Total : 62 pages , Total amount : 1,962 Records , Total amount : 2 Resources.
Advance Search
คำสวดกรรมวาจาจารย์ หรือคำบอกอนุศาสน์ คือ คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่ให้ปฏิบัติตาม คำว่า บอกอนุศาสน์ ใช้ในความหมายเฉพาะ หมายถึง พระอุปัชฌาย์หรือพระเถระที่พระอุปัชฌาย์มอบหมาย บอกคำสั่งสอนหรือคำชี้แจงให้พระภิกษุที่บวชใหม่ทราบทันที ในตอนท้ายของพิธีอุปสมบท อนุศาสน์ มี 8 ข้อ แบ่งเป็นข้อที่ภิกษุควรประพฤติปฏิบัติ มี 4 ข้อ คือ ออกบิณฑบาต นุ่งห่มผ้าบังสุกุล อยู่โคนต้นไม้ และฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า. ส่วนที่พระภิกษุต้องไม่ประพฤติปฏิบัติ มี 4 ข้อ คือ เสพเมถุน ลักของผู้อื่น ฆ่าสัตว์ และพูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ทั้ง 8 ข้อนี้เรียกว่า อนุศาสน์ ทะเบียนของหอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ คือ (23) สบ. 23.1.4/38 นายทองอ่อน สิทธิไกรพงษ์ได้มอบให้หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติเก็บรักษา ข้อมูลอ้างอิง บอกอนุศาสน์ (10 พฤศจิกายน 2554) จากเว็บไซต์ http://legacy.orst.go.th/?knowledges=บอกอนุศาสน์-๑๐-พฤศจิกายน
ใบลานสั้น ฉบับลานดิบ หมายเหตุ 1) กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTHN-420510-017 2) กลุ่มงานอนุรักษ์เอกสารโบราณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขึ้นทะเบียนแล้ว วันที่ 15 ก.พ. 2561
บทกลอนคำสอนสำหรับสามเณรในการปฏิบัติตน และการปรนนิบัติพระผู้ใหญ่
สมุดไทยบันทึกพระสูตร คิริมานันทสูตร พระสูตรเพื่อการวิปัสสนาโดยพิจารณาสัญญาต่าง ๆ สิบประการเพื่อให้เข้าใจความจริง
ปีเมืองไส้ เดือน 3 ขึ้น 7 ฅ่ำ วัน 4 คันธวงส์ภิกขุ ปฏิบัติสาธุเจ้าไชยเสนา
เริ่มด้วยบทไหว้ครู จากนั้นกล่าวถึงโคลงกระทู้ 4 และโคลงกระทู้ 8 เรื่องการสั่งสอน เช่น การประพฤติตามจารีต ทำความดี ละเว้นความชั่ว กตัญญูรู้คุณคน อย่าหูเบา ต้องมีจิตใจหนักแน่น เป็นต้น แทรกด้วยเรื่องโหราศาสตร์เช่น การปลูกเรือน การดูเสา การดูฤกษ์ยาม และตำรายาสำหรับรักษาโรคต่างๆ
หน้าต้น เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “โคลงฟ้าลั่นกลอง (ทำนายพิรุณศาสตร์แบบอีสาน)”
ส่วนปลายเนื้อหาที่เป็นลายมือเดียวกับส่วนต้น 3 หน้า นอกนั้นเป็นหน้าที่เขียนด้วยดินสอและหมึก และมีการลบข้อความด้วยการสีป้ายหมึกดำทำให้อ่านไม่ได้ และอักษรลบเลือน 40 หน้า
สักราชได้ 1281 ตัว ปีกัดเม็ด เดือน 2 ขึ้น 9 ฅ่ำ วัดผัส เณรสีวิชัย
พระอธิการยี่ อินฺทวิชโย สันเข้าแฅบกลาง ต.ห้วยซาย เขียนให้พระครูแก้ว (ครูบาวัดน้ำชำ) พ.ส.2502 จส.1321 เดือนเกียงเหนือ ขึ้น 2 ฅ่ำ วันอาทิตย์ 10 นาฬิกาก่อนเที่ยง
