ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ไทย


ที่อยู่:
สำนักทรัพย์สินอันมีค่าของแผ่นดิน กรมธนารักษ์ ภายในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์:
0-2226-0251-9,0-226-0254-5
โทรสาร:
-
วันและเวลาทำการ:
เปิดทุกวัน (ยกเว้นในวันที่มีงานพระราชพิธี) 8.30-15.30 น. กรุณาแต่งกายสุภาพ
ค่าเข้าชม:
ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท
เว็บไซต์ / FB:
http://emuseum.treasury.go.th/th/home/
อีเมล:
bnt@treasury.go.th
ปีที่ก่อตั้ง:
2519
ของเด่น:
-
จัดการโดย:
หน่วยงานราชการ
เนื้อหา:
เงินตรา / การเงินธนาคาร,อื่น ๆ
สถานะ:
เปิดดำเนินการ

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

โดย: -

วันที่: 12 มีนาคม 2555

ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล

สารสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน...

ชื่อผู้แต่ง: | ปีที่พิมพ์: ฉบับที่13 ประจำเดือนตุลาคม 2550-มีนาคม 2551

ที่มา: กรุงเทพฯ:สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

แหล่งค้นคว้า: ศมส.

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555

พิพิธภัณฑ์สมบัติ"ราชวงศ์จักรี" ทรัพย์สินมีค่าของแผ...

ชื่อผู้แต่ง: พนิดา สงวนเสรีวานิช | ปีที่พิมพ์: 11 สิงหาคม 2552

ที่มา: มติชน

แหล่งค้นคว้า:

โดย: ศมส.

วันที่: 13 มีนาคม 2555


ไม่มีข้อมูล

รีวิวของศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ไทย

ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ได้แก่ เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เงินตรา และเหรียญกษาปณ์ โดยจัดแสดง ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งกรมธนารักษ์มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ

คุณจริญญา บุญอมรวิทย์ ภัณฑารักษ์ 6. ได้ให้การต้อนรับ โดยมีคุณเบญจมาศ จันทมาศ พนักงานต้อนรับ เป็นผู้นำชมและบรรยาย คุณเบญจมาศได้บอกกับเราว่าพิพิธภัณฑ์ศาลาเครื่องราชฯ นี้เริ่มจัดแสดงเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยเริ่มจาก เหรียญกษาปณ์และเงินตราไทย มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงโต๊ะทรงลงพระปรมาภิไธย และสมุดทรงลงพระปรมาภิไธย ไว้ที่ชั้น 1 ให้เราได้ชมอีกด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 จัดแสดงเพิ่มเติม คือ จัดแสดงเครื่องราชอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และในปี พ.ศ. 2535 มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดแสดงใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์” ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ จัดแสดงทั้งหมด 2 ชั้น โดยชั้นแรก จะมีการจัดแสดงถึงประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนชั้นที่ 2 แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 12 ห้องด้วยกัน

ภายในห้องจัดแสดงที่ 1 จะจัดแสดงเครื่องราชอิสริยยศหมวดเครื่องภูษณาภรณ์ เครื่องอุปโภค รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ ซึ่งสิ่งของที่พระราชทานจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของวัสดุ ลวดลาย ขึ้นอยู่กับ พระอิสริยศักดิ์ หรือตำแหน่งของบุคคลที่ได้รับพระราชทาน ให้ห้องนี้เราจะได้เห็นความงดงามของเสื้อครุยปฐมจุลจอมเกล้า ของรัชกาลที่ 5, เครื่องอุปโภคสำหรับฝ่ายหน้า, เครื่องอุปโภคสำหรับฝ่ายใน, เครื่องประกอบพระอิสริยยศ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัตดามาตุ, พระธำมรงค์ทองคำ และศีรษะเข็มขัดทองคำประดับเพชร และสายเข็มขัดทองคำถัก 

ส่วนห้องจัดแสดงที่ 2 จัดแสดงเครื่องราชอิสริยยศหมวดเครื่องสิริมงคล ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้บุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญในการบริหารบ้านเมือง และผู้รับผิดชอบในการเป็นผู้บังคับบัญชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็น เครื่องเตือนใจให้ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและสุขุมรอบคอบทรงไว้ ซึ่งความยุติธรรม เช่น ประคำทองคำพร้อมดิ่ง, ตะกรุดทองคำลงประดับเพชร เป็นต้น

ห้องจัดแสดงที่ 3 เป็นห้องจัดแสดงเครื่องราชอิสริยยศหมวดเครื่องศาสตราวุธ สำหรับพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางที่มีตำแหน่งสำคัญฝ่ายหน้า เช่น พระแสงกระบี่นาคสามเศียร พระแสงดาบญี่ปุ่นพระแสงดาบอย่างเทศ เป็นต้น รวมทั้งภาพอิสริยยศหมวดยานพาหนะเป็นเครื่องพาหนะสำหรับสัญจรทางบก และทางน้ำ ได้แก่ เสลี่ยง แคร่ เรือกัญญา เป็นต้น ภาพเครื่องสูงที่เป็นเครื่องแห่ที่ใช้ในกระบวน เช่น พระกลด สัปทน เป็นต้น

ห้องจัดแสดงที่ 4 เป็นห้องจัดแสดงดาราตราประจำตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ ดาราไอราพต ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างดาราไอราพตสำหรับเป็นเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ และดาราช้างเผือกสำหรับพระราชทานข้าราชการและชาวต่างประเทศในพระราชอาณาจักร ผู้มีความชอบ อันเป็นต้นเค้าของเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกใน ปัจจุบัน, ดาราช้างเผือกแบบต่างๆ ที่สร้างในสมัยราชการที่ 4 ดาราตรามหาสุริยมณฑล, ดาราตราคชสีห์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 และดาราตราราชสีห์ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ สร้างสำหรับตำแหน่งสมุหกลาโหม, ดาราตราพระยมทรงสิงห์ ซึ่งเป็นดาราตราตำแหน่งของเสนาบดีกรมพระนครบาล

