เอกสารโบราณในประเทศไทย

Manuscripts of Thailand

Total : 61 pages , Total amount : 1,937 Records , Total amount : 2 Resources.

มโหสถ
วัดน้ำจำ ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มโหสถ
CMRU-CM-06-0001มโหสถ
ชาดก

(1) จุฬสักกราชะได้ 1273 ตัว ปลีล้วงไคล้ เดือน 11 ลง 11 ฅ่ำ พร่ำเมงวันอาทิตย์ เชยยเสนาภิกขุ ลิกขิตฺต ปริปุณฺณ สมตฺตา แล้วแล ฯ “ธรรมมโหสดและ ธรรมวัดน้ำชำ รตนะโกสินทรศก รศ ๑๓๐ ข้าพระไชยเสนา เขียนไว้ยค้ำชูศาสนาแล (อักษรไทย)” (2) สระเด็จแล้วยามแตรเที่ยงข้าแลนายเอย ตัวบ่งามสักหน้อย เหตุบ่เคยซนานแล ตนตัวข้าชื่อว่าพรหมปัญญาสามเณร เขียนเมื่อสกราชได้ 1273 ตัว ปลีล้วงไคล้ เข้ามาในเดือน 11 แรม ๘ ฅ่ำ พร่ำว่าเมงวัน 5 ไทยกัดเม็ด ข้าแล ข้าขอหน้าบุญค้ำชูตนตัวแห่งข้าแลพ่อแม่พี่น้องชู่ฅนเทอะ ปางเมื่อปฏิบัติธุเจ้าเชยยเสนา (3) พรหมปัญญาสามเณรเฝิกใหม่ เขียนเมื่อจุฬสักกราชได้ 1273 ตัว ปลีล้วงไคล้ เดือน 12 ออก 4 ฅ่ำ พร่ำว่าได้เมงวัน 1 ไทยเปิกสีข้าแล ขอทุเจ้าภะนายตนใดได้เล่าค่อยพิจจณาไปเทอะ เหตุข้าบ่เคยซนานหลาย ทุเจ้าภะนายเหย ตัวหน้อยก็หน้อยเท่าตาไก่ ใหย่ก็ใหย่เท่าตาแมว แซวก็แซวเหมือนหมากพิดเทาะ เลาะก็เลาะเหมือนไม้บ่ถาก ขาดก็ขาดหวาง ๓ นิ้วแล ฯ ด้วยเตชผละหน้าบุญอันข้าได้ขีดแต้มหน่อดวงธัมม์ ขอหื้อนาบุญนำตนตัวแห่งข้าพ่อพี่น้องชู่ฅนแด่เทอะบุญเหยบุญ จุ่งมาค้ำชูตนตัวแห่งข้าอันเปนกำพร้าพร่องเทอะ ปางเมื่อคุรุอุปปัฏฐากมหาสวาธุเจ้าเชยยเสนาวัดน้ำชำวันนั้นแล ฯ () แล้วจุฬสักกราชได้ 1273 ตัว ปลีล้วงไค้ เข้ามาในเดือน 12 ออก ๒ ฅ่ำ พร่ำว่าได้เมงวัน 6 ไทกัดไค้ ข้าแลนายเอย สามเณรเขียนปางเมื่อปฏิบัติครูบาเชยขยเสนาวัดน้ำชำแก้วกว้างแช่ช้างดอนซายแม่ร้างช่างหม้ายช่างมากลาย สาวช่างมาใกล้ แลนายที่ไหว้ข้าเหย ค่อยพิจจรณาไปพร่องเทอะแลนายเหย ฯ ด้วยเตชะหน้าบุญอันข้าเขียนชื่อว่ามโหสถ ขอหื้อเปนอุปนิไสประจัยค้ำชูตนข้า ตัวข้าเปนเคล้า ครูบาอาจารย์แลพ่อแม่พี่น้องชู่ผู้ชู่ฅนแลบุญเหย ข้าขอหื้อได้เถิงนิพพานสิ่งเดียว คันไป่ได้นิพพานเทื่อ ยังสังสารวัฏฏะท่วนเทียวไปมาในวัฏฏะสงสารดั่งอั้น ขอหื้อข้ามีประหญาอันเร่งเรียวสับเสียวว่องไว ขอตัวข้าได้เกิดร่วมวันทัดยามพระอริยเมตเตยยะอันจักเกิดมาเปนพระพายหน้าแก่ข้า อย่าได้คลาดได้คลาแท้แด่ ฯ สามเณรเฝิกใหม่ ตัวบ่สู่งาม ใหย่ก็ใหย่ หน้อยก็หน้อยเท่าตาไก่ ตัวใหย่เท่าตาฅวาย ปุนดีอายพี่ทุพี่ภะแลนายเหยเจ้าเอย ฯ “สามมเณรชื่ว่าไชยลังกา (อักษรไทย)” (3) สระเด็จแล้วยามตาวันแลงข้าแล จุฬสักกราชะได้ 1373 ตัว ปลีล้วงไคล้ เข้ามาในเดือน 11 แรม 6 ฅ่ำ พร่ำว่าได้วัน ๔ ไทย เมืองไส้ข้าแล ฯ นิพฺพาน ปจฺจโย โหนฺตุ โน นิจฺจํ นิจฺจํ ธุวํ ธุวํ จิ่งแล ฯ ข้าขอเอาสุข ๓ ประการ มีนิพพานเปนยอดแด่เทอะ ฯ ลิกฺขิตฺต ชื่อว่าสิริสามเณร เฝิกใหม่แล ขออย่าได้ด่าข้าเช่นเทอะ ฯ ยาจามิ ก็ขอพี่ทุพี่ภะค่อยพิจจรตณาไปเทอะ ฯ ข้าเขียนปลางเมื่ออยู่ปฏิบัติครูบาเจ้าเชยยเสนา วัดน้ำชำแก้วกว้าง ที่ปล่าพ้าวป่าตาลแวดล้อมตอ ฮาฮาฮิ้ว ฯ (6) สระเด็จแล้วยามกองแลงข้าแล จุรสักกราชะได้ 1373 ตัว ปลีล้วงไคล้ เดืนน 12 ออก 3 ฅ่ำ พร่ำเมงวัน 7 ไทยเปิกสี ข้าแลนา ตัวข้าน้อยชื่อว่าสามเณรเพิ่นใส่ส้อยชื่อว่าภะดวงขาวแลนา ข้าขอหื้อบุญค้ำชูตนตัวแห่งผู้ข้า พ่อแลแม่พี่น้องชู่ผู้ชู่ฅน ขอหื้อได้สุข ๓ ประการ มีนิพพานเปนยอดแด่เทอะ ฯ ข้าได้เขียนธัมม์ผูกนี้ขอหื้อมีประหญาว่องไวเสลียวสลาดรู้เยื่องคลองธัมม์ ขอเหมือนดั่งคำมักคำปราถนาชู่เยื่องชู่อันเทอะ ฯ สุทินฺนํ วต เม ทานํ ปรมํ สุขํ ธุวํ ธุวํ แด่เทอะ ฯ ตัวบ่งามสักหน้อย ค่อยพิจจรณาไปเทอะ (7) หน้ารับธัมม์มโหสถะผูกถ้วน 7 ข้าแลนายเอย ฯ “น่ารัพธรรมโหสถผูกด้วนเจ็ดเนอ (อักษรไทย)” ด้วยเตชผละนาบุญอันข้าได้ขีดแต้มหน่อดวงธัมม์เจ้ามโหสถะผูกถ้วน 7 นี้ ขอหื้อกุสละส่วนบุญค้ำชูตนตัวแห่งข้าแลพ่อแม่พี่น้องชู่ตนชู่ฅนแด่เทอะ ข้าปราถนาเอาสุข ๓ ประการ ขอหื้อสมคำปฏิญาณแห่งข้า ทังชาตินี้แลชาติหน้า ขอหื้อได้เทียบทันพระเจ้าฟ้าตนชื่ออริยเมตเตยยะตนจักเกิดมาเปนพระภายหน้าแด่เทอะ ฯ สุทินฺนํ วต เม ทานํ นิพฺพานํ ปรมํ สุกฺขํ พุทฺธสนฺติเก อนาคเต กาเล นิจฺจํ ธุวํ ธุวํ แด่เทอะ ฯ เขียนปางเมื่อปฏิบัติธุเจ้าเชยยเสนา วัดน้ำชำวันนั้นแล ฯ ตัวบ่เสมอกัน เขียนเมื่อฅืนเมื่อวันสูนกัน เหมือนหางอึ่ง ธี่ชักหางสั้นก็สั้นเท่าหางงัว ยาวก็ยาวเท่าหางคะตายแล ฯ “พระพิมสารเขียนไว้ก้ำจูพุฒสาสนาห้าปันพระวษาแล (อักษรไทย)” (8) สระเด็จแล้วเวลาบิดเบี่ยงกินทอนแลนายเอย ข้าภะเจ้าทุสรีบุญเรืองเขียนไว้ค้ำชูสาสนาพระโคตมะเจ้าตราบต่อเท้าเสี้ยง 5000 พระวัสสาก่อนแล ฯ จุฬสักกราชะได้ 1273 ตัว ปลีล้วงไคล้ เข้ามาในเดือน12 ขึ้น 5 ฅ่ำ พร่ำว่าเมงวัน 5 ไทย ก็ปริปุณณสมัตตัง แล้วแลนายที่ไหว้เหย ตัวข้าบ่พอดี ที่ใหย่ที่หน้อยก็บ่เสมอกันแล พี่ทุพี่ภะตนใดเทสนาก๋พอขอพิจจรณาจิ่มเทอะ ฯ หน้ารับธัมม์มโหสถ ผูกถ้วน ๘ มีอยู่ ๑๕ ใบแลนายเอย ฯ “หน้ารับธรรม์มเหาสถผูกถ้วร ๘ มีอยู่ ๑5 ใลแลนายเหิย (อักษรไทย)”