แล้วนาหลี่ 6 คำ กางในเช้า ตัวผู้ข้ายี่แสงได้แต้มเอาธัมม์ คันว่าตกไม้ลงตัวค็ขอสมมา อย่าหื้อเปนบาป ค็ขอเปนผละอานิสงส์ค้ำตนตัวชาตนี้ชาติหน้าข้าแลบุญเหิย นิจํ ธุวํ ธุวํ แล ฯ
หน้าต้น จารเป็นอักษรไทย ระบุ “หนังสีอจักกัณวุตติปาปะสูตรว่าเรื่องรักษาศีล” ลานแรก หัวลาน ระบุ “จักกัณ[วุ]ตติปาปสูต ผูกโทน” ท้ายลาน ระบุ “กริยาอันกล่าวยัง จกฺกณวุตฺติปาปสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแแล ฯฯ๛ บริบูรณ์แล้ว ı3ı จุลศักราชได้ ๑๒๖๑ ปีกุน เอกศก เดือน ๖ เหนือ เดือน ๔ ใต้ วันจันทร์แล”, “ผู้ข้าได้สร้างหนังสือจักกณวุตติปาปสูตร นี้ไว้ในศาสนาพระโคตมเจ้า ผู้ข้าขอกุศลส่วนบุญอันเกิดด้วยอันข้าได้สร้างเขียนธรรม จุ่งผู้ข้าชื่อหนานวัฒนะ บิตตามาดาญาติกากับลูกเมียข้า หื้อได้เถิง ๓ ประการ มีนิพพานเป็นยอดแด่ นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ นิจฺจํ ธุวํ ๆ” เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “สร้างพ.ศ. ๒๔๔๒ ปีกุน สมัย ร.๕”
จันทคาดเป็นวรรณกรรมชาดกที่ได้รับความนิยมเพราะเป็นเรื่องแพร่หลายอยู่ในทุกภาคของประเทศไทยประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากวิทยานิพนธ์ ระดับมหาบัณฑิตเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่องจันทฆาต ฉบับภาคกลาง ฉบับล้านนา ฉบับภาคอีสาน และฉบับภาคใต้” ซึ่งเป็นการนำเรื่อง จันทฆาต ทั้งสี่ภาค สี่สำนวนมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งแต่ละภาคต่างมีลักษณะเฉพาะในความเป็นท้องถิ่นของตัวเอง
จันทคาดเป็นวรรณกรรมชาดกที่ได้รับความนิยมเพราะเป็นเรื่องแพร่หลายอยู่ในทุกภาคของประเทศไทยประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากวิทยานิพนธ์ ระดับมหาบัณฑิตเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่องจันทฆาต ฉบับภาคกลาง ฉบับล้านนา ฉบับภาคอีสาน และฉบับภาคใต้” ซึ่งเป็นการนำเรื่อง จันทฆาต ทั้งสี่ภาค สี่สำนวนมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งแต่ละภาคต่างมีลักษณะเฉพาะในความเป็นท้องถิ่นของตัวเอง หน้าต้นเขียนไว้ว่า “ณ วัน 6 แรม 1 ค่ำ เดือน 1 ปีระกา หนเบญจศก หน้าปลายเขียนไว้ว่า คุณแดงมีสัทาอุษาหะทรางนังสือใวยพระสาศนา”
ใบลานฉบับลานดิบ หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTHN-420510-006
ใบลานฉบับลานดิบ มีข้อความระบุผู้สร้าง "พระขนานกร" หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTHN-420510-001
ทะเบียนเดิม คือ 68 ตำราหมอดู อักษรมอญเป็นตำราหมอดู อักษรไทยเป็นวรรณคดีเรื่องจันทโครพ
