การเจรจายอมความ

6 พ.ค. 1969 กำนันเล่าให้บดินทร์ฟังว่า ที่หมู่บ้านของเขามีชายคนหนึ่งเวลามาแล้วชอบอาละวาดทำลายเครื่องสูบน้ำของชาวบ้าน ชาวบ้านจึงนำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งให้กำนันทราบ ซึ่งเขาได้เข้าไปเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย ตามความเห็นของกำนัน กรณีที่เป็นคนบ้านเดียวกันการเจรจายอมความเป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก

ปัญหาเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำที่ อ.สารภี

25 มี.ค. 1969 เกิดปัญหาชาวบ้านแย่งกันใช้น้ำจนถึงขั้นมีการขู่ฆ่ากันที่ อ.สารภี นายอำเภอจึงต้องลงพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

ปัญหาเรื่องการแย่งที่ทำกิน

22-23 ก.พ. 1969 ในอดีตพื้นที่บริเวณบ้านสันต้นดู่ (?) กิ่งอำเภอแม่อาย (ปัจจุบันได้ยกฐานะเป็นอำเภอแล้ว-ข้อมูลโดยผู้แปล) จ.เชียงใหม่ มีประชากรอาศัยเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ต่อมา ชาวละหู่ประมาณ 70 ครัวเรือนอพยพเข้ามาบุกเบิกพื้นที่ทำกินแถบนี้ มีการขุดคลองชลประทานเพื่อการเกษตร และสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้น อย่างไรก็ดี ภายหลังบรรดาคนเมืองได้อพยพเข้ามาในพื้นที่แถบนี้เช่นเดียวกัน จนก่อให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับชาวละหู่ ทั้งในเรื่องการแย่งที่ดินทำกินและการแย่งน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูก บดินทร์และครูประสิทธิ์พยายามช่วยยุติข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนทั้งสอง นอกจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนทั้งสองนี้แล้ว ปัญหาที่จะตามมาเร็วๆ นี้ คือ ทางการตัดสินใจที่จะสร้างเขื่อนเหนือพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งจะทำให้พื้นที่บางส่วนน้ำท่วม

การสังเกตการณ์ที่ อ.สารภี

21 มี.ค. 1969 มอร์แมนไปสังเกตการณ์การเก็บค่าเช่าที่นาที่ อ.สารภี มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) มีการนำระบบนายกองนาจากภาคกลางมาใช้ในการเก็บค่าเช่าที่นา 2) ส่วนใหญ่แล้วผู้ใหญ่บ้านและกำนันจะรับหน้าที่เป็นนายกองนา 3) ชาวนาที่อยู่เหนือคลองและใต้คลองมักทะเลาะกันเรื่องจำนวนวันในการเปิดน้ำเข้าที่นา 4) นายอำเภอพยายามแนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วลันเตา เป็นต้น

การพิจารณาคดี

26 มี.ค. 1969 ประดิษฐ์เป็นเพื่อนกับพ่อของบดินทร์ เขาเป็นคนมีเส้นสายทั้งในศาล และสถานีตำรวจหลายแห่ง 27 มี.ค. 1969 ประดิษฐ์ให้คำแนะนำต่างๆ กับบดