พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี


ที่อยู่:
กรมการทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000
โทรศัพท์:
0-3233-7267,032-337388 ต่อ 53151
วันและเวลาทำการ:
จันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น .เข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ กองวิทยาการ กรมการทหารช่าง
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์:
ปีที่ก่อตั้ง:
2512
จัดการโดย:

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

โดย:

วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

เปิดรั้วเขียว-พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง ท้าทดสอบจิตใจที่ค่ายภาณุรังษี

ชื่อผู้แต่ง: ดุสิต ลิมปวัฒนากร | ปีที่พิมพ์: 6/5/2547

ที่มา: ข่าวสด

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

พิพิธภัณฑ์ทหารช่างของล้ำค่าจาก 'ค่ายทหาร'

ชื่อผู้แต่ง: ศิระภัทร โกมลรุจินันท์ | ปีที่พิมพ์: 01-06-2544 หน้า5

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555



ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี

พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง กรมการทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี เป็นศูนย์รวมในการเก็บรักษาและเชิดชูเกียรติประวัติ ผลงานของบรรพบุรุษ และหน่วยทหารช่างเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและภาคภูมิใจ  “พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง” อยู่ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของค่ายภาณุรังษี ติดกับริมแม่น้ำแม่กลอง (ตรงข้าม กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี) 
         
ภายในบริเวณค่ายภาณุรังษี  ใกล้กับสโมสรทหารช่าง  หัวรถจักรไอน้ำรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองตั้งแสดงอยู่   ใกล้กันมีรถทหารช่างสมัยก่อน  แต่ละคันมีขนาดใหญ่  เหล็กหนา  มีทั้งรถตักบรรทุก  รถถากถาง  รถเกลี่ย  รถสะพาน  รถปั้นจั่น  รถบดล้อเหล็ก  เรือยนต์สร้างสะพาน  ส่วนนี้คือส่วนจัดแสดงกลางแจ้งของพิพิธภัณฑ์ทหารช่าง  ค่ายภาณุรังษี

ผู้นำชมพิพิธภัณฑ์ในวันนี้คือ พ.ท.หญิง  เพียงรำไพ  ทองบัว  ประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก  ช่วยราชการกองวิทยาการ  กรมการทหารช่าง  และ พ. ท. นิรันดร์  รัตวงศ์ หัวหน้าแผนกห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์  กองวิทยาการ  กรมการทหารช่าง ในขณะที่ทั้งสองท่านนำชมพิพิธภัณฑ์   เป็นเวลาเดียวกับที่นักเรียนนายสิบประมาณหนึ่งกองร้อยได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์   บรรยากาศของพิพิธภัณฑ์จึงดูได้บรรยากาศของทหารมากขึ้นไปอีก
พันโทเพียงรำไพบอกว่าถ้ากลุ่มผู้เข้าชมเป็นเด็กนักเรียน  แล้วได้มาเห็นบรรดารถที่จัดแสดงอยู่ข้างหน้า   บรรยากาศจะเหมือนกับงานวันเด็กไม่มีผิด  บรรดารถที่จัดแสดงอยู่นี้ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว  เพราะไม่มีอะไหล่  ที่มาจัดแสดงก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง   ที่ซ้ำกันจะไม่นำมาจัดแสดง 

นอกจากรถคันใหญ่แล้วยังมีรถโยกคันเล็กจอดอยู่   ความสำคัญของรถโยกคันนี้คือ  พระบิดาของเหล่าทหารช่างคือ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน  ท่านได้เคยใช้ในการตรวจการสร้างทางรถไฟในสมัยก่อน   และใกล้กันนั้นจะมีปืนใหญ่ตั้งอยู่  ปืนใหญ่นี้มีความสำคัญตรงที่เคยรักษาเมืองราชบุรีในช่วงปีพ.ศ. 2360  
 
สำหรับการจัดแสดงในตัวอาคารมีอยู่  3  อาคารคือ  อาคารชั้นเดียว (อาคารรูปตัวแอล)  อาคารสองชั้น(อาคารจัสแมก) และอาคารแปดเหลี่ยม  ส่วนของอาคารชั้นเดียวจะแบ่งการจัดแสดงออกเป็น  7  ห้อง  เริ่มจากห้องแรกคือ ห้องจัดแสดงภาพและประวัติเจ้ากรมการทหารช่างท่านแรกจนถึงท่านปัจจุบัน ท่านเจ้ากรมการทหารช่างคนปัจจุบันคือ พล.ท.ทวนชัย  พันธ์เพิ่มศิริ  ห้องที่สองเป็นห้องทหารช่างในอดีต  ห้องนี้มีการจัดแสดงเครื่องมือช่างสมัยสงครามโลกที่สอง  เป็นพวกขวาน  พลั่ว  ลิ่มเหล็ก  กบไสไม้  กรรไกรตัดลวด  มีด  เคียว  ปากกาไม้  คราดเหล็ก เป็นต้น  และยังมีเครื่องมือแบบเก่าอย่างเครื่องตรวจหาทุ่นระเบิด   กล้องสำรวจ  เครื่องยนต์ใช้สำหรับเลื่อยไม้

ในห้องที่สองนี้ยังรวมเรื่องราวเกี่ยวกับกิจการรถไฟในอดีต  ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือเพื่อขึ้นไปเชียงใหม่ โดยเฉพาะการขุดอุโมงค์ขุนตานนั้น เป็นฝีมือของทหารช่าง สิ่งที่ท้าทายในการก่อสร้างคือต้องขุดอุโมงค์จาก 2 ด้านให้มาชนกันพอดี  ซึ่งเหล่าทหารช่างสามารถดำเนินการได้จนสำเร็จ

