จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
  • images

คำอ่าน-แปล

จารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ

จารึก

จารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ

QR-code edit Share on Facebook print

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2550 13:59:58 ( อัพเดทเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 17:52:18 )

ชื่อจารึก

จารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

หลักที่ ๑๒ ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ, ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ พุทธศตวรรษที่ ๒๐

อักษรที่มีในจารึก

ขอมสุโขทัย

ศักราช

พุทธศักราช ๑๙๗๐

ภาษา

บาลี

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน ๑ ด้าน มี ๗ บรรทัด

วัตถุจารึก

หินชนวน

ลักษณะวัตถุ

แผ่นสี่เหลี่ยมสลักรอยพระยุคลบาท

ขนาดวัตถุ

ยาว ๓๖๐ ซม. กว้าง ๒๑๗ ซม. หนา ๒๐ ซม.

บัญชี/ทะเบียนวัตถุ

๑) กองหอสมุดแห่งชาติ กำหนดเป็น “สท. ๒๔”
๒) ในหนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ กำหนดเป็น “หลักที่ ๑๒ ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ”
๓) ในหนังสือ จารึกสมัยสุโขทัย กำหนดเป็น “ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ พุทธศตวรรษที่ ๒๐”

ปีที่พบจารึก

ไม่ปรากฏหลักฐาน

สถานที่พบ

วัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ผู้พบ

สันนิษฐานว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาศักดิพลเสพย์ ในรัชกาลที่ ๓ ทรงนำมาจากเมืองสุโขทัย

ปัจจุบันอยู่ที่

วัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (สำรวจเมื่อ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

พิมพ์เผยแพร่

๑) ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ ([กรุงเทพฯ] : สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๑๔๐-๑๔๓.
๒) จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๖), ๒๖๕-๒๖๘.

ประวัติ

รอยพระพุทธยุคลบาท คือรอยพระพุทธบาททั้งเบื้องขวาเบื้องซ้ายนี้ สลักอยู่ตรงกลางแผ่นหินใหญ่ ยาว ๓๖๐ ซม. กว้าง ๒๑๗ ซม. ด้านข้าง ๒๐ ซม. รอบๆ รอยพระพุทธบาทมีรอยสลักเป็นรูปพระมหาสาวก (อสีติมหาสาวก) และจารึกอักษรบอกพระนามพระมหาเถรกำกับไว้ด้วย จารึกอักษรดังกล่าวส่วนมากลบเลือน ที่ด้านข้างแผ่นหินข้างปลายรอยพระพุทธบาท มีคำจารึกภาษาบาลี อักษรขอมสุโขทัย ๗ บรรทัด หนังสือ ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ ได้กล่าวถึงศิลาจารึกหลักนี้ไว้ดังนี้ “รอยพระพุทธยุคลบาทนี้ ไม่ปรากฏว่าได้มาจากไหน (จากเมืองพิษณุโลก) ก่อนตกมาอยู่ในวังหน้า มีแต่คำเล่ากันต่อๆ มาว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ได้ทรงนำมาจากสุโขทัยจึงได้ประดิษฐานอยู่ในวังหน้า จนได้ย้ายไปวัดบวรนิเวศ คำจารึกหลักนี้ได้เคยมีนักปราชญ์ฝรั่งเศส ชื่อ ม. บาร์ถ แปลและพิมพ์ในหนังสือสยามอองเซียง”

เนื้อหาโดยสังเขป

“คำจารึกนั้นมีใจความว่า ครั้งแผ่นดินพระธรรมราชา (ที่ ๒) (น่าจะเป็นพระมหาธรรมราชาที่ ๓ ไสยลือไทย) พระวิทยาวงศ์มหาเถรได้นำแผ่นหินมายังเมืองสุโขทัย ครั้นมาในแผ่นดินพระธรรมราชาที่ ๔ พระสิริสุเมธังกรสังฆนายก ผู้เป็นศิษย์ของพระสิริสุเมธังกรสังฆราช ได้สลักรอยพระพุทธบาททั้งคู่ลงบนแผ่นหินนั้น ตามแบบรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสมันตกูฏ ในลังกาทวีป เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ พระพุทธศักราช ๑๙๗๐ ข้าพเจ้า (ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์) สงสัยว่า พระสิริสุเมธังกรสังฆนายก หรือพระสิริสุเมธังกรสังฆราชองค์ใดองค์หนึ่งจะเป็นองค์เดียวกันกับพระมหาเมธังกรเถร ซึ่งในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวไว้ว่า พระมหาเมธังกรนั้นเป็นชาวเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๑๙๖๖ ได้ไปถึงลังกาทวีปพร้อมด้วยภิกษุ ๓๒ องค์ และเวลากลับมาจากลังกาแล้ว ได้ตั้งคณะสิงหลภิกาขึ้นในเมืองไทยทั่วไป”

ผู้สร้าง

พระสิริสุเมธังกรสังฆนายก

การกำหนดอายุ

จารึกบรรทัดที่ ๒ มีข้อความบอกศักราช คือ “ศุกลปักษ์ จตุตถดิถี” ซึ่งตรงกับ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๑๙๖๙ แบบปัจจุบัน แต่สมัยสุโขทัยนับปีย่าง จึงเรียก พ.ศ. ๑๙๗๐

ข้อมูลอ้างอิง

เรียบเรียงข้อมูลโดย : วชรพร อังกูรชัชชัย และดอกรัก พยัคศรี, โครงการฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, ศมส., ๒๕๔๖, จาก :
๑) ยอร์ช เซเดส์, “หลักที่ ๑๒ ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ,” ใน ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ : เป็นจารึกกรุงสุโขทัยที่ได้พบก่อน พ.ศ. ๒๔๖๗ ([กรุงเทพฯ] : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑), ๑๔๐-๑๔๓.
๒) ยอร์ช เซเดส์, “ศิลาจารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ พุทธศตวรรษที่ ๒๐,” ใน จารึกสมัยสุโขทัย (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๖), ๒๖๕-๒๖๘.

ภาพประกอบ

ภาพสำเนาจารึกจาก : ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๑ ([กรุงเทพฯ] : สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๑)

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170