พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปณฺณสิริ)


ชื่อเรียกอื่น:
-
ที่อยู่:
วัดสุวรรณภูมิ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72160
โทรศัพท์:
035-525276,035-521580,081-013-2597
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน 8.30-11.00 น. และ 13.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
-
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
2514
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปณฺณสิริ)

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) พิพิธภัณฑ์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ของไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2514 โดยอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ของวัดสุวรรณภูมิ พระเทพวุฒาจารย์ (หลวงพ่อเปลื้อง มรณะพ.ศ.2527 ) เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ พ.ศ.2439 - พ.ศ.2516) ซึ่งมีภูมิลำเนาเกิดที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 
 
อาคารพิพิธภัณฑ์ฯ เป็นตึกสองชั้นตั้งอยู่บริเวณกลางวัดใกล้กับหมู่อาคารกุฎิ อายุของพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่เปิด (พ.ศ.2514 – พ.ศ. 2553) จนปัจจุบันก็มีอายุประมาณเกือบ 40 ปีแล้ว จึงทำให้ตัวอาคารดูค่อนข้างเก่า ปัจจุบันมีพระผู้รับผิดชอบในการดูแลพิพิธภัณฑ์คือ พระประมวล อริโย พระลูกวัดในวัดสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพระรุ่นใหม่ท่านจึงไม่ค่อยทราบข้อมูลเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของท่านผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นัก ประกอบกับเอกสารประกอบการเข้าชมหมด ท่านจึงสามารถนำชมของจัดแสดงชิ้นสำคัญๆ เป็นบางชิ้นเท่านั้น
 
สิ่งของจัดแสดงส่วนใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ เป็นของที่หลวงพ่อเปลื้อง พระเทพวุฒาจารย์ ท่านอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ของวัดสุวรรณภูมิ เป็นผู้สะสมถึงร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นของสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณศิริ) และชาวบ้านตลอดจนคหบดีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคมา
 
บริเวณชั้นหนึ่ง กลางห้องเป็นตู้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พวกเครื่องกระเบื้อง จานชามลายครามที่สวยงาม  และตู้จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งป้ายอธิบายบอกความสำคัญแค่นิดหน่อยและไม่มีผู้นำชม ผู้ที่เข้าชมอาจจะต้องมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสนใจของเก่าจึงจะได้ประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ด้านหน้าติดกับฝาผนังและประตูทางเข้าเป็นพระพุทธรูปหมู่ ให้คนทั่วไปได้สักการะบูชาก่อนที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ถัดไปเป็นตู้เก็บหอยสังข์โคมไฟสีขาวขนาดใหญ่ ด้านหลังห้องเหมือนเป็นสิ่งของจัดแสดงที่ไม่สามารถจัดเข้าพวกกับเครื่องกระเบื้องจานชามได้จึงนำมารวบรวมไว้ อาทิเช่น ตุ๊กตาช้างแกะสลักจากไม้ ฆ้อง กลอง กระดึง กระดิ่ง และที่วางไว้อีกโต๊ะข้างๆ กันคือ เครื่องรีดผ้าของคนโบราณ มีทั้งเครื่องรีดผ้าแบบกดทับใช้แรงหมุนให้แผ่นเหล็กหนีบเข้าหากัน  ตู้เก็บธนบัตรเก่า และเหรียญเงินโบราณ
 
สิ่งที่ผู้เข้าชมนิยมมากที่สุดในพิพิธภัณฑ์ชั้น 1 คือ ส่วนจำหน่ายพระเครื่อง ซึ่งวัดสุวรรณภูมิ มีพระเครื่องชื่อดังคือ “พระกำแพงศอก” เป็นพระพิมพ์ที่มีลักษณะพิเศษคือความยาวหนึ่งศอก รูปพระพุทธเจ้าปางลีลา ซึ่งนักเล่นพระส่วนมากจะนิยมเช่าไปบูชา พุทธคุณที่เล่าลือกันคือสามารถป้องกันไฟได้ วัดสุวรรณภูมิเป็นตลาดพระชื่อดังอีกแห่งของจังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณด้านหน้าวัดนั้นคึกคักไปด้วยแผงเช่าพระและนักนิยมพระมาศึกษาและนั่งดูพระเครื่องกันไม่ขาดสาย
ขึ้นไปชมบริเวณชั้นสอง สิ่งของจัดแสดงส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ จึงเหมาะแล้วที่จะนำมาจัดในชั้นสอง ริมบันไดเป็นตู้เก็บพระธรรมสมุดข่อยต่างๆ ไม่ได้เปิดให้ชม ดูผ่านตู้กระจกเท่านั้น ตรงมุขด้านหน้าอาคารที่ยื่นออกไปเป็นห้องเก็บพระพุทธรูปและเทวรูปมีค่าเป็นประตูกระจกปิดตาย ซึ่งนานๆ ครั้งถึงจะมีการเปิดเพื่อนำเศษผงที่ร่วงผุจากพระพุทธรูปบางองค์ มาปลุกเสกทำเครื่องรางค์ของขลังรุ่นดังของวัด ด้านหน้าอีกส่วนก็จะเป็นตู้เก็บตาลปัตร พัดยศ ของพระสำคัญซึ่งไม่มีป้ายอธิบาย และที่เป็นโต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ก็คือ รูปถ่ายของพระสำคัญภายในวัดเจ้าอาวาสรุ่นต่างๆ และโยมพ่อโยมแม่ ตลอดจนใบแต่งตั้งตำแหน่งทางสงฆ์ที่สำคัญหลายใบ และมีโกฐหลวงสีทองพระผู้ดูแลเล่าว่าน่าจะเป็นของสมเด็จพระอริยวงศาคต-ญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ซึ่งเมื่อมรณะแล้วหลวงก็จะจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติและได้รับพระราชทานโกฏทองคำ
 