มโหสถ ผูก 1
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 1
RBR003-290มโหสถ ผูก 1
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “๚ หนังสือมโหสถ ผูกหนึ่งแล มีสิบผูกกับกันแลนายเหย อย่าไปหื้อพรากเสียกันเนอ ฯฯ๛ หน้าทับเค้า มโหสถ ผูกต้น ตัวบ่มนสักน้อย ค่อยพิจารณาดูเทอะ ที่ผิดก็มี ที่ถูกก็มี บ่ดีไหนหลาย อย่าไปเสียใจเนอ เจ้าใบลานชู่คนเหย ๚ ๚ ๚ ๚ ๚ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐” / เขียนอักษรไทย ด้วยดินสอ “๑” และปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะโหสด ผูก ๑” ท้ายลาน ระบุ “ปริจเฉทธรรมเทศนามโหสถบัณฑิตอันเป็นปฐมผูกต้น อันพิจารณาถ้อยคำโจรลักงัวเป็นเค้า ตราบต่อเท่าเถิงโตรลักเมีย ก็สมเร็จเสด็จบรมวลเท่านี้ก่อนแล ๚ ๚ รัสสภิกขุธอง เขียนปางเมื่อพื้น (เพิ่น-เพื่อน?) อยู่วัดหนองบักดอแล เสด็จแล้วเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ พร่ำว่าเป็นวันเสาร์แล ๚ ข้าเขียนหนังสือมโหสถผูกนี้ ข้าขอกุศลนาบุญแผ่ผายไปรอดไปถึงปิตตามารดาข้าจิ่มเทอะ ครูบาอาจารย์กับทั้งเจ้าใบลานพื้น (เพิ่น-เพื่อน?) ชู่ผู้ชู่คนเทอะ ขอหื้อได้เหมือนกันชู่คนแด่เนอ อย่าไปด่าข้าเนอ ลางเทื่อก็ตามืด ลางเทื่อก็ตาดำ ลางเทื่อก็เจ็บหลัง ลางเทื่อก็เจ็บแอว เ[เ]สนเทื่อก็นั่ง เ[เ]สนเทื่อก็นอน เดิกออนซอนมาจะดาปุนอี้ ฟ้าปันหมอนเท่ามืดมัวฟันมาเป็นทุกบ้านเล่า ไกลกันยากแท้เด ปูนอี้ผีเหยผีสังบ่ตีแผ่นดินหื้อไหลหลิ่งค้อย หื้อบ้านค้อยไหลชูนายพร่องเด นายเจ้าแม่ผู้เดียวเหย ๚ ๛ ข้ าผู้เขียนนี้อย่า ปรารถนาเล่าเกิดมาชาติใดแสนใด(ฉันใด)ขอหื้อมีสติปัญญาสลาดอาจรู้ คู่เยื่องพันอันนั้นเนอ เพราะว่าลำบากเหลือห[ล]าย สายสุดใจแม่คันนาถ้วนสมกระบวนนายธานี ๚ ข้าเขียนบ่ดีสักน้อย พอเป็นถ้อยอยู่ ใบลานครูบาอาจารย์เหย อย่าไปด่าข้าเนอ จบแล้ว”

