและศิลาแลงในรูปทรงของดอกบัว 5 ดอก ที่หนึ่ง ดอกใหญ่เป็นศูนย์กลางและมีบริวารรอบๆทั้ง 4 ทิศ ที่สื่อถึงยอดเขาทั้ง 5 ยอดบนเขาพระสุเมรุ มีนางอัปสรแกะสลักจากหินทั้งสิ้น 1,635 ตัว ใช้แรงงานคนทั้งสิ้น 1,000,000 คน และช้าง 5,000 เชือก 

หอฟ้าเทียนถาน ตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ที่เมืองปักกิ่ง ปัจจุบันจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจตุรัสเทียนอันเหมิน โดยห้องที่ถือว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว คือ ห้อง Qinian เป็นห้องสวดมนต์ เพื่อฤดูเก็บเกี่ยวที่ดี ส่วนด้านทิศใต้คือ กำแพงที่มีเสียงสะท้อน และ หลังคาโค้งที่มีรูปภาพของสวรรค์ แท่นบูชา เป็นวงกลมรอบ ๆ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 

ข้อมูลจาก: http://www.minisiam.com/index_th.html [accessed 20081127]
ชื่อผู้แต่ง:
-