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์ฯ ชั้นสองก็คือ บาตรสังคโลก ยุคสุโขทัย ที่เก็บรักษาอย่างดีในตู้กระจกนิรภัย ว่ากันว่าบาตรสังคโลกอันนี้มีความสำคัญ และเป็นศักดิ์ศรีของพ่อเมืองแห่ง จ.สุพรรณบุรีท่านอดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา ที่สามารถนำของชิ้นนี้กลับมาไว้ที่วัดสุวรรณภูมิ ได้ เล่ากันว่าบาตรใบนี้แต่เดิมหลวงพ่อเปลื้องซื้อมาในราคาไม่กี่สิบบาท เมื่อมีการทำบุญฉลองศาลจังหวัดสุพรรรณฯ ในปี พ.ศ.2505 หลวงพ่อท่านรับกิจนิมนต์ไปร่วมงานและนำบาตรใบนี้ไปเป็นขันน้ำมนตร์ ท่านผู้หญิงวิจิตรา ภรรยาจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เห็นเข้าและอยากได้ ท้ายสุดเลยนำขันสาครทองเหลืองและบริจาคเงินสร้างโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนไปไว้ ในครอบครอง ต่อมาเมื่อถูกยึดทรัพย์ สมบัติตกเป็นของแผ่นดิน บาตรใบนี้ถูกนำออกประมูล นายบรรหาร ศิลปอาชา จึงประมูลได้มาในราคา 60,000 บาท และนำมาถวายคืนวัดในราวปี พ.ศ.2512 เมื่อประมูลกลับมาได้จึงเท่ากับเป็นเกียรติแก่ครอบครัวของท่านและ จ. สุพรรณบุรี ดังนั้นที่ตู้จัดแสดงนี้จึงมีรูปของคุณเซ่งกิมและนางสายเอ่ง แซ่เบ๊ (ศิลปอาชา)บิดาและมารดาของท่านประดับที่หน้าตู้ เป็นคณะกรรมการอุปถัมภ์ นอกจากนี้ภายในตู้เดียวกันยังมีกาน้ำสังคโลก รูปหงส์ ซึ่งน่าจะได้รับบริจาคจากท่านอดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา เช่นกัน 
 
ในส่วนของรายนามผู้บริจาคเพื่อการทำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่ากันว่าเป็นตระกูลเก่าแก่และตระกูลใหญ่ๆ ของจ.สุพรรณบุรีเกือบทั้งสิ้น บางมุมก็มีเก้าอี้ฝังมุขและวางโกฏกระดูกของบรรพบุรุษวางไว้ด้วย หากใครสนใจอยากศึกษาเรื่องวงศ์ตระกูลต่างๆ ใน จ.สุพรรณบุรี ก็สามารถมาศึกษาเบื้องต้นได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะมีทั้งรูปถ่ายและชื่อสกุลของบรรพบุรุษหลายตระกูลแขวนอนู่บนผนังรอบๆ ชั้นสองแห่งนี้
 
บริเวณกลางห้องชั้นสอง ส่วนใหญ่จะเป็นตู้เก็บเครื่องถ้วยชามกระเบื้องเขียนสีเบญจรงค์น่าจะเป็นของใช้ของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ เพราะมีความปราณีตสวยงามเป็นพิเศษ ส่วนด้านหลังมีพวกอาวุธโบราณเช่นปืน มีด พร้า หอก และหินบดยาแบบโบราณจำนวนมาก วางไว้ที่โต๊ะด้านหลัง
 
พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) แห่งนี้ปัจจุบันเป็นหนึ่งใน 9 วัดมงคลย่านจังหวัดสุพรรณบุรีและอยุธยา เนื่องจากมีชื่อที่เป็นมงคล และมีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา หากสนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต้องติดต่อกับทางวัดสุวรรณภูมิก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกเช่นการเปิดไฟ และพัดลมให้ระหว่างการเข้าชม ส่วนเรื่องทรัพย์สินสูญหายนั้นทางวัดไม่ค่อยกังวลเพราะได้ติดกล้องวงจรปิดไว้แล้วทุกมุม หากต้องการหาความรู้อย่างจริงจังอาจจะต้องเตรียมตัวค้นคว้าข้อมูลก่อนเดินทางเข้าชม
 
ข้อมูลจาก: การสำรวจวันที่ 10 กรกฎาคม 2553
 
ชื่อผู้แต่ง:
-

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ)

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) เป็นอาคารสองชั้น ตั้งอยู่ภายในวัดสุวรรณภูมิ ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ โดยพระเทพวุฒาจารย์ (หลวงพ่อเปลื้อง) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ (มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๑๐๑ ปี) หลวงพ่อเปลื้อง เคยเป็นเจ้าคณะจังหวัด ท่านสะสมข้าวของไว้มากมายทั้งมาจากการบริจาคของญาติโยมและการซื้อหามาเก็บไว้ด้วยความชอบส่วนตัว โดยเฉพาะพวกเครื่องลายครามต่างๆ
ชื่อผู้แต่ง:
-

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ)

พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) เป็นอาคารสองชั้น ตั้งอยู่ภายในวัดสุวรรณภูมิ ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ โดยพระเทพวุฒาจารย์ (หลวงพ่อเปลื้อง) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ (มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๑๐๑ ปี) หลวงพ่อเปลื้อง เคยเป็นเจ้าคณะจังหวัด ท่านสะสมข้าวของไว้มากมายทั้งมาจากการบริจาคของญาติโยมและการซื้อหามาเก็บไว้ด้วยความชอบส่วนตัว โดยเฉพาะพวกเครื่องลายครามต่างๆ
ชื่อผู้แต่ง:
-