พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ริเริ่มโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 สืบเนื่องจากการได้รับโบราณวัตถุจากการขุดค้นภาคสนาม ในโครงการขุดค้นวัฒนธรรมบ้านเชียงที่บ้านอ้อมแก้วและบ้านธาตุ จ.อุดรธานี คณะขุดค้นนำโดย รศ.สุมิตร ปิติพัตร และได้รับบริจาคโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมจำนวนมากจาก ดร.วินิจ วินิจนัยภาค รองเลขาธิการ สำนักพระราชวัง แต่เดิมพิพิธภัณฑ์จัดแสดง ณ บริเวณชั้น 2 อาคารวิจัย จนเมื่อปี พ.ศ.2544 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ส่งมอบโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมทั้งหมดให้ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเป็นผู้ดูแล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจึงได้ดำเนินการรวบรวมและขนย้ายวัตถุทั้งหมด มาจัดแสดง ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ฯ มีพันธกิจในการจัดแสดงวัตถุเพื่อการศึกษาค้นคว้า เอื้อให้เกิดความเข้าใจมนุษย์ในมิติต่าง ๆ ผ่านการชมวัตถุทางวัฒนธรรมและมุ่งไปสู่การความเข้าใจมนุษยชาติและกลุ่มบุคคล ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาที่มีต่อโลก พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรตินอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนการสอนและการศึกษาในทางมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาพิพิธภัณฑ์แล้วยังทำหน้าที่เป็นสถาบันความรู้ที่เปิดให้เป็นทางเลือกของการเรียนรู้เพื่อการศึกษาต่อเนื่องนับจากวัยเด็กถึงหลังเกษียณอายุและเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมชนรอบข้างและสังคมไทย
โดย: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
วันที่: 01 เมษายน 2569
โดย: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
วันที่: 01 เมษายน 2569
ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: 2533
ที่มา: กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แหล่งค้นคว้า: หอสมุดปรีดี พนมยงค์
โดย: ศมส.
วันที่: 13 มีนาคม 2555
ชื่อผู้แต่ง: พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ | ปีที่พิมพ์: 2569
ที่มา: พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
แหล่งค้นคว้า: https://museum.socanth.tu.ac.th/wp-content/uploads/2026/03/Exhibition-Book-Time-Space-and-Change.pdf
โดย: ศมส.
วันที่: 01 เมษายน 2569
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก
รีวิวพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้เปิดตัวนิทรรศการถาวร “กาละ เทศะ และการเปลี่ยนแปลง – Time, Space and Change” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นการชวนสำรวจเรื่องราวของผู้คน สังคม และวัฒนธรรมผ่านมิติของ เวลา พื้นที่ และการเปลี่ยนแปลง ผ่านเรื่องราวของวัตถุที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เพราะวัตถุไม่ได้เป็นแค่เพียงสิ่งของ แต่มีอีกบทบาทหนึ่งในการกำหนดความหมายของพื้นที่ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ของสังคม
โดยภายในได้จัดแสดงนิทรรศการ 2 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย “นักสะสมและวัตถุสะสม” นำเสนอเรื่องราวระหว่างมนุษย์กับสิ่งของที่บรรจุความทรงจำและอัตลักษณ์ ทางพิพิธภัณฑ์ได้ทำการรวมรวมวัตถุต่าง ๆ เช่น ชุดเครื่องเบญจรงค์ หน้ากากปูนปาสเตอร์รูปตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ ถาดกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้
ในส่วนถัดมาเป็นการนำเสนอ “ชีวประวัติของทุ่งรังสิต” เป็นการเล่าเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รังสิต ตั้งแต่ก่อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งมิติทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ วิถีชีวิตคนริมคลอง จนเกิดการขยายตัวของเมือง และการเข้ามาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อันเป็นหนึ่งในกลไกของการขับเคลื่อนพื้นที่ชานเมืองให้กลายเป็นพื้นที่หนึ่งในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในย่านปริมณฑล
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นโครงการซึ่งริเริ่มโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 สืบเนื่องจากการที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาได้รับโบราณวัตถุจากการขุดค้นภาคสนาม ในโครงการขุดค้นวัฒนธรรมบ้านเชียงที่บ้านอ้อมแก้วและบ้านธาตุ จ.อุดรธานี คณะขุดค้นนำโดย รศ.สุมิตร ปิติพัตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 -2517 และมีโบราณวัตถุเพิ่มเติมขึ้นจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ในช่วงระยะเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ.2530 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับบริจาคโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมจำนวนมากจาก ดร.วินิจ วินิจนัยภาค รองเลขาธิการ สำนักพระราชวัง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ดำเนินการขอตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจากรัฐบาล ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอย่างเป็นทางการ
