การพิจาราณาข้อขัดแย้ง

7 มี.ค.1961 ครูจันแวะมาเยี่ยมผู้ใหญ่บ้านที่บ้านเพื่อคุยธุระบางเรื่อง (?) ผู้ใหญ่บ้านพยายามเชื้อเชิญให้ครูจันกินข้าวและอาบน้ำที่บ้าน แต่ครูจันปฏิเสธ ผู้ใหญ่บ้านบ่นกับครูจันเรื่องที่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือคู่มือผู้ใหญ่บ้านเล่มใหม่ (?) และเงินเดือนที่น้อยมาก

สุกได้รับบาดเจ็บ (?)

7 มี.ค.1961 ใหม่ชมมาพบผู้ใหญ่บ้านแต่เช้าเพราะกังวลเรื่องของสุกที่ผู้ใหญ่บ้านจะส่งเรื่องต่อไปให้กำนัน (?) ต่อมา นางและบุญก็มาพบผู้ใหญ่บ้านและบอกว่าไม่มีเรื่องอะไร (?) แต่ต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อยเพื่อซื้อยา (เหตุการณ์ต่อเนื่องจากเอกสารหมายเลข MM-21-711?-ผู้แปล)

การหมิ่นประมาทและการขอขมา

6 มี.ค.1961 ผู้ใหญ่บ้านยอมรับเงินจำนวน 25 บาท และเหล้า 1 ขวดจากคำจัน เพื่อเป็นการขอขมาที่เขาได้หมิ่นประมาทผู้ใหญ่บ้าน เหล้าถูกเทใส่แก้วเพื่อให้ทุกคนในวงได้ดื่มร่วมกัน (ใช้แก้วใบเดียวดื่มร่วมกันรอบวง?-ผู้แปล)

สุกถูกทำร้าย

2 มี.ค.1961 สุกถูกตีทีหัวได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้เพราะในขณะนั้นชุลมุนมาก ภายหลังใหม่คำจันบอกกับสุกว่าใหม่แก้วเป็นคนทำร้ายสุก แต่ใหม่แก้วปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ดี ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสุกกับแสง สุกกล่าวหาว่าแสงเป็นคนที่ตีหัวเขาและตรงเข้าไปจะใช้ขวานเข้าทำร้ายแสง แต่แสงหลบหนีได้ทันและนำเรื่องไปแจ้งความกับตำรวจ 3 มี.ค.1961 ใหม่คำจันต่อว่าคณะกรรมการหมู่บ้านซึ่งทำให้ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจ ส่วนข้อพิพาทระหว่างสุกและแสงได้อินคำมาเป็นคนช่วยเจรจาให้ยอมความกัน

การจัดการกับทรัพย์สินของคำมี

10 มี.ค.1961 คำมีปรึกษากับจัน ใหม่จันทา บุญศรี และผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับการจัดกับทรัพย์สินของตน เขาต้องการจะขายที่ดินบางส่วนเพราะไม่มีคนคอยช่วยงาน แต่ผู้ใหญ่บ้านแนะนำว่าหากไม่มีคนช่วยงานก็ให้ปล่อยที่ดินทิ้งร้างไว้ก็ได้

เกวียนชนเด็ก

29 ต.ค.1960 ผู้ชาย 2 คนจากบ้านแวนขี่เกวียนชนเด็กบ้านแพดแล้วหลบหนีไป โดยมิได้ลงมาให้ความช่วยเหลือเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ ครูใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งและจะทำพิธีสู่ขวัญให้กับเด็ก ผู้ใหญ่บ้านส่งคนไปตามชายทั้ง 2 คนให้มารับผิดชอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ชายทั้ง 2 คนก็ไม่ใส่ใจที่จะมาขอโทษเด็ก ผู้ใหญ่บ้านจึงคิดที่จะรายงานเรื่องนี้ให้กำนันรับทราบ

หลักฐานในการจับกุมโจร

25 ส.ค. 1960 ผู้ใหญ่บ้านบ่นกับกำนันเรื่องที่ตำรวจยังไม่สามารถจับโจรขโมยหมูได้เสียที กำนันอธิบายว่า เพราะตำรวจไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจับกุม และพยานอาจเปลี่ยนคำให้การซึ่งจะทำให้ตำรวจเสียหน้าได้ ตำรวจจึงจำเป็นต้องรอให้มีหลักฐานในการจับกุมที่แน่นหนากว่านี้

การลักขโมยหมู

20 ส.ค.1960 โจรขโมยหมูไปจากบ้านของอ้ายทา ชาวบ้านต่างช่วยกันออกค้นหาโจร ภายหลังจากที่พวกโจรฆ่าหมูและแบ่งสรรปันส่วนแล้ว ชาวบ้านจึงรู้ว่าคำแววเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรขโมยหมู เพราะคำแววนำเนื้อหมูกลับมาบ้านในวันพระซึ่งไม่มีการฆ่าสัตว์ ชาวบ้านหลายคนไม่กล้าไปเป็นพยานเพราะกลัวจะถูกทำร้าย

คดีขโมยควาย

25 ส.ค. 1960 เสาไปประกันตัวแหวนในข้อหาขโมยควาย เขานำใบเสร็จจากการเสียภาษีที่ดินไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัว อย่างไรก็ดี ใบเสร็จนี้ไม่สามารถใช้ประกันตัวผู้ต้องหาได้ และตำรวจแสดงกิริยาที่ไม่สุภาพต่อเสา หลังจากที่ได้รับการประกันตัวแหวนบอกว่าเขาถูกตำรวจใส่ความ ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเชื่อคำพูดของแหวน เพราะเขายังเด็กและไม่เคยประพฤติตัวไม่ดีมาก่อน (เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเอกสารหมายเลข MM-21-717-ผู้แปล)