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” RBR_198-199 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “จันทคาดผูก ๒” ลานแรก ด้านซ้ายมือ ระบุ “จันทฆาต ผูกถ้วน ๒” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันกล่าวแก้ไขยังนางพรหมจารีบ่นั่งแท่นแก้วก็แล้วเท่านี้ก่อนแลท่านเหย || บริบูรณ์เสด็จแล้ววัน ๑ เดือน ๘ แรม ๑๐ ค่ำ ปีชวด โทศก ร้อยสิบ ๙ แล้วข้าก็ยังมีศรัทธาพร้อมกับด้วยปิตตามาดาพี่น้องญาติกาวงศาชู่ผู้ชู่คน ขอหื้อสุข ๓ ประการ มีนิพพานเป็นยอด ข้าขอเอาอายุใบลานเป็นที่เพิ่งแด่เทอะ รัสสภิกขุธรรมสอน เขียนปางเมื่อ(อยู่-เขียนด้วยดินสอดำ)วัดนาหนองแล หนังสือเจ้าจันทฆาต มี ๔ ผูกกับกันแล” และหน้าทับปลาย(เศษลานทำมาใช้เป็นหน้าทับ) ระบุ “แต่ไกลดังอั้นเจ้าก็หนีเข้าไปสู่ป่าหาการตนหั้นแล คันว่านางมารอดเรือนแล้วดังอั้นย่าบริสุทธิ์ก็จิ่งกล่าวเซิ่งนางผ้าขาวว่า ตาต ดูรา เจ้าลูกรักแก่แม่ อันว่า ชายผู้มาจอดเรือนรานี้” และ เขียนอักษรไทยและอักษรธรรมล้านนาด้วยดินสอดำ “ภิขุธรรมะเสนาอยู่วัดนาหนองฯ”, “ธมฺมเสนาฯ” และ “กล่าวจันทฆาต ผูกสอง ก็แล้วเท่านี้ก่อนแล”(ตัวเอียง-อักษรธรรมล้านนา)
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” RBR_195-197 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น ระบุ “จันทฆาต ผูกถ้วน ๒ แล” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันกล่าวแก้ไขยังนางพรหมจารีบ่นั่งแท่นแก้วก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ※ บริบูรณ์เสด็จแล้วปีชวด ขึ้น ๗ ค่ำ วัน ๕ บ่าย ๓ โมง แล ๚ ยังมีศรัทธาอาวชายธอง ก็พร้อมกับด้วยภริยาผู้ชื่อว่า นางธิดา กับลูกเต้าพี่น้องชู่ผู้ชู่คนแล เจ้ายังอุบายหาได้ยังโปตฏกํยังใบลานมาหื้อตนตัวผู้ข้าชื่อว่า รัสสภิกขุธรรมสอนแล ผู้สร้างกับผู้เขียน ข้าขอหื้อได้บุญเท่ากันแด่เทอะ เขียนบ่ดีสักน้อย รางตัวก็เท่านิ้วก้อย รางตัวก็เท่าแม่มือ พี่ทุองค์ใดก็ดี พี่พระองค์ใดก็ดี หรือครหัสถ์แลนักบวชได้เล่าได้เรียนได้อ่าน อดส่าห์ผ่อหื้อถี่ถี่ คันว่าผ่อบ่ถี่ ก็บ่รู้แล เพราะว่าตัวบ่ดี เจ็บแอวเต็มที นั่งเขียนบ่ได้ นั่งเขียนพร่อง นอนเขียนพร่องแล หน้าทับเค้า เจ้าจันทฆาต ผูกถ้วน ๒ หน้าทับปลาย จันทฆาต มีกับกัน ๔ ผูก ทั้งมวลแล ทุอาวเหย กา ก้า กล้า ขา ข้า ขล้า มา ม้า มล้า อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ก ข ค ฅ ง จ ส ช ซ ญ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ต ถ ท ธ น ป ผ พ ภ ม ย ล ร ว สฺส ห ฬ อํ อฺย ป ฝ ฟ หฺม หฺน หฺย หฺว หฺง หฺล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๒๐๒ ๑๐๗ ๕๐๐๐ ๓๐๐๐๐๐” (อักษรตัวเอียงสะกดด้วยอักขรวิธีพิเศษ)
