การศึกษา

19 มิ.ย. 1969 ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนใน จ.น่านบ่นกับมอร์แมนว่า กระทรวงศึกษาธิการให้เงินช่วยเหลือโรงเรียนของเขาเพียงเล็กน้อย เขาอาจต้องปิดโรงเรียนเร็วๆ นี้เพราะทนขาดทุนต่อไปไม่ไหว ส่วนสรรเสริญซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านการศึกษาก็บ่นกับมอร์แมนว่า เขาไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับการบริหารการศึกษาเลย แต่เขาวางแผนที่จะส่งเสริมการศึกษาในสาขาที่ยังขาดแคลน เช่น วิศวกร

การสังเกตการณ์ที่สถานีตำรวจ

30 ม.ค. 1969 ปู่และลุงของรุจิราวรรณดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาทั้งคู่ พวกเขาจึงต้องการให้หลานสาวเรียนกฎหมายเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะได้ทำงานด้านกฎหมาย ด้วยสายสัมพันธ์ส่วนบุคคลของรุจิราวรรณซึ่งเป็นเพื่อนกับลูกของผู้บังคับตำรวจภูธรภาค 5 เธอและมอร์แมนจึงได้เข้าสังเกตการณ์การสืบสวนของตำรวจ

การแสดงออกถึงสถานภาพ

30 มี.ค. 1969 อาคมให้ข้อมูลกับมอร์แมนว่า การแสดงออกในรูปแบบต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงสถานภาพแต่ละบุคคลที่ต่างกัน เช่น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีจะมีลูกน้องคอยติดตามรับใช้ แต่หากไม่มีลูกน้องคอยติดตามแสดงว่ามีตำแหน่งไม่สูงนัก การแสดงบัตรที่บ่งบอกยศและตำแหน่งก็ช่วยทำให้ตำรวจแสดงท่าทีเคารพเราได้ หรือแม้แต่การจ่ายเงินเกินราคาค่าที่กำหนด (ทิป?) ก็ช่วยบ่งบอกเช่นกันว่ามีสถานภาพทางสังคมสูง

การแสดงออกถึงสถานภาพ

11-14 พ.ค. ร้อยเอกผอูนเล่าถึงประสบการณ์การไปฝึกงานที่แคนนาดาของเธอให้มอร์แมนฟังว่า เธอไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าใครมีสถานภาพทางสังคมสูงกว่าใคร เพราะทุกคนแต่งกาย และมีลักษณะท่าทางการพูดคล้ายคลึงกันหมด ซึ่งต่างจากสังคมไทยที่สามารถแยกได้ชัดเจนทันทีว่าใครเป็นผู้ใหญ่-ผู้น้อย (สถานทางสังคมสูง-ต่ำ) 22 มิ.ย. กอแก้วพูดถึงประสบการณ์การสอนหนังสือที่ ม.เชียงใหม่ของเธอว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก เพราะนักศึกษาหญิงที่เธอสอนเรียบร้อยจนเกินไป และไม่มีการตั้งคำถาม หรือข้อสงสัยใดๆ ในชั้นเรียน นอกจากนี้ เธอยังต้องคอยรับไหว้นักศึกษาตลอดเวลา

การแสดงออกทางอารมณ์

14 มิ.ย. 1969 บดินทร์ไปสังเกตการณ์การแสดงออกทางอารมณ์ของนักโทษที่เรือนจำ เช่น เวลามีความสุขดวงตาของนักโทษจะเบิกโพลงและตามมาด้วยการยิ้ม หรือเวลาเศร้าดวงตาจะไม่มีประกายและหน้าจะเบ้

พุทธศาสนากับแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

6 พ.ย. 1969 ศาสนาพุทธมีแนวคิดในการอธิบายความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไว้ว่า เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำร่วมกันของบุคคลทั้ง 2 ในชาติที่แล้ว จึงทำให้ทั้งคู่ต้องมาพบกันในชาตินี้อีก ตัวอย่างเช่น คู่สร้างคู่สม คู่เวรคู่กรรม หรือคู่ล้างคู่ผลาญ

พุทธศาสนากับแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

28 มิ.ย. 1969 บดินทร์ช่วยอธิบายให้มอร์แมนเข้าใจถึงแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น หากทั้งคู่เคยทำดีร่วมกันเมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้ก็จะได้เกิดเป็นคู่สร้างคู่สมร่วมกัน หรือหากทั้งคู่เคยทะเลาะกันเมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้ก็จะเกิดมาเป็นคู่เวรคู่กรรมจองล้างจองผลาญกันต่อ

สถานภาพทางสังคมและการปฏิบัติที่ได้รับ

รุจิราวรรณเล่าให้มอร์แมนฟังว่า เธอเคยเข้าไปรับประทานอาหารในร้านอาหารที่มีชื่อของ จ.เชียงใหม่ พนักงานของร้านให้บริการกับเธอไม่ดีเพราะเธอแต่งกายเหมือนคนรับใช้ อย่างไรก็ดี เมื่อมีกลุ่มนายทหารยศนายพันซึ่งเป็นคนรู้จักของเธอแวะเข้ามาทักทายเธอ พนักงานของร้านจึงให้บริการเธออย่างสุภาพและไม่คิดค่าอาหารกับเธอ

มอร์แมนไปพบปรีชา

6 พ.ย. 1968 มอร์แมนไปพบปรีชาที่บ้านแต่เขาไม่อยู่บ้าน หญิงสาวซึ่งอยู่บ้านตรงกันข้ามบอกว่าปรีชาและภรรยาไปกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 วันก่อน และไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่