พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ


ชื่อเรียกอื่น:
-
ที่อยู่:
โรงเรียนปริยัติธรรมวัดสร้อยทอง 1319 ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์:
0-2581-5801 0-2585-5101
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
วันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 10:00 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม:
ไม่เสียค่าเข้าชม
เว็บไซต์ / FB:
อีเมล:
-
ปีที่ก่อตั้ง:
ของเด่น:
-

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

คู่มือท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เ...

ชื่อผู้แต่ง: กองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร | ปีที่พิมพ์: มปป.

ที่มา: กรุงเทพฯ:กองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ

"ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต

เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร

มิตรจิตขอให้มิตรใจจร

ใจสมรขอให้ซื่อ เหมือนชื่อบาง"

นิราศภูเขาทอง โดย พระสุนทรโวหาร (ภู่) อ่านกวีของท่านสุนทรโวหารแล้วทำให้ผู้เขียนอารมณ์ดี เกิดภาพของชายหนุ่มที่กำลังออดอ้อนขอความรักจากหญิงสาว คนบางซื่อคงจะซื่อเหมือนชื่อบางจริงๆ

เขตบางซื่อ เป็นอีกเขตหนึ่งที่มีคู่รักไปขอจดทะเบียนสมรสไม่แพ้เขตบางรัก ซึ่งคงอยากให้คนรัก และความรักของตนมีความซื่อตรงเหมือนชื่อบางดั่งกวีของท่านสุนทรโวหาร

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ ตั้งอยู่ในบริเวณของ วัดสร้อยทอง ซึ่งเป็นพระอารามหลวง ดังนั้นก่อนที่จะขึ้นไปชมพิพิธภัณฑ์ ไปกราบพระหลวงพ่อเหลือกันก่อน เพื่อชีวิตจะได้เหลือกินเหลือใช้

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่บนชั้น 2 ของอาคารโรงเรียนปริยัติธรรม ต้องสังเกตป้ายบอกทางดีๆเพราะจะเผลอเดินผ่านไป เนื่องจากป้ายบอกทางขึ้นไปชมพิพิธภัณฑ์นั้นเล็กมาก เมื่อขึ้นไปก็พบกับคุณปวีณ์พร ม่วงทิม, คุณวไลลักษณ์ ไตรพัฒน์ อาสาสมัครผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รอต้อนรับเราอยู่ คุณปวีณ์พร ได้พานำชมพิพิธภัณฑ์และบอกเล่าเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2548 และจัดแสดงทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน ในส่วนแรก จะบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติของเขตบางซื่อ แทบไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อนบางซื่อจะเป็นพื้นที่ชานเมืองที่ห่างไกลความเจริญ มีแต่ท้องทุ่งนามาแต่เดิม 

ในส่วนที่ 2 จัดแสดงเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่น คือ โรงเผาอิฐสะพานพระราม 6 ซึ่งสะพานพระราม 6 แห่งนี้ เป็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแห่งแรก “สะพานพระราม 6” ซึ่งเป็นสะพานรถไฟ และสะพานรถยนต์ แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อซ่อมแซมแล้วเสร็จ รัชการที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานพระราม 6 เพื่อสามารถใช้สัญจรได้อีกครั้ง แต่ในปัจจุบันใช้เป็นเส้นทางเดินรถไฟเพียงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ ยังมีชุมทางรถไฟชื่อ “ชุมทางบางซื่อ” สถานีรถไฟสายสำคัญที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และในอนาคต สถานีรถไฟหลักจะย้ายจากหัวลำโพงมาที่สถานีรถไฟบางซื่อนี่อีกด้วย 

บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ที่ตั้งอยู่ในเขตบางซื่อจนเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเขตไปแล้ว รวมทั้ง บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์สิงห์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย