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” RBR_195-197 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากลูกลื่นสีแดง “จันทะคาดผูกที่ ๒” หน้ารองหน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาสีน้ำเงิน “จันทคาดผูก ๓” และเขียนอักษรธรรมล้านนาด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “จันทฆาตผูกถ้วน ๓” ด้านหลังเขียนอักษรไทยด้วยดินสอดำ “ผูก ๒” ลานแรกด้านซ้ายมือ ระบุ “จันทฆาต ผูกถ้วน ๓” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันกล่าวยังจันทฆาต ผูกถ้วน ๓ ก็เสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ๚ ๛ บริบูรณ์เสด็จแล้วแลนายเหย ๚ ปีชวด โทศก ตกอยู่ในคิมหันต์ฤดู เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๗ ยามบ่ายแลนายเหย || ยังมีศรัทธาอาวชายธองกับทั้งภรรยา ชื่อว่า นางธิดา ก็พร้อมกันกับลูกเต้าชายหญิง ขอหื้อ[เ]พิ่น ได้สุข ๓ ประการมีนิพพานเป็นยอดแด่เทอะ || ตนตัวผู้สร้างอยู่บ้านดอนกอก ก็ว่าหื้อท่าน หร เขียนบ่แพ้ ก็เอาแภแห้วมาหื้อคุณสุวัณระซรX เขียนปางเมื่ออยู่วัดหนองนาหนองมองทองแก้วกว้าง ตนผู้บ้านกอกดอนมีนามกร ชื่อว่า ธอง แดงดา เหย ๑ ผู้ข้าน้อยหน้อยเป็นผู้เขียน ข้าขอสุข ๓ ประการผญาปัญญาเสลียวสลาดเสมอกันแด่เทอะ อกข้าตายเป็นดีอาย เจ้าของพื้นแท้หนอน้อยนอนายน้องเหย รางตัวเท่าช้าง รางตัวเท่าแมว แอวก็เจ็บ ที่ตกก็ตก ที่ผิดก็ผิด ทุพี่พระพี่ก็ดี ได้เล่าได้เรียนตกที่ใด นิมนต์ใส่หื้อจิ่มเนอ อย่าไปด้าข้อยเนอ โหตุเม นิจฺจํ ธุวํ ธุวํ แก่ข้าเทอะ เป็นดีอายพื้นแท้หนอ เป็นดังไก่เขี่ยหญ้า ปูหน้อยยาดคันนา อย่าบ่เขียนก็เขียน ทุคือ โห่ บ่ได้เป็นดี ใคร่ไห้แท้เด อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ แด่เทอะนาย” มีรอยแก้ไขด้วยดินสอดำและปากกาเมจิกสีน้ำเงิน
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๔๐ จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” หน้าทับต้น ระบุ “๏ต้นจันทฆาต ผูก ๔ แลนายเอย”, เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “จันทคาต ผูก ๔” และเขียนอักษรไทยด้วยดินสอดำ “จันทคาด” ลานแรก ด้านซ้ายมือ ระบุ “จันทฆาต ผูกปลาย ถ้วน ๔” ท้ายลาน ระบุ “จันทฆาตกํ นิฏฺฐิตํ กิริยาอัน[กล่าว/แก้ไข/เทศนา]ยังจันทฆาตชาดก ผูกถ้วน ๔ ก็บังคมสมเร็จเสด็จแล้ว บอระมวลควรกาลเท่านี้ก่อนแล /// เสด็จแล้ว จันทร์ แลนายเอย รัสสภิกขุเภด(เพชร) เขียนไว้ค้ำชูพระศาสนา เขียนแล้วยามเมื่อฉันจังหัน ข้าสร้างหนังสือกับ ข้าขอส่วนบุญไปรอดไปเถิงพ่อแม่พี่น้องเขาคุคนแด่เทอะ ข้าเกิดมาชาติหน้า ขอหื้อได้สุข ๓ ประการ นิพพานเป็นยอดแลนายเอย // ข้าเขียนบ่งามสักหน้อย ใจบ่ดีเพราะนางมัทรีอยานิผากข้างเพราะรักมันเต็มทีแลนาย // ใจบ่ดีเพราะได้หันตัวแม่เพราแพรมันใคร่สิกข์เต็มทีแลนายเหย เขียนบ่ดีสักหน้อย ลางตัวเท่าแมวลางตัวเท่าช้าง๛ ”
