พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก


ชื่อเรียกอื่น:
-
ที่อยู่:
ในบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ บ้านแก่งเสือเต้น ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 15140
โทรศัพท์:
0-3649-4031-2
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน 08.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เก็บค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
-
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
ของเด่น:
-
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ป่าสักชลสิทธิ์ มรดกชีวิตและสายน้ำ...

ชื่อผู้แต่ง: ภูธร ภูมะธน | ปีที่พิมพ์: 2548;2005

ที่มา: กรุงเทพฯ: บริษัทเอ.เอส.พี ดีไซน์ พริ้นติ้ง จำกัด

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 07 มีนาคม 2557


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก

พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก เป็นส่วนหนึ่งในโครงการแก้ไขและพัฒนาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานแก้ไขและพัฒนาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยกรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสิ่งแวดล้อมด้านวัฒนธรรม ซึ่งได้ตั้ง "คณะปฏิบัติการแก้ไขและพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้านโบราณคดี" ขึ้นมาดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา โดยมีภาระกิจสำคัญ 3 ด้าน คือ
 
1. ปฏิบัติการแก้ไขและพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้านโบราณคดี
2. ศึกษาด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น
3. ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก
 
พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักก่อตั้งขึ้นจากงบประมาณที่กันออกมาจากงบประมาณการสร้างเขื่อนป่าสักของกรมชลประทาน เป็นจำนวนเงินราว 30 ล้านบาท ภายใต้การดูแลจัดการของกรมชลประทานร่วมกับกรมศิลปากร จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะเรื่อง ที่แสดงเนื้อหาความรู้ด้านธรรมชาติ และวัฒนธรรมในพื้นที่กักเก็บน้ำเขื่อนป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 6 ส่วน คือ
           
ส่วนที่ 1 เป็นจุดเริ่มต้นการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ แสดงเรื่อง "การชลประทานในประเทศไทย" เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้สร้างคุณูปการด้านการชลประทานในประเทศไทยและพระราชดำริเกี่ยวกับการพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาการการชลประทานของโลกและของประเทศไทย 
         
 ส่วนที่ 2 จัดแสดงเรื่อง "ย้อนรอยอารยธรรม" เริ่มจากการย้อนอดีตไปรู้จักกับมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายอันมีหลักฐานว่าเป็นผู้ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่กักเก็บน้ำเขื่อนป่าสักในอดีต จนมีพัฒนาการสืบเนื่องมาในสมัยกึ่งก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี สมัยลพบุรี สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ 
           
ส่วนที่ 3 จัดแสดงเรื่อง "วัฒนธรรมท้องถิ่น" เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่กักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก คือชาวไทยเบิ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 โดยได้ตั้งหลักแหล่งกระจายกันอยู่ในพื้นที่จังหวัดในภาคอีสานของประเทศไทย เช่น นครราชสีมา ชัยภูมิ และบางส่วนได้อพยพเข้ามาตั้งหลักปักฐานในพื้นที่ตำบลโคกสลุง และตำบลมะนาวหวาน อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี 
           
ส่วนที่ 4 จัดแสดงเรื่อง "ภูมิศาสตร์" ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ แหล่งน้ำลำธารที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำป่าสัก และพื้นที่ที่แม่น้ำป่าสักได้ไหลมาหล่อเลี้ยงพื้นที่ต่างๆ จนมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอื้อประโยชน์ต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีต โดยแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมที่สุดในการคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ที่บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
             
ส่วนที่ 5  จัดแสดงเรื่อง "ทรัพยากรธรรมชาติ" อันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ครั้งอดีต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์เลือกพื้นที่แห่งนี้สำหรับการตั้งถิ่นฐานและมีหลักฐานการอยู่อาศัยสืบเนื่องกันมายาวนานนับพันปีมาแล้ว
             
ส่วนที่ 6   พื้นที่ส่วนสุดท้ายจัดแสดงเรื่อง "ป่าสักวันนี้" ลักษณะการจัดแสดงเป็นห้องประชุม ที่นำข้อมูลเนื้อหาสาระต่างๆที่ได้รับชมมาแล้วทั้งหมด สรุปนำเสนอด้วยเทคนิค "สไลด์มัลติวิชั่น" เพื่อให้ผู้ชมได้ทบทวนเรื่องที่ท่านได้ชมมาแล้วทั้งหมด   
             
