พิพิธภัณฑ์แห่งการจากลา


พิพิธภัณฑ์แห่งการจากลา หรือ Museum of Broken Relationships เกิดจากความต้องการสร้างที่อยู่ใหม่โดยยังคงคุณค่าให้กับข้าวของเครื่องใช้ที่เคยอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคุณโอลิงกา วิชติกา (Olinka Vistica) และคุณดราเซน กรูบิชิช (Drazen Grubisic) ด้วยทั้งคู่เป็นนักสร้างสรรค์ศิลปะ จึงชวนกันทำโครงการศิลปะที่เกี่ยวกับข้าวของหลังจากเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ ทั้งของตนเองและของคนรอบข้าง โดยจัดแสดงที่แรกในเมืองซาเกร็บ (Zagreb) ประเทศโครเอเชีย (Republic of Croatia) ซึ่งเป็นประเทศที่เขาทั้งคู่อาศัยอยู่ เมื่อปี 2549 เริ่มจากจัดนิทรรศการ ต่อมาปี 2553 เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนเต็มรูปแบบ ปัจจุบันมีการจัดนิทรรศการเคลื่อนที่จัดแสดงไปทั่วโลก (Pop-up Exhibition) เฉลี่ยแห่งละ 1- 3 เดือน จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2567 ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ถาวรแห่งที่ 2 ของโลกขึ้นที่เชียงใหม่ ประเทศไทย ภายในได้จัดแสดงเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “การจากลา” ผ่านคำอธิบายบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละชิ้นตั้งแต่ของธรรมดา เช่น นาฬิกา ซาลาเปา ไปจนถึงสิ่งของที่ใช้ทางการแพทย์อย่างฟิล์มเอกซเรย์

ที่อยู่:
เลขที่ 2/4 ถนนวิชยานนท์ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์:
06-3210-0117
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. (ปิดทำการ ในวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ และวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์)
ค่าเข้าชม:
บุคคลทั่วไป: 200 บาท นักเรียน นักศึกษา (พร้อมบัตรประจำตัว) ผู้พิการ ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 150 บาท กลุ่ม 15 คนขึ้นไป: 150 บาท
เว็บไซต์:
อีเมล:
infoTH@brokenships.com
ปีที่ก่อตั้ง:
2567
ของเด่น:
วัตถุ เรื่องราว และความรู้สึก ของบุคคลทั่วไป เช่น An X-ray (ภาพถ่ายเอกซเรย์), อุปกรณ์ IVF และกระเป๋า, ซาลาเปา, ถุงมือยาง, นาฬิกาข้อมือเงิน, เสียงเพลงของมันซูร์ (ไฟล์เสียง)
จัดการโดย:
เนื้อหา:
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

รีวิวพิพิธภัณฑ์แห่งการจากลา

พิพิธภัณฑ์แห่งการจากลา ได้จัดแสดงวัตถุภายในอาคารปูนผสมไม้ 2 ชั้น อยู่บริเวณหัวมุมสี่แยกวัดอุปคุต มีการปรับปรุงและตกแต่งอาคารด้วยการใช้สีสว่างนวลและพื้นที่จัดแสดงโปร่งโล่ง จัดแสดงวัตถุอย่างเป็นระเบียบโดยจัดแสดงวัตถุควบคู่คำอธิบาย ผู้ชมสามารถเลือกชมได้อย่างอิสระ พื้นที่นิทรรศการมี 2 ชั้น บริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่รับรอง สำหรับพื้นที่ในส่วนนี้ ตกแต่งด้วยแผนที่โลกซึ่งหมุดเมืองที่เคยจัดนิทรรศการ Pop-up นอกจากบริการจำหน่ายตั๋ว เนื้อหาและวัตถุจัดแสดงบริเวณชั้น 1 จะเป็นเนื้อหาความสัมพันธ์ในภาวะปกติ ภาวะที่มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องพบเจอ สำหรับชั้น 2 ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่า แต่เนื้อหาหนักหน่วงเพราะเกี่ยวกับการจากลาเนื่องมาจากสงคราม การถูกกดขี่ทางเชื้อชาติ ประเด็นทางการเมือง ครอบครัว เป็นต้น และมีมุมเล็ก ๆ สำหรับแบ่งปันประสบการณ์ (Confession Corner) ผู้ชมสามารถเขียนแบ่งปัน ให้กำลังใจ ระบายความรู้สึก หรือเขียนตอบโต้ให้กำลังใจในสมุดเล่มนี้ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ผู้ชมต่างพกประสบการณ์และเชื่อมโยงเข้ากับตัวเอง หลังจากชมนิทรรศการมีผู้ชมบางคนเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์แบ่งปันความรู้สึก ทั้งความสุข เสียงหัวเราะ ความเศร้า และน้ำตา ณ เคาน์เตอร์ขายบัตร ทำให้จุดนี้นอกจากมีของที่ระลึกจำหน่ายแล้ว ยังมีกระดาษทิชชู่เช็ดหน้าพร้อมบริการอีกด้วย