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” ลานที่สอง ด้านซ้ายมือ เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีดำ “จันทฆาตจันทฆาต” ท้ายลาน ระบุ “จนฺทฆาฏกํ นิฏฺฐิตํ กิริยาอันกล่าวยังจันทฆาตชาดก ผูกถ้วน ๔ ผูกถ้วน ๕ ก็บังคมสมเร็จเสด็จเท่า[นี้]ก่อนแล บอระมวลวรกาล ธรรมเทศนาเท่านี้ก่อนแล้วแล” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาลูกลื่นสีแดงและดินสอดำ
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” RBR_195-197 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีแดง “จันทคาดผูกที่ ๑” หน้าหลังเขียนอักษรธรรมล้านนาด้วยดินสอดำ “ผูกต้น” / ลานแรก ด้านซ้ายมือ ระบุ “จันทฆาต ผูกต้น มีกับกัน ๔ ผูก แลเจ้า” ท้ายลาน ระบุ “มังคละวิวาห กิริยาอันกล่าวจาเถิงยังจันทฆาต ผูกต้น ก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ※ ข้าเขียนหนังสือผูกนี้บ่ดีบ่งาม ใหม่แลท่านเจ้าองค์ใดได้เล่าได้เรียนได้เทศนา นิมนต์ผ่อหื้อถี่ถี่ คันผ่อบ่ถี่ก็บ่รู้จักตัวแล เหมือนไก่เขี่ยหัวมองนั้นแลเจ้าเหย ขออย่าไปด่าข้าแด่เทอะ บริบูรณ์เสด็จแล้วปีชวด เดือน ๗ ออก ๔ ค่ำ วัน ๖ ยามแล้งงัวความต้อมตีนบ้านแลเจ้าเหยนายเหย ตนตัวข้าขอสุข ๓ มีนิพพานเป็นยอดแด่เทอะ ขอหื้อสติผญาปัญญาเหลี้ยมแซวเสลียวสลาดอาจชู่บทแท้ดีหลีแล” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาสีน้ำเงิน
RBR_003_195-201 รวมกันอยู่ใน “เลขที่40 จันทคาต ผูก 1-4 อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ไม่มีไม้ประกับ 7 ผูก” RBR_198-199 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น “จันทคาตผูกที่ ๔ ผูกปลาย มีกับกัน ๔ ผูก” ด้านหลังหน้าทับต้น เขียนคำอาราธนาศีลอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “ปานา อะทินนากรรม มุสา สุรา อิมานิ ปันจะ สิกขา ปทานิ สีเรนะ สุคคะติง ยันติ สีเรนะ โพคะสัมปทา สีเลนนิพุตึ ยันติ ตสัมา ลีลํ วิโสธะเย” ลานแรกด้านซ้ายมือ ระบุ “จันทฆาต ผูก ๔ ทั้งมวลมี ๔ ผูกแลเจ้าเหย” ท้ายลาน ระบุ “จันทฆาตกํ นิฏฺฐิตํ กิริยาอันกล่าวยังอันกล่าวยังจันทฆาตชาดก ผูกถ้วน ๔ ก็บังคมสมเร็จเสด็จแล้วบอระมวลควรกาล ธรรมเทศนาเท่านี้ก่อนแล ฯฯ๛ บริบูรณ์แล้วยามเพลแล้วพอดีแลเจ้าเหย || เดือน ๘ ศีลแล ปีชวดแล ๛ ยังมีศรัทธาทุพี่หลวงกับปิตตามารดาพี่น้องชู่ผู้ชู่คน ก็หาโปฏกํยังใบลานมาหื้อตนตัวผู้ข้าชื่อว่า