มโหสถ ผูก 10
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 10
RBR003-299มโหสถ ผูก 10
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ ๑๕ มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ๑๐ ผูก” บันทึก หน้าต้น ระบุ “ มโหสถ ผูกปลายแล :๛ถ้วนสิบแล :๛” / เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะโหสด ผูกที่ ๑๐” และเขียนอักษรธรรมล้านนา และตัวเลขไทย ด้วยดินสอ “ปาฺย ๑๐” ท้ายลาน ระบุ “มโหสถชาตกํ ปญฺจมํ นิฏฺฐิตํ ธมฺมเทสนา กริยาอันกล่าวแก้ไขยังมโหสถชาตก อันกดเข้ามาในชาติถ้วน ๕ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ๏ ฯ เสด็จแล้ว ปีชวด เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ วันพระหัส เมื่อตาวันบ่ายลงแล ข้าเขียนหัดใหม่ บ่เคย อย่าไปด่าข้าเนอ ข้อขอโมทนากับจิ่มส่วนบุญ ข้าขอสุข ๓ ประการ มีนิพพานแล้ว”

มโหสถ ผูก 2
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 2
RBR003-291มโหสถ ผูก 2
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “๚ มโหสถ ผูก ๒ แล มีสิบผูกกับกันเท่าอั้นแล คัมภีร์นี้ ฯฯะ๛ / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะโหสด ๒” ท้ายลาน ระบุ “เอกุสวีสติปญฺหา นิฏฺฐิตา ปัญหาทั้งหลายอันได้สิบ ๙ ıı อันเข้ามาในมโหสถชาตก ผูกถ้วน ๒ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ıı จบกัณฑ์แล เสด็จวันอังคาร มอกไถนาแลงแล เดือนยี่ ปีชวด ข้าหัดเขียนใหม่แล ข้าขอมีสุข ๓ ประการ มีนิพพานเป็นที่แล้ว ข้อขอหื้อมีสติปัญญาเหมือน ๑ เจ้ามโหสถ หื้อข้ามีคำอดเหมือน ๑ เจ้าเตเมย์ (เตมีย์) ขอหื้อข้ามีคำเทศนาธรรมเหมือน ๑ เจ้าวิธูรบัณฑิต ขอหื้อข้าได้รับเอาบุญเหมือน ๑ นางผุสดี ขอหื้อข้ามีฤทธีเหมือนพระยากัปปินราช ขอหื้อข้ามีอำนาจเหมือนพระยาอินทร์ พระยาพรหม ข้าไปทางใดขอหื้อได้กินอุดม อย่าไปหื้อข้าได้อดได้อยาก ข้าขอฝากตัวข้าไว้เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า พระอริยเมตไตรยเจ้ากู พระองค์นั้นเทอะ ได้เหมือนคำนึกนี้เทอะ ผู้เขียนก็หื้อได้ ผู้คึดก็หื้อได้ ผู้เจ้าเพิ่นไปซื้อใบลานมาก็หื้อได้ คันว่าผู้ใดเล่าก็เก็บไว้หื้อดีแล สร้างยากเต็มทีแล เจ้า เต๑ ı ช๒ ส๓ (ควรเป็น สุ) ı เน๔ ı ม ı ภู ช (ควรเป็น จ) ıı นา ıı วิ ıı เว ıı อันนี้ ๑๐ ชาติแล เต นั้น ชาติ ๑ ıı ช นั้น ๒ ชาติ ıı ส (ควรเป็น สุ) นั้น ๓ ชาติ ıı เน นั้น ๔ ชาติ ıı ม นั้น ๕ ชาติ ıı ภู นั้น ๖ ชาติ ıı ช (ควรเป็น จ) นั้น ๗ ชาติ ıı นา นั้น ๘ ชาติ ıı วิ นั้น ๙ ชาติ ıı เว นั้น ๑๐ ชาติ แล สาธุ สฺคเค กาเม จ รูเป คิริสิขรตเฎ จนฺตลิกฺเข วิมาเน ที[ฯ] ๓ จบ ๚” / “ปีชวด พระพุทธศักราชล่วงแล้ว สองพัน สี่ร้อย ๚ สี่สิบสาม พระวัสสา ท่านอุปัชฌาย์นิ่ม จุลสุมณะ สร้างไว้ในพระพุทธศาสนา หื้อถ้วนห้าพันวัสสา เพื่อหื้อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนไปตามสติปัญญาแห่งตน ขอหื้อผละผลค้ำชูผู้สร้างหนังสือเจ้ามโหสถนี้จิ่มเทอะ มโหสถ ผูกถ้วนห้ามีสิบผูกกับกันแล คัมภีร์นี้ ขออย่าหื้อพรากเสียกันแลนา นายที่ไหว้เหย ขอหื้อช่วยเอาใจใส่ดูแลแท้ ๆ เนอ ทุพี่ทุอาวเหย หื้อมีสติระลึกได้ อย่าไปประมาท”

