พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น


ที่อยู่:
เลขที่ 221 หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150
โทรศัพท์:
0-5378-4060, 08-6915-5832
โทรสาร:
0-5378-4062
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน 07.00-19.00 น.
ค่าเข้าชม:
คนละ 50 บาท เด็กเข้าชมฟรี
เว็บไซต์ / FB:
http://www.houseofopium.com/
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2533
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
ส่วนบุคคล
เนื้อหา:
อื่น ๆ
สถานะ:
เปิดดำเนินการ

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

โฉมใหม่พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 11/19/2547

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

"ฝิ่น" ใน พิพิธภัณฑ์ unlimited...

ชื่อผู้แต่ง: ปณิตา สระวาสี | ปีที่พิมพ์: 3095

ที่มา: กรุงเทพฯ:ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น

บ้านฝิ่นเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนเล็ก ๆ แต่วัตถุสิ่งของที่จัดแสดงนั้นน่าสนใจมาก ผู้ก่อตั้งคือคุณพัชรี ศรีมัธยกุล ซึ่งเป็นคนเชียงแสนโดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชีวิตเกี่ยวเนื่องกับสามเหลี่ยมทองคำ เริ่มต้นจากการเปิดร้านค้าขายของที่ระลึกและของเก่า ตำแหน่งของร้านอยู่ต่ำลงมาจากที่ตั้งบ้านฝิ่นในปัจจุบัน ในช่วงปี 2533 คุณพัชรีเริ่มที่จะตระหนักว่า ของเก่าที่ขายอยู่ในร้านจะหมดไป จึงเริ่มความคิดที่จะทำพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ของเก่าที่ตนขาย โดยคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ตั้งชื่อของพิพิธภัณฑ์ให้ คุณพัชรีทำการค้นคว้าจากสำนักงาน ปปส. มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหนังสือทุกเล่มที่มีการอ้างอิงข้อมูลที่เกี่ยวกับฝิ่น โดยให้เพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลแปลเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนเทคนิคการจัดแสดงเป็นความช่วยเหลือจากนักศึกษาอาชีวะ   

วัตถุสะสมส่วนใหญ่ได้มาจากการตระเวนเข้าไปจนถึงจีนตอนใต้ รวมถึงการค้าของเก่าที่มีของหมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ หากวัตถุใดที่มีคุณค่าสำหรับคุณพัชรี วัตถุจะกลายเป็นงานสะสมสำหรับพิพิธภัณฑ์ และส่วนที่เหลือจะนำขาย และมีการจัดทำบัญชีกำกับ ในขณะนี้มีของที่จัดแสดงประมาณ 300 ชิ้น ส่วนอีกประมาณ 1,680 ชิ้นยังอยู่ในคลัง ด้วยเหตุนี้ ในอนาคตจึงมีโครงการในการขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติม   รายได้ในปัจจุบันยังขึ้นอยู่กับของระลึกและของเก่าที่ขายในส่วนร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งในปัจจุบันยังมีธุรกิจกาแฟเพิ่มเติมมูลค่า

การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ส่วนแรกกล่าวถึงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แสดงด้วยภาพวาดแผนที่ และตัวอักษรที่อธิบาย จากนั้น กล่าวถึงประวัติการเดินทางของฝิ่นที่เข้ามาสู่พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในจุดนี้ เป็นความแตกต่างของการเริ่มต้นเนื้อหาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับหอฝิ่น ภาพการเล่าเรื่องของบ้านฝิ่นเน้นความเป็นท้องถิ่นมากกว่า อาจเพราะด้วยขนาดของพิพิธภัณฑ์ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ และแรงที่ใช้ในการค้นคว้า รวมทั้งที่ตั้งของบ้านฝิ่น เรื่องจำกัดอยู่เพียงพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี้คือ สามเหลี่ยมทองคำ เรื่องราวจะเน้นที่การอพยพของคนภูเขาทางใต้ของจีนที่เข้ามาในประเทศไทย และนำเอาฝิ่นและการบริโภคฝิ่นเข้ามา ดังนั้น เมื่อย้อนเปรียบเทียบการเล่าเรื่องของหอฝิ่น การเล่าเรื่องจากขยายไปถึงเรื่องของฝิ่นในอารยธรรมโลก และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่นำฝิ่นเข้ามาสู่ประเทศไทย การเล่าเรื่องในแบบดังกล่าว อาจเป็นความพยายามของผู้จัดทำเนื้อหาจัดแสดงในหอฝิ่นที่ต้องการให้เห็นภาพรวมในระดับที่กว้างมากกว่าเป็นการพูดถึงความสัมพันธ์กับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำกับเส้นทางการค้ายา
           
จากนั้น เป็นการบอกเล่าถึงวิถีชีวิตของชาวเขา ด้วยตารางวงจรชีวิตในรอบ 12 เดือน และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกพืชเสพติดดังกล่าว และเป็นการพูดถึงการค้าขายฝิ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การบอกเล่าดังกล่าวใช้วัตถุที่เกี่ยวข้องกับการค้า ได้แก่ "เป้ง" เน้นในเรื่องของวัตถุสะสมที่มีจำนวนมาก และยังแสดงให้เห็นถึงความงามของตัววัตถุด้วยการพิมพ์ลายนูนลงบนผืนผ้าขาว เพื่อให้เห็นลายที่อยู่บนวัตถุนั้น พร้อมกับส่วนเนื้อหาที่อธิบายถึงรูปสัตว์ที่ใช้ในการประดิษฐ์วัตถุดังกล่าว อย่างไรก็ดี ไม่มีการวิเคราะห์ถึงการเลือกใช้รูปสัตว์ดังกล่าว ในอีกด้านหนึ่ง เป็นการบอกเล่าถึงขบวนการค้ายาเสพติดในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ และ "ขุนส่า" สิ่งจัดแสดงที่น่าสนใจคือ การทำม้าจำลองที่เป็นการจัดแสดงอานม้าบนม้าไม้จำลอง และพยายามสื่อถึงเส้นทางการค้ายาที่เข้ามาจากทางใต้ของจีนสู่ทางเหนือของไทย 
         
ต่อมา ผู้ชมจะได้เห็นการจำลองการสูบฝิ่นของชาวเขา ที่แสดงผ่านสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะคล้ายบ้านหญ้าคาหรือฟาง และมีหุ่นของผู้สูบฝิ่นอยู่ภายใน ทั้งนี้มีการใช้แผ่นพลาสติกแข็งกั้นมิให้คนเข้าไปในตัวฉากได้ และเชื่อมต่อกับการจัดแสดงกล้องยาสูบจำนวนมากในตู้แสดง และในช่วงสุดท้าย มีการบอกเล่าเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และเนื้อเรื่องบอกเล่าถึงชีวิตในลำน้ำโขง เรือไม้เก่าเป็นสิ่งจัดแสดงหลักในช่วงสุดท้าย ในตอนท้ายนี้สิ่งที่อดชื่นชมไม่ได้ คือ ความคิดที่สร้างตัวปั๊มนูนรูปสัญลักษณ์ของเป้งอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม และเขียนภาษาอังกฤษว่า "I’m here." ผู้เยี่ยมชมสามารถพิมพ์รูปนี้ลงบนโปสการ์ดที่ทางพิพิธภัณฑ์แจกให้เป็นบัตรเข้าชมนั่นเอง 


ข้อมูลจาก: 
1. การสำรวจภาคสนาม วันที่ 11 สิงหาคม 2547  
2. สัมภาษณ์ คุณพัชรี ศรีมัธยกุล เจ้าของพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น วันที่ 11 สิงหาคม 2547
ชื่อผู้แต่ง:
-