การจัดแสดงวัตถุเริ่มแรกนอกจากเป็นของส่วนตัวของคุณโอลิงกาและคุณดราเซน ยังเป็นของคนใกล้ตัว ญาติและคนรู้จัก จากจุดนั้นจนถึงปัจจุบันมีผู้บริจาคของเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์ในโครเอเชียร่วม 5,000 ชิ้น สำหรับในประเทศไทยเริ่มมีผู้บริจาคของเข้ามาแต่ยังไม่มาก แนวคิดของการรับบริจาคคือต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริจาคไม่ต้องการแล้ว ในการบริจาคสามารถกรอกแบบฟอร์มในเว็บไซต์ หรือนำของมามอบให้ที่พิพิธภัณฑ์ถาวรหรือนิทรรศการเคลื่อนที่ พร้อมเขียนคำอธิบายความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ไปต่อ ทั้งนี้คำพรรณนาเหล่านี้จะสั้นหรือยาวนั้นขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้บริจาค และข้อมูลเกี่ยวกับของเหล่านี้ทางพิพิธภัณฑ์จะไม่สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ถือเป็นสิทธิของผู้บริจาค มีบ้างครั้งผู้บริจาคให้เป็นของสด เช่น ดอกไม้ ขนมคัพเค้ก วัตถุจัดแสดงจะเปลี่ยนทุกปีหรือปีครึ่ง แนวทางการจัดแสดงที่เมืองไทยช่วงแรกเป็นการจัดแสดงด้วยวัตถุจากยุโรป คาดว่าเมื่อมีของบริจาคจากคนไทยมากขึ้น จะนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป

สำหรับการจัดการวัตถุพิพิธภัณฑ์ปัจจุบันมีห้องคลังขนาดเล็กสามารถเก็บรักษาของที่ได้รับบริจาค มีภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่สามารถปกป้องวัตถุในเบื้องต้น ระยะยาวอาจมีการวางแผนจัดการห้องคลังให้มีความเหมาะสมเป็นลำดับถัดไป

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์ เช่น การจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ นอกจากนี้จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบว่านิทรรศการนี้อาจจะยังไม่เหมาะกับเด็กเล็กเนื่องจากไม่มี Touch And Fill หลายครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้สึกของผู้ชมในบางครั้งถือเป็นการสนับสนุนทางด้านจิตใจ บางคนระหว่างดูเกิดความรู้สึกร่วมจะหาที่พักอารมณ์ หรือออกจากพิพิธภัณฑ์เพื่อไปที่อื่นก่อนกลับมาชมต่อ ด้วยการจัดแสดงในลักษณะ Object Base ทำให้ผู้ชมต้องให้ความสนใจที่ตัววัตถุและป้ายคำอธิบาย ส่งผลให้คำอธิบายความสัมพันธ์เหล่านั้นกระทบความรู้สึกผู้ชม ซึ่งผู้ชมเองมีความแตกต่างกันด้วยวัฒนธรรมและพื้นความรู้ รวมถึงวัตถุจัดแสดงก็มีความแตกต่าง เจ้าหน้าที่แสดงความคิดเห็นว่า วัตถุที่มาจากแต่ละทวีปก็บ่งบอกลักษณะของคนแต่ละวัฒนธรรมเช่นกัน อาทิ วัตถุที่มาจากฝั่งยุโรปสะท้อนนิสัยด้วยคำบรรยายที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึก ส่วนวัตถุที่มาจากฝั่งเอเชียเรื่องราวจะไม่ค่อยแสดงออกด้วยพละกำลัง อาจเพราะถูกกดทับ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชีย จีน และคนกรุงเทพ ผู้ชมท้องถิ่นยังคงไม่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่ที่มาคือนักศึกษาคณะจิตวิทยา คณะมานุษยวิทยา มีบ้างที่คนมองเข้ามาแล้วคิดว่าเป็นลัทธิ ศาสนาเพราะเป็นห้องสีขาวมีขวานมาจัดแสดง และด้วยฝั่งตรงข้ามเป็นวัด ทำให้คนที่มาบางคนถามว่าที่พิพิธภัณฑ์มีกิจกรรมมรณานุสติในนี้ไหม พิพิธภัณฑ์มีให้บริการไกด์บุกเป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี จีน และญี่ปุ่น

ชื่อผู้แต่ง:
-