มโหสถ ผูก 3
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 3
RBR003-292มโหสถ ผูก 3
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “ หนังสือมโหสถ ผูก ๓ แล ฯฯะ๛ / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มโหสด ผูก ๓”, “พุดดอ” และดินสอ “๓” ท้ายลาน ระบุ “วิสฺสตินปาโตสิริเมณฺฑปญฺโห นิฏฺฐิตํ กริยาอันกล่าวยังเมณฑปัญหา อันตกแต่งไว้ได้ซาว ๑ ก็สมเร็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯฯะ๛ เสด็จแล้วยามสัน (ฉัน) จังหันแล้วน้อย ๑ ปีสลู (ฉลู) เดือน ๘ แรม ๔ ค่ำ วันเสาร์ พุทธศักราชล่วงไปแล้วได้ ๒ พัน ๔ ร้อย ๔๐๔ Xสองพันสี่ร้อยสี่สิบสี่ พระวัสสา คิมหันตฤดู ปีนี้เป็นเดือน ๘ สองหน แล้วหนังสือพระมโหสถ ผูกถ้วน ๓ แล หนังสือวัดหนองบัว คัมภีร์นี้นี้มีกับกันสิบผูกเท่านั้นแล เขียน ๔ องค์กับกันช่วยกันแล รัสสภิกขุเสาร์เขียนกลางปลายนี้งามแท้ ๆ คำเดียวท่านทั้งหลายเหย ตกพร่อง ผิดพร่อง ใส่หื้อจิ่มเทอะเนอ ข้าเขียนไว้ค้ำชูพระศาสนาไปชั่วนี้ชั่วหน้า ขอหื้อข้าได้ ๓ ประการเทอะ เมื่อลุก เมื่อนอน เมื่อเทียว ไปมา ข้าขอได้สุข ๓ ประการมีนิพพานเป็นยอดเขาะขอดเสี้ยงสรรพะทุกอัน ขอหื้อข้าแก่เปรศนาปัญหาได้ชู่ไม้ชู่ตัวธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าม” (ลานไม่ครบ)

มโหสถ ผูก 4
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 4
RBR003-293มโหสถ ผูก 4
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “ฯฯ หนังสือเจ้ามโหสถ ผูก ๔ มีสิบผูกกับกันแล หนังสือวัดหลวงบัว คัมภีร์นี้แล ฯฯะ๛”, “ มโหสถ ผูก ๔ แล :๛” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มโหสด ผูก ๔” ท้ายลาน ระบุ “ภูริปญฺโห นิฏฺฐิโต กริยาอันกล่าวยังภูริปัญหา ก็สมเร็จแล้วเท่านี้ก่อนแล เสด็จแล้วแล สันงังหัน (ฉันจังหัน) แล้วแล มึดหนึ่งแล้วเมินน้อย ๑ ก็จบแล แล้ววันอังคาร เดือน ๑๐๒ คืนค่ำ ๑ ได้ชะใดเหมือนกัน ขอหื้อได้เหมือนกัน แด่เทอะ ข้าเขียนหนังสือเจ้ามโหสถผูกนี้ บ่ดีสักน้อยเหมือน ๑ ปูน้อยยาดคันนา อย่าไปใคร่หัวลายมือข้าเนอ กำลังเขียนใหม่ บ่เคยสักคำเทื่อ ข้าเขียนปางเมื่ออยูวัดน้อยแลนายเหย รัสสภิกขุเขต อยู่บ้านดอนปีน แลนายเหย จบ”, “๚ หนังสือเจ้ามโหสถ ผูกถ้วน ๔ มีสิบผูกกับกันแล คัมภีร์นี้หนังสือวัดหนองบัวแลนายเหย ฯฯ๛”