ห้องจัดแสดงที่ 5 จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชพิธีโสกันต์ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจัดแสดงด้วยข้อมูลคำบรรยายประกอบภาพ รวมทั้งจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินที่ใช้ในพระราชพิธี เช่น พระเกี้ยวทองคำประดับเพชร และพระเกี้ยวทองคำลายสลัก และพระจุฑามณี หรือ ปิ่นปักมวยพระเกศาก่อนทำพิธีโสกันต์

ส่วนห้องพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เราจะได้เห็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินอันมีค่าของแผ่นดินที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เช่น พระชฎากลีบ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ทำด้วยทองคำลงยาประดับเพชร งดงามมาก, จั่นหมากทองคำ จั่นมะพร้าวทองคำ, ดอกจำปาทองคำ และดอกจำปาเงิน, ดอกพิกุล และแผ่นทองคำเขียนรูปราชสีห์ ซึ่งราชสีห์เป็นสัตว์ที่มีพลังอำนาจเหนือสัตว์ทั้งปวง และด้วยมีความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ คือ สมมุติเทพมีพระราชอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ในวันพระบรมราชาภิเษกแผ่นทองคำนี้จะปูลาดบนพระที่นั่งภัทรบิฐ เพื่อให้พราหมณ์พระราชครูทำพิธีทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชกุธภัณฑ์ พระราชสมบัติ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศอื่นๆ

ภายในห้องจัดแสดงที่ 6 เราจะได้พบกับความงดงามของเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทั้ง 3 ฤดู ซึ่งทางกรมธนารักษ์จัดสร้างขึ้นทูลเกล้าฯถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกใน พ.ศ.2539 แทนเครื่องทรงแก้วชุดเดิมซึ่งสร้างขึ้นเมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ห้องจัดแสดงที่ 7 จัดแสดงเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ หรือ เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ อันเป็นเครื่องหมายของความเป็นพระมหากษัตริย์ โดยพราหมณ์จะเป็นผู้ถวายแด่องค์พระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบไปด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ, พระแสงขรรค์ชัยศรี, ธารพระกร, วาลวิชนี พระแส้ และฉลองพระบาทเชิงงอน

ห้องจัดแสดงที่ 8 จัดแสดงต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศเยอรมัน ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส

ห้องจัดแสดงที่ 9 จัดแสดงภาพเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ซึ่งประกอบ ด้วย พระมาลาเส้าสูง คนโทพร้อมพานรองทองคำลงยาพระสุพรรณศรีทองคำลงยา หีบพระศรีทองคำลงยาประดับเพชร หลังหีบเป็นตราพระเกี้ยวบนพานแว่นฟ้า มีฉัตรห้าชั้นประกอบทั้งสองด้าน พร้อมตลับสำหรับใส่เครื่องประดับในการเสวยหมวก และพานรองทองคำลงยาลายสลัก

ห้องจัดแสดงที่ 10 จัดแสดงเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และเคยโปรดเกล้าฯ พระราชทานประกอบพระอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7

ห้องจัดแสดงที่ 11 จัดแสดงเครื่องประกอบพระอิสริยยศพระองค์เจ้าในพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ โดยจัดแสดงเนื้อหา เรื่องราว เครื่องประกอบพระอิสริยยศที่ใช้ในพระราชพิธีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 - ปัจจุบัน พร้อมทั้งมีการฉายภาพยนตร์วีดีทัศน์งานพระราชพิธีสมโภชเดือนและ ขึ้นพระอู่ เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น

ห้องจัดแสดงสุดท้ายบนชั้นที่ 2 จัดแสดงวิวัฒนาการเงินตราไทยตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนัน ทวาราวดี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ (ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 - รัชกาลปัจจุบัน)

เมื่อเดินลงมาอีกด้านของชั้น 1 จะพบกับนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งในขณะนี้จัดแสดงเกี่ยวกับประราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก และเหรียญที่ระลึกในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสต่างๆ อีกด้วย

เรื่อง/ภาพ : ณัฐพัชร์ ทองคำ

สำรวจ : 5 สิงหาคม 2551

ชื่อผู้แต่ง:
-

ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

ดิฉันได้รับทราบจาก ดร.นริศ ชัยสูตร อธิบดี กรมธนารักษ์ ว่าประเทศไทยมีทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินจัดแสดงอยู่ ณ “ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์” ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ท่านที่ไปเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว อาจจะเคยเห็นป้ายเชิญชวนเข้าชมพิพิธภัณฑ์เงินตราและเหรียญกษาปณ์ไทย ซึ่งอยู่ถัดจากซุ้มขายบัตรสำหรับชาวต่างประเทศ และประตูทางเข้า
ชื่อผู้แต่ง:
-

พิพิธภัณฑ์สมบัติ"ราชวงศ์จักรี" ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

ในบรรดาพิพิธภัณฑ์เมืองไทย มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่ไม่เพียงแต่น่าสนใจในเรื่องมูลค่าและความอลังการยิ่งใหญ่ แต่ยังน่าสนใจในเรื่องราวความเป็นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็น "ชาติไทย" พิพิธภัณฑ์ที่ว่านี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง...ภายในกำแพงพระบรมมหาราชวัง ว่ากันว่าคนในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์เมื่อได้มาเห็นต่างชมกันเปาะว่า "ระดับเวิร์ลด์คลาส"
ชื่อผู้แต่ง:
-

ชื่อผู้แต่ง:
-

ชื่อผู้แต่ง:
-