รัสสภิกขุธรรมสอน บวชอยู่วัดหนองนา หาตัวแม่บ่ได้ หาทางใดก็บ่มีแลเจ้าเหย นายเหย ๛ ทุพี่หลวง[เ]พิ่นก็ยังมีผู้ดีปูนตีตูนแท้แล ผู้สร้างกับผู้เขียนขอหื้อได้บุญถึงกันแด่เทอะ||” หน้าทับปลาย เขียนอักษรไทยด้วยดินสอดำ “กล่าวจันทฆาต ผูกสี่ ก็แล้วเท่านี้ก่อนแล” และเขียนอักษรธรรมล้านนาด้วยดินสอดำ “พระภิกษุได้ พระภิกษุได้เทศน์ที ๑ แล้วXXXXX” / เขียนอักษรธรรมล้านนาด้วยดินสอดำ “ผูก ๔” และปากกาน้ำเงิน “ผูก ๔” มีรอยแก้ไขด้วยปากาสีน้ำเงิน
(ไม้ประกับ) จุฬสักราชได้ 1302 ตัว ปีกดสี พระเชยยเสนาได้ส้างธัมม์จันทฆา มี 7 ผูก ปางได้ส้างหอไตรปิฏกะปีนั้นแล ได้หื้อทานเดือน 6 พุทธสักราช 2484 ปางเมื่อได้เป็นเจ้าอธิการ อายุได้ 69 ปี ภัณสาได้ 49 เขียนไว้กับวัดน้ำชำ ฯ
(1) สระเด็จแล้วยามช้ายน้อยแล จุฬสักราชได้ 1273 ตัว ปีร้วงไค้ เดือน 12 ลง 10 ฅ่ำ เมงพร่ำว่าได้วันอาทิตต์แล เชยฺยเสนาภิกฺขุ ลิกฺขิตฺต อตฺตโน นิจฺจํ ธุวํ ธุวํ ฯ (2) จุฬสักราชได้ 1273 ตัว ปีร้วงไค้ เดือน 12 ลง 13 ฅ่ำ เมงพร่ำวันพุธ ยามตูดช้ายน้อย เป็นที่ปริปุณณะแล้วแล ฯ (3) ธัมม์วัดน้ำชำ ธัมม์จันทพราหมณ์ ผูก 3 เชยยเสนาภิกขุ อารามธิปติ วัดน้ำชำ ฯ
(1) สระเด็จแล้วยามแตรขึ้นสู่เที่ยงวัน ชะดาดีกินเข้าทอน สายมโนวอนก็จักเอาเข้าทอนเมือส่งท่งแล ฯ จุฬสนักกราชะได้ 1319 ตัว ภอสอ ๒๕๐๐ ตัว ปลีเมืองเร้า เดือน ๓ ลง 13 ฅ่ำ เมืองพร่ำว่าได้วัน 6 ไทยเมืองเหม้า รืกกฏ์ได้ 17 ตัวนี้แบ ฯ สมณสัทธาสวาธุเจ้าธอน วัดน้ำชำ ก็ได้เอาธัมม์จันทะฟองสมุทท์นี้มาขอหื้อข้าภะเจ้าหนานดวงตา สุยราช เขียนหื้อว่าอั้นแล ข้าภะเจ้าก็บ่ช่างละคำขอของธ่านแล แล้วก็ได้เขียนหื้อแท้แล เขียนได้ก็ทึงยากเตมธี เพราะว่าย่ามันตัวก็ทึงบ่ถูกไปนัก จำเปนได้ลัดเอาพอแรงแลท่านเหย (2) สระเด็จแล้วเมื่อฅืน เวลาเม้าบ่าวแอ่วหาสาวแถ่วริงรามแลนายเหย ฯ จุฬสักกราชะได้ “๑๓๑๙ (เลขไทย)” ตัว ภส “๒๕๐๐ (เลขไทย)” ตัว ปลีเมืองเร้า เดือน ๔ ขึ้น 3 ฅ่ำ พร่ำว่าได้เมงวันอังคาร ไทยร้วงเม็ด รืกฏ์ฺได้ 21 ตัวแล ปถมมุลลสัทธาหมายมี--------- บ้านน้ำชำ ก็ได้ส้างยังธัมม์จันทะฟองสมุทท์ ผูก ๒ นี้ มาถวายเปนทานไว้ค้ำชูโชฏกะวรพุทธสาสนาของพระตถาคตะเจ้า ตราบต่อเท้า ๕๐๐๐ พระวัสสาแล ฯ อิมินา ธมฺม สาสเนน อิมสฺมึ พุทฺธสาสเน นิพฺพานํ ปาปุยิมฺหิ อนุเวมา อุปฺปสคฺคา สเจ นิพฺพานํ นธิคเสยฺยํ ปญฺญาวสมึ วิสารโท สงฺสาเรนฺโต ปิสํ สาเร กุเร อุตฺตมเก อหํ ยทา อริยเมตฺเตยฺโย พุทฺโธ โหติ อนาคเต ปญฺญาว อิทฺธิสมฺปนฺโน ปาคโต อิว จนฺทิมา ธาเรยฺย ปิฏกตเย สาสนิยานิเกติ ฯ ดั่งนี้ ขออย่าได้คาดได้คลาแท้ดีหลีเทอะ ฯ หนานตา สุยราช เขียนที่สำนักบ้านม่วงเขียว หมู่ ๔ ต ป