มโหสถ ผูก 6
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 6
RBR003-295มโหสถ ผูก 6
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “ มโหสถ ผูก ๖ แล ะ๛” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “สมบัดของวัดหนามพุงดอ”, “มะโหสด ผูก ๖” และดินสอ “๕” ท้ายลาน ระบุ “กริยาอันกล่าวยัง มโหสถชาตกํ ผูกถ้วน ๖ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯฯ ประดับประดาจบบริบูรณ์ พุทธศักราชล่วงไป ๒ พัน ปลาย ๔ ร้อย ๔ สิบ ๔ ปัจจุบันปีสลู (ฉลู) เอกศก ตกอยู่ในคิมหันต์ฤดู เดือนแปด ขึ้น ๕ ค่ำ วันเสาร์ เวลาบ่ายลงได้ดอกสักครึ่งโมง ๑ แล ๚ หมู่ศรัทธาเพิ่นพากันห่ายหอมเอาบาทใจกันได้แล้ว เพิ่นไปซื้อเอา ๚ ลานมาสร้างสิบชาติ ข้าเป็นผู้เขียน ข้าได้ชะใด ขอหื้อได้เหมือนกันนั้นเทอะ ๚ ส ๚ รัสสภิกขุน้อย บ้านให้เขียน เค้าม่วงเขียนแล (รัสสภิกขุน้อย บ้านเค้าม่วงให้เขียน) ข้าขอสุข ๓ ประการ มีนิพพานเป็นที่แล้วแก่ข้าแด่เทอะ ข้าขอกุศลนาบุญไปรอดไปเถิงปิตตามาดา ปู่ย่า ตายาย ครูบาอาจารย์ข้าจิ่มเทอะ ข้าเขียนบ่ดีสักน้อยบ่เป็นถ้อยอยู่ (ควรเป็น พอเป็นถ้อยอยู่) ใบลาน ที่ผิดก็ผิด ที่ถูกก็ถูก ผิดที่ใดใส่หื้อจิ่มเทอะ ๚ ข้าบ่ใคร่หูหลาย ๆ (รู้หลาย ๆ) แล ทุอาวองค์ใดเล่าดูดีดี”

มโหสถ ผูก 7
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 7
RBR003-296มโหสถ ผูก 7
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “ข้าเขียนปางเมื่ออยู่วัดหนองบักดอ รัสสภิกขุธรรมสุวรรณ ผิดที่ใด ใส่หื้อข้าจิ่มเทอะ ๚ หน้าทับเค้า มโหสถ ผูก ๗ แล ท่านผู้ใดเสาะหา พิจารณาดูเอาเทอะ”, “๚ หนังสือ มโหสถ ผูก ๗ มีสิบผูกกับกันแลนายเหย ฯฯะ” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “สมบัดของวัดหนามพุงดอ”, “มะโหสด ผูก ๖” และเขียนเลขโหรา อักษรธรรมล้านนา ด้วยดินสอ “๗” ท้ายลาน ระบุ “เทสนามโหสถชาตกํ มโหสถชาตก ผูกถ้วน ๗ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ๏ ฯ เสด็จแล้ววัน ๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ วัน ๑ บ่าย ๕ ชั้นขวางแล ปีชวดแล ฯ ข้อขอหื้อมีสติปัญญาเหมือน ๑ เจ้ามโหสถ หื้อข้ามีคำอดเหมือน ๑ เจ้าเตเมย์ (เตมีย์) ขอหื้อข้าเทศนาธรรมเหมือนเจ้าวิธูร ช่างรับเอาบุญเหมือนนางผุสดี หื้อข้ามีฤทธีเหมือนพระยากัปปินราช หื้อข้ามีอำนาจเหมือนพระยาอินทร์ พระยาพรหมแล ขอหื้อผู้เจ้าใบลานเพิ่นจิ่ม ขอหื้อผู้เพิ่นคึดสร้างก่อนนั้นจิ่ม หื้อผู้เอามาเขียนนี้จิ่มข้านี้จิ่มเทอะ เจ้ามโหสถเหย ธุวํ ธุวํ แก่ข้าแด่เทอะ ผิดพร่อง ถูกพร่อง” หน้าปลาย ระบุ “หน้าทับเค้า มโหสถ มีอยู่ ๑๐ ผูกกับกันแล รัสสภิกขุจันทสุวรรณ อยู่บ้านใหม่เขียน ๓ ผูกกับกันแล ะ”