ส่วนถัดไปจัดแสดงเกี่ยวกับภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของชุมชน คุณปวีณ์พร บอกกับเราว่า เพียงแค่คุณมาที่เขตบางซื่อ คุณก็สามารถไหว้พระครบ 9 วัดแล้ว เพราะที่เขตบางซื่อมีวัดศักดิ์สิทธิ์ถึง 9 วัดด้วยกัน มีภาพคลองเปรมประชากร ถนนพิบูลสงคราม นอกจากนี้ยังได้รวบรวมภาพเกี่ยวกับอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ของเขตมาจัดแสดงไว้ให้ชม เช่น การทำกระดาษข่อยแบบโบราณ การทำหัวโขนที่ชุมชนสะพานไม้ศิลปะ อุตสาหกรรมเครื่องเรือนไม้ ที่ซอยประชานฤมิตร แหล่งรวมเครื่องไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จนได้รับขนานนามว่า “ถนนสายไม้”

ส่วนต่อไปคือ บุคคลที่มีชื่อเสียงในแขนงต่างๆ เช่น ชาย เมืองสิงห์ นักร้องเจ้าของบทเพลงอมตะ ครูสาคร ยังเขียวสด หรือ โจ หลุยส์ หุ่นละครเล็กที่สร้างชื่อเสียงเป็นอันมาก ครูสำรวย เปรมใจ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย โดยเฉพาะอังกะลุง ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีภาพมัลติมีเดียให้ชมเกี่ยวกับการผลิต และการเล่นอังกะลุงให้เราได้ชมอีกด้วย คุณปวีณ์พรบอกว่า เด็กๆ ที่เข้ามาชมจะชอบ และสนุกกับอังกะลุงที่ทางพิพิธภัณฑ์จัดแสดงไว้เป็นพิเศษ ถึงแม้จะมีป้ายบอกว่าห้ามเล่นก็ตาม

ส่วนสุดท้ายคือ ของดี และแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์ทัศนศิลป์บ้านช่างไทย ที่ได้รวบรวมงานศิลปะต่างๆ มาจัดแสดง ซึ่งสามารถชมได้ที่สภาวัฒนธรรมเขตบางซื่อ, สำนักดาบสหชัยแสงช่วง สอนวิชากระบี่กระบอง โดยครูพุก ผู้ริเริ่มจัดตั้งสำนักแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 ซึ่งคุณปวีณ์พรบอกเล่าให้เราฟังว่า มีคุณป้าท่านหนึ่ง อายุ 70 กว่าปีแล้ว ยังรับสอนวิชากระบี่กระบองให้กับลูกศิษย์อยู่ ท่านคงจะแข็งแรงมากๆ บ้านเปรมใจ โดยครูสำรวยที่เปิดสอนดนตรีไทยแก่ผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

เรื่อง/ภาพ : ณัฐพัชร์ ทองคำ

สำรวจ : 30 เมษายน 2551

หมายเหตุ

วัดสร้อยทอง ตั้งอยู่ใกล้สะพานพระราม 6 สร้างมาตั้งแต่พ.ศ. 2394 ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีหลวงพ่อเหลือเป็นพระพุทธรูปสำคัญ เล่ากันว่าหลวงพ่อเหลือเป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยสำริดซึ่งเหลือมาจากการหล่อพระประธานเมื่อ พ.ศ. 2445 เหตุที่ชาวบ้านในย่านนี้ให้ความเคารพเลื่อมใส ด้วยว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณนี้อยู่ใกล้สะพานพระราม 6 อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ จึงพลอยถูกระเบิดเสียหายไปด้วย แต่เป็นที่น่าแปลกที่หลวงพ่อเหลือมิได้รับอันตรายแต่อย่างใด ผู้คนจึงเลื่อมใสศรัทธาและนิยมทำบุญถวายสังฆทานเป็นจำนวนมาก (สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติย่านบางซื่อ ได้จากหนังสือย่านเก่าในกรุงเทพฯ เล่ม 2 เขียนโดยปราณี กล่ำส้ม)

ชื่อผู้แต่ง:
-