ร ว ด ฯ (3) สระเด็จแล้วยามเพิ่นกินเข้าแลง พ่อสีขาวซอนแดงก็ดีไปตีเข้าแลเจ้าเหย ฯ จุฬสักกราชะได้ 1319 ตัว ปลีเมืองเร้า เข้ามาในเดือน ๔ ขึ้น 8 ฅ่ำ พร่ำว่าได้เมงวันอาทิตย์ ไทยรวายไจ้ รืกฏ์ได้ 26 ตัวแล ฯ สมณสัทธาธ่านพระอินธอร วัดน้ำชำ ก็ได้ส้างยังธัมม์จันทะฟองสมุทท์กับนี้ มี ๓ ผูก กับกันแล เพื่อส้างไว้ค้ำพุทธสาสนาพระตถาคตะเจ้าคือว่าวัดน้ำชำแก้วกว้าง เปนที่ท่านอยู่ส้างยังโพธิสมพาร ขอเปนผลญาณอันยิ่งใหย่ ไว้ไต่ข้ามน้ำแม่สาครก่อนแล ฯ หนานตา สุยราช ป ม ข ย เขียนแล ฯ ตัวไม่โสภติเธ่าใด ค่อยเล่าไปเทอะ ฯ
จันทมณีอะลองมดส้มกับนี้ สัทธาผู้ข้าชื่อว่าอุหนานยี่บุญ ภริยาชื่อว่านางแข่ บ้านยางควง เปนเค้า ลูกเต้้าทังมวล ส้างถวายทานเมื่อปี 1364 ตัว วันที่ 18-3-2003 เปนวันหยาดน้ำหมายทานกับวัดยางควงข้าแด่บุญเหิย
เนื้อหาของเรื่องจินดามณีนั้นเป็นแบบการเรียนการสอนพื้นฐานด้านอักขรวิทยา และการประพันธ์บทร้อยกรองประเภทต่างๆ พื้นฐานด้านอักขรวิทยา เช่น อักษรศัพท์ ว่าด้วยคำศัพท์ที่มักเขียนผิด ความหมายของศัพท์ที่ยืมมาจากภาษาบาลี-สันสกฤต และเขมร ตัวอย่างคำที่ใช้ ส, ศ, ษ ตัวอย่างคำที่ใช้ไม้ม้วน ไม้มลาย เป็นต้น ด้านบทประพันธ์ร้อยกรอง ได้อธิบายโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนประเภทต่างๆ รวมทั้งยกตัวอย่างฉันทลักษณ์นั้นๆ ประกอบด้วย
ฉลากระบุว่า “บาลีอักษรพม่า คำแปลและภาษาไทใหญ่” สภาพของเอกสาร ห่อพลาสติกใส หน้าปกและขอบทาสีแดง ขาดส่วนหน้าต้นไป รหัสเอกสารเดิม อักษรพม่า 37 ที่มาเอกสาร ดร.อนาโตล เป็ลติเยร์มอบให้
สระเด็จแล้วยามแตรขึ้นสู่เที่ยงแล จักบิดเบี่ยงกินทอน นามกรข้าชื่อว่าอินทปัญญาภิกขุ ลิกขิตฺตะเขียนทังปลายแล ฯ จุฬสักกราชได้ 1289 ตัว ปลีเมืองเหม้า เข้ามาในเดือน ๓ ขึ้น 11 ฅ่ำ พร่ำว่าได้วัน 7 ไทยเต่าสัน รืิกฏ์ได้ 27 ตัวแล ฯ กุสลส่วนบุญข้าได้เขียนธัมม์นี้ขอหื้อมีประหญาปัญญาดีวิดว่อง ยามเมื่อเทียวแห่งห้องโลกา ขอหื้อมีจักขุหูตาดีเสมอดั่งแก้ว หื้อเปนที่แล้วแห่งฅวามเจโตปันนิธาแท้ดีหลี ข้าใจคลี่กว้างยินดี ปิบติมีบังเกิด ข้าได้เขียนธัมม์ดัวงประเสิฏชื่อว่าจุนทะเลิดโกสถา ขอหื้อข้ามีวิตซาปันญาอันแรบแด่เทอะ ฯ ขอหื้อมัคคผละหน้าบุญอันนี้ค้ำชูตนตัวแห่งข้า ฅลูบาอาจานตนสอนคองปฏิบัตแห่งผู้ข้าแลพ่อแม่พี่น้องชู่ฅนๆ แด่เทอะ ฯ (หน้าทับ) หน้ารับธัมม์จุนทสุกกริกกสูตต์ ธัมม์วัดน้ำชำแก้วกว้างแดนแต่ท้างพิงไช ตัวก็ไม่ดี พิจจรณาไปเทอะภะนายทุนาย ฯ “อินทปัญญาภิกฺขุ ลิกฺขิตฺต” (อักษรธรรมล้านนาใส่ลวดลาย) “ขอท่านผู้วิญูพิจรณาทรงไว้โดยยุกติเทอญ ตัวผมก็ไม่งามด้วย” “ของอินต๊ะปัญาเป็นผู้เขียนทั้งายแลย” (อักษรไทย) อินทปัญญาภิกขุเขียน