มโหสถ ผูก 8
วัดใหม่นครบาล มโหสถ ผูก 8
RBR003-297มโหสถ ผูก 8
ธรรมคดี

RBR_003_290-299 รวมอยู่ใน “เลขที่ 15 มหานิบาตทสชาติ (มโหสถ) อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 10 ผูก” หน้าต้น ระบุ “หน้าทับเค้า มโหสถ ผูก ๘ มี ๑๐ ผูกกับกันแลนายเหย” / เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มโหสด ผูก ๘” ท้ายลาน ระบุ “๚ มโหสถชาตกํ นิฏฺฐิตํ กริยาอันกล่าวยัง มโหสถ ผูกถ้วน ๘ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ๏ รัสสภิกขุทอง เขียนปางเมื่ออยู่วัดหนองบัว เสด็จแล้ว ปีชวด เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่ำ พร่ำว่าเป็นวันจันทร์แลนายเหย ๛ แล้วยามตะวันบ่าย หน้อย ๑ แล ตัวบ่ดีสักหน้อย พอเป็นถ้อยอยู่ใบลาน เจ้า [ตน/องค์] ใดได้อ่านได้เล่าก็ดี ที่ไหนบ่คับบ่คาย บ่ถูกบ่ถิ้มนั้นก็ว่าเอาเทอะ สาธุเจ้าคันธิยะได้ โปฏกํ ยังใบลาน ข้าขอกุศลนาบุญไปรอดไปถึงบิดามารดาเทอะ กับครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องข้า ชู่ผู้ชู่คนเทอะ กับเจ้าใบลานพื้น (เพิ่น-เพื่อน) คู่คนเทอะ ตัวข้าผู้เขียนจิ่ม ธุวํ ธุวํ จบแล้วแล นายเหย ะ”

มะลิซ้อน ผูกต้น
วัดใหม่นครบาล มะลิซ้อน ผูกต้น
RBR003-135มะลิซ้อน ผูกต้น
ธรรมคดี

มัดรวมกันอยู่ใน “เลขที่ 55 มะลิซ้อน อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ-ล่องชาด 5 ผูก” มีไม้บัญชักทำด้วยไม้ไผ่ เขียนอักษรไทยด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน มี 4 ผูก” หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน ผูก ๑” หน้าลานแรก ระบุ “หน้าทับเค้า มะลิซ้อน ผูกต้น” ท้ายลาน ระบุ “นันทกุมาร ผูกต้น ก็สมเร็จเสด็จแล้ว บอระมวลควรกาล ธรรมเทศนาก็แล้วเท่านี้ก่อน ๚ จบแล้ว นายเหย รัสสภิกขุ พุทธบาร เขียนปางเมื่ออยู่วัดนาหนองบวชได้วัสสา ๑ เขียนบ่อดีสักน้อย เพราะอยากใคร่สิกข์เต็มทีแล้วท่านเอย ฯฯ” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน

มะลิซ้อน ผูกต้น
วัดใหม่นครบาล มะลิซ้อน ผูกต้น
RBR003-137มะลิซ้อน ผูกต้น
ธรรมคดี

มัดรวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๕๕ มะลิซ้อน อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ๕ ผูก” มีไม้บัญชักทำด้วยไม้ไผ่ เขียนอักษรไทยด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน มี ๔ ผูก” หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน ผูกต้น” หน้าลานแรก ระบุ “มะลิซ้อน ผูกต้น หนังสือสเหนียรชา(ควรเป็น เสมียนชา)” ท้ายลาน ระบุ “นัทกุมาร ผูกต้น ก็สมเร็จเสด็จแล้วบอระมวลควรกาล ธรรมเทศนาก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ๚ เสด็จแล้ว เพลาละอ่อนเล่าหนังสือ” หน้าทับปลาย ระบุ “หน้าทับเค้ามะลิซ้อน ผูกต้นแล” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินและดินสอดำ

มะลิซ้อน ผูกปลาย(ผูก 2)
วัดใหม่นครบาล มะลิซ้อน ผูกปลาย(ผูก 2)
RBR003-136มะลิซ้อน ผูกปลาย(ผูก 2)
ธรรมคดี

มัดรวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๕๕ มะลิซ้อน อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ๕ ผูก” มีไม้บัญชักทำด้วยไม้ไผ่ เขียนอักษรไทยด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน มี ๔ ผูก” หน้าทับต้น เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน ผูกที่ ๒ มีกับกัน ๒ ผูก” หน้าลานแรก เขียนอักษรไทยด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “มะลิซ้อน ผูกปลาย” ท้ายลาน ระบุ “นนฺทเอกราชกุมารํ นิฏฺฐิตํ กล่าวยังธรรมเทศนานันทกุมาร ผูกปลาย นิฏฺฐิตํ ก็แล้วเท่านี้ก่อนแล ๛ จบแล้วนายเหย เขียนบ่ดีสักหน้อย เหมือนปูน้อยยาดคันนาแล ยังมีศรัทธาผู้ข้า ชื่อว่าพุทธบาร ปางเมื่อบวชอยู่วัดนาหนอง ได้วัสสา ๑ ก็พร้อมกับด้วยโยมแลพี่น้องชู่ผู้ชู่คนแด่เทอะ ขอหื้อเป็นนิสัยปัจจัยแด่เทอะ” ลานสุดท้าย จารอักษรธรรม “หันสักเทื่อ” และเขียนอักษรธรรมด้วยเมจิกสีน้ำเงินจางๆ “XXXXXหนังสือมะลิซ้อน” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน

มังคลทีปนี
วัดน้ำจำ ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มังคลทีปนี
CMRU-CM-06-A-027มังคลทีปนี
อรรภกถา ฎีกา และปกรณ์วิเสสต่างๆ

(1) (หน้าทับ) มังคลทีปปณี ผูกต้น ทังมวลมีลาน ๒๐๙ แล ฯ (2) (หน้าทับ) มังคลเทปปณี ผูก ๒ พระขระหนานจริยาหากเขียนยามเมื่ออยู่ท่ากองแก้ววันนั้นกี้แลนายเอย (5) มังคละผูกถ้วนห้า เจ้าขระหนานโฆสาโล ส้างเขียน ขอหื้อเปนอุตุประจัยแก่นิพพานแด่ ฯ (11) (หน้าทับ) มังคลเทปปณีผูกปลายแล ข้าเขียนไว้ค้ำชูโชตกะสาสนาพระโคตมะเจ้า ตราบต่อเท้าได้เถิงอมัตตมหานิพพาน เมื่อใดไปบ่ได้เถิงอมัตตมหานิพพานดั่งอั้น ขอหื้อข้าได้เปนพระอรหันตาเจ้าตน ๑ ขออย่าหื้อคลาดคลาเสียแห่งข้าเทอะ ข้าน้อยช่วยครูบานอาจารย์เจ้าเขียนแล ลายมือข้าก็บ่สู้งามนี้แล ฯ () ลายมือข้าน้อยบ่สู้งามหลายแล ใบลานพร่องม่วนพร่องบ่ม่วนแลพระนายเอย พออย่าใคร่หัวข้าน้อยพร่องเทิน ฯ ด้วยเตชะอันข้าได้เขียนธัมม์นี้ ข้าเกิดมาขอหื้อมีประหญาปัญญามากนักแด่เทิน ข้าน้อยเปนพุ่นผูกแต้มเขียน พระขระหนานสุมนา ได้ลานแล บุญนี้หื้อได้เสมอกันแล ฯ

มังคลัตถทีปนี ผูก 11
วัดใหม่นครบาล มังคลัตถทีปนี ผูก 11
RBR003-287มังคลัตถทีปนี ผูก 11
ธรรมคดี

RBR_003_277-289 รวมอยู่ใน “เลขที่ 157 มังคลัตถทีปนี อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับล่องชาด 13 ผูก” หน้าต้น ระบุ “๏ หน้าทับเค้า มังคลทีปนี ผูกถ้วนสิบ ๑ ปริปุณณา บ่าย ๓ โมงเย็น แล คล่องแล้ว” (ตัวเอียงไม่ลงหมึก) / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “ผูก ๑๑” ท้ายลาน ระบุ “โวหารธรรมเทศนามังคลทีปนี ผูกถ้วนสิบเอ็ด ก็สมเร็จเสด็จแล้ว เท่านี้ก่อนและ บริบูรณ์แล้ว ยามบ่าย ๓ โมงเย็น เจ้าข้า นิจฺจํ ธุวํ แก่ข้า พร่องแด่เทอะ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ นิพฺพานํ ดั่งนี้แท้และ หน้าปลาย ระบุ “ฯ หน้าทับปลาย มังคลทีปนี ผูกถ้วนสิบ ๑ และ คล่องแล้ว”