ระหว่างทางเดินมาสู่ส่วนที่ 6 มีนิทรรศการจัดแสดงทัศนคติต่าง ๆ ที่มีต่อโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย ่อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักก่อสร้างแล้วเสร็จและได้เปิดให้เข้าชมในปี พ.ศ.2542 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลและดำเนินงานโดยกรมศิลปากร ต่อมาทางกรมศิลปากรซึ่งมีบุคลากรจำกัด ไม่สามารถรับภาระดูแลพิพิธภัณฑ์ต่อไปได้ จึงได้มีการโอนหน่วยงานพิพิธภัณฑ์กลับคืนมาอยู่ในการดูแลของกรมชลประทานจนถึงปัจจุบัน

การเดินทาง 
 
รถยนต์ส่วนตัว 
 
จากจังหวัดสระบุรี เดินทางมาตามถนนสายพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1) เมื่อถึงตำบลพุแค เปลี่ยนเส้นทางมาใช้ถนนสายพุแค-ลำนารายณ์ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21) ถึงกิโลเมตรที่ 21 (สี่แยกพัฒนานิคม ซอย 12) ให้เลี้ยวขวามาตามทางหลวงหมายเลข 3017 ระยะทาง 15 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับเขื่อนป่าสัก ระยะทางรวมทั้งสิ้น 52 กิโลเมตร
 
จากจังหวัดลพบุรี หากตั้งต้นที่วงเวียนสมเด็จพระนารายณ์ เดินทางลงมาตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1) ราว 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายมาตามทางหลวงหมายเลข 3017 ผ่านบ้านโคกตูมและอำเภอพัฒนานิคม เข้าสู่พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ระยะทางรวมทั้งสิ้น 47 กิโลเมตร

รถไฟ
 
จากกรุงเทพมหานคร โดยรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ เลือกขบวนที่ใช้เส้นทางแก่งคอย-บัวใหญ่ และตรวจสอบขบวนที่แวะจอดสถานีย่อยหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสำนักงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก (เช่น สายกรุงเทพ - หนองคาย) 
 
ในเทศกาลทุ่งทานตะวัน ราวเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม ทางการรถไฟจะมีการจัดขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษเพื่อชมทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สาย กรุงเทพ - สุรนารายณ์ ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ไปถึงปลายทางสถานีสุรนารายณ์ (ไม่แวะจอดสถานีรายทาง) เพื่อชมภูมิทัศน์ทางรถไฟเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนจะย้อนกลับมาที่จุดจอดรถเขื่อนป่าสัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมท่องเที่ยวบริเวณประตูเขื่อนป่าสัก และพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก และในช่วงเย็นกลับจากจุดจอดรถเขื่อนป่าสักถึงปลายทางกรุงเทพ (ไม่แวะจอดสถานีปลายทาง)
 
รถประจำทาง
 
จากกรุงเทพมหานคร ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพ-หล่มสัก ผ่านจังหวัดสระบุรี มาตามถนนสายพุแค-ลำนารายณ์ (ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 21) ลงรที่กิโลเมตรที่ 21 (สี่แยกพัฒนานิคม ซอย 12) ต่อรถโดยสารประจำทางสายลพบุรี-หนองม่วง ระยะทาง 15 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก
จากตัวจังหวัดลพบุรี ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งลพบุรี สายลพบุรี-หนองม่วง ระยะทาง 47 กิโลเมตร จะผ่านหน้าทางเข้าเขื่อนป่าสักฯ และเข้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก โดยการเดินหรือการโดยสารรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
 
จากจังหวัดสระบุรี ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งสระบุรี สายสระบุรี-ลำนารายณ์ หรือสายสระบุรี-หล่มสัก ลงรถที่สี่แยกพัฒนานิคมซอย 12 (กิโลเมตรที่ 21 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21) ต่อรถโดยสารประจำทางสายลพบุรี-หนองม่วง ระยะทาง 15 กิโลเมตร จึงถึงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก
 
ข้อมูลจาก:  ชาญวิทย์ ตีรประเสริฐ. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม และกระบวนการรื้อฟื้นวัฒนธรรมไทยเบิ้ง. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต(มานุษยวิทยา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548.
ชื่อผู้แต่ง:
-