ห้องที่สาม  ห้องทหารช่างกับการพัฒนาประเทศ  สำหรับทหารช่างแล้ว  ในยามศึกเรารบ  ยามสงบเราพัฒนา โครงการต่างๆที่ทหารช่างเข้าไปมีส่วนร่วมได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการฮารับบันบารู  โครงการก่อสร้างเส้นทางเพื่อความมั่นคง  บ้านปอน-บ้านห้วยโก๋น  จังหวัดน่าน  โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  เป็นต้น   ในห้องนี้จะเป็นภาพถ่ายและแบบจำลองสภาพพื้นที่ประกอบคำอธิบาย  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีหรือส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า  ทหารช่างก็เป็นคนทำ

ห้องที่สี่เป็นห้องทหารช่างกับการช่วยเหลือประชาชน  ในห้องนี้เราจะได้เห็นภาพการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามที่ต่างๆ  ส่วนที่จัดแสดงในนี้คือบางส่วนเท่านั้น  เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ทหารช่างได้เข้าไปช่วยเหลือ  เช่น  วาตภัยใต้ฝุ่นเกย์  จังหวัดชุมพร  อัคคีภัยชุมชนคลองเตย   ตึกถล่มที่จังหวัดนครราชสีมา  เป็นต้น

ห้องที่ห้า  ห้องทหารช่างช่วยเหลือประชาชนและรักษาสันติภาพ  จัดแสดงภาพโครงการกำจัดผักตบชวาพัฒนาลุ่มน้ำนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  การปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพที่ประเทศอัฟกานิสถาน  อิรัก  บุรุนดี  การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่อิหร่าน  

ห้องที่หก  ห้องเกียรติศักดิ์ทหารช่างไทยในกัมพูชา  จัดแสดงภาพการปฏิบัติงานกองพันทหารช่างที่ประเทศกัมพูชาปี พ.ศ. 2535 - 2536  ในภารกิจนี้พันโทนิรันดร์คือ  นายทหารหนึ่งท่านหนึ่งในกองพันที่ได้ไปปฏิบัติภารกิจที่นั่น  พันโทนิรันดร์ได้เล่าให้ฟังว่า  ช่วงนั้นมีทุ่นระเบิดและกับระเบิดเป็นจำนวนมาก  พวกเราไปกันครั้งแรกก็ไปเปิดช่องทาง  ซึ่งเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย  ในช่วงนั้นทางสหประชาชาติต้องการจะอพยพผู้ลี้ภัยจากประเทศไทยกลับเข้าไปในประเทศกัมพูชา  โดยคาดการณ์ว่าเหตุการณ์น่าจะสงบ  สามารถกลับไปเลือกตั้งได้  ทหารช่างจึงมีภารกิจในการทำเส้นทางเพื่อให้คนกลุ่มนี้กลับไป  
 
ห้องที่เจ็ด  ทหารช่างกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ   จัดแสดงการเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม  6  จังหวัดภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อวันที่  26  ธันวาคม พ.ศ. 2547  ในห้องนี้มีทั้งภาพนิทรรศการและวีดีทัศน์ให้ผู้เข้าชมได้ดู
 
เมื่อออกจากอาคารรูปตัวแอล  ก็ไปยังอาคารสองชั้น (อาคารจัสแมก)  อาคารหลังนี้แต่เดิมเคยเป็นบ้านพักของท่านเจ้ากรมการทหารช่างในอดีต  เรื่องราวที่จัดแสดงที่นี่เกี่ยวกับความเป็นมาของหน่วยทหารช่างและประวัติบุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับทหารช่าง  ชั้นบนจะแบ่งเป็นห้องประวัติ  ได้แก่  ห้องจอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข  เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์  กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช  ผู้ทรงมีคุณูปการต่อหน่วยทหารในพื้นที่ราชบุรี และได้ใช้พระนามของท่านมาเป็นชื่อค่าย   ห้องพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน  พระบิดาเหล่าทหารช่าง  ห้องพลเอกประยุทธ  จารุมณี  ผู้บัญชาการทหารบกปี  พ.ศ. 2524  ห้องพลเอกบรรจบ  บุนนาค  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปี  พ.ศ.2535  

อาคารสุดท้ายคือ อาคารแปดเหลี่ยม  อาคารนี้มีทางเดินเชื่อมชั้นบนกับอาคารจัสแมก  จัดแสดงประวัตินายทหารช่าง ที่สร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่เหล่าทหารช่าง เช่น ห้องเทิดเกียรติพลเอกชัยสิทธิ์  ชินวัตร  ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดปี  พ.ศ. 2547   พลเอกธวัช  เกษร์อังกูร  ปลัดกระทรวงกลาโหม  ปี พ.ศ. 2543  เป็นต้น

ในการเช้าชมพิพิธภัณฑ์ทางวิทยากรทุกท่านยินดีต้อนรับ  ที่ผ่านมากลุ่มผู้เข้าชมจะมีหลากหลาย  ไม่เพียงแต่ทหาร   นักเรียนนักศึกษาก็มาชมเช่นเดียวกัน  ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีของบุคคลทั่วไปที่จะได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศแบบทหาร  และได้รู้ว่าทหารมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากมายหลายอย่าง  อันนอกเหนือไปจากการจับปืนป้องกันรักษาประเทศ
 
สาวิตรี  ตลับแป้น /ผู้เขียน 
ข้อมูลจาก  :  สำรวจภาคสนามเมื่อวันที่   16  กรกฎาคม พ.ศ.2552
ชื่อผู้แต่ง:
-