เนื้อหาการแสดงมีเป้าหมายเน้นการเผยแพร่ในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยากายภาพ มานุษยวิทยาวัฒนธรรม เทคโนโลยีพื้นบ้านและสังคม มุ่งเน้นในการเป็นหน่วยสนับสนุนการวิจัยด้านวัฒนธรรมโดยจัดให้มีศูนย์ข้อมูลอันทันสมัย สถานที่จัดเก็บวัตถุเพื่อการวิจัย ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้เปิดจัดแสดงโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมต่างๆ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในช่วงปี พ.ศ. 2531 ถึง ปี พ.ศ. 2539 จนถึงเมื่อปี พ.ศ.2544 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ส่งมอบโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมทั้งหมดให้ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเป็นผู้ดูแล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจึงได้ดำเนินการรวบรวมและขนย้ายโบราณวัตถุและ วัตถุทางวัฒนธรรม ทั้งในส่วนซึ่งคณะฯสะสมอยู่ และในส่วนซึ่งได้รับบริจาคเพิ่มเติมภายหลัง มาจัดแสดง ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
อย่างไรก็ดี โดยที่วัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนโยบายของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มุ่งที่จะให้พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการองค์ความรู้ทางโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ใช้สำหรับการเรียนการสอน ฝึกปฏิบัติ และการค้นคว้าวิจัย ในรายวิชาต่างๆของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงมิได้เปิดจัดแสดงแก่สาธารณชนในวงกว้าง เว้นแต่เปิดนำชมให้แก่คณะที่นัดหมายเป็นกรณีๆ
ในปี พ.ศ. 2550 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้ตระหนักถึงบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของภาระในการอนุรักษ์และทำนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จึงได้จัดทำโครงการบูรณาการหลักสูตรสาระการเรียนรู้กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กับโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ผลจากการประชุมปรึกษาร่วมกัน คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา โดย อาจารย์ปฐมฤกษ์ เกตุทัต ประธานคณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงได้จัดทำโครงการนำร่องนิทรรศการ “เครื่องปั้นดินเผาในประเทศไทย : จากบ้านเชียงสู่กรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อ ให้บริการแก่นักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นกิจกรรมเสริม ทักษะในสาระการเรียนรู้กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมให้กับนักเรียนชั้นมัธยมของโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม และโรงเรียนมัธยมอื่นๆในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนบนโดยนิทรรศการนำร่องนี้ มุ่งเน้นที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของชนชาติไทยผ่านการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา ในยุคสมัยต่างๆ เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสะท้อนการดำเนินชีวิต ความเชื่อ และการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 จนถึงประมาณเดือนมิถุนายน 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
ปี พ.ศ.2554 หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ พิพิธภัณฑ์ฯ จึงได้ปิดปรับปรุงและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพใหม่ มุ่งหมายให้บุคคลทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้มากขึ้น โดยสร้างทางลาดยาวตัดข้ามพื้นที่โล่งเพื่อเชื่อมโยงการใช้งานภายในอาคารให้ต่อเนื่องถึงกัน และเป็นพื้นที่ในการจัดแสดงวัตถุของพิพิธภัณฑ์ฯ ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ชีวิตของวัตถุที่เชื่อมโยงไปสู่โลกนอกพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์ฯ มีพันธกิจในการจัดแสดงวัตถุเพื่อการศึกษาค้นคว้า เอื้อให้เกิดความเข้าใจมนุษย์ในมิติต่าง ๆ ผ่านการชมวัตถุทางวัฒนธรรมและมุ่งไปสู่การความเข้าใจมนุษยชาติและกลุ่มบุคคล ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาที่มีต่อโลก
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนการสอนและการศึกษาในทางมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นสถาบันความรู้ที่เปิดให้เป็นทางเลือกของการเรียนรู้เพื่อการศึกษาต่อเนื่อง นับจากวัยเด็กถึงหลังเกษียณอายุ และเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชุมชนรอบข้างและสังคมไทย
ข้อมูลจาก:
http://museum.socio.tu.ac.th/museum/ [accessed 20081110]
หนังสือที่ระลึกในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ วันพุธที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2533 .มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : กรุงเทพฯ, 2533. หน้า 15-18
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยสื่อออนไลน์
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยบล็อก
แนะนำพิพิธภัณฑ์โดยสารานุกรมไทย
เครื่องปั้นดินเผา มานุษยวิทยากายภาพ มานุษยวิทยาวัฒนธรรม เทคโนโลยีพื้นบ้าน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกาญจนาภิเษก
จ. ปทุมธานี
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
จ. ปทุมธานี
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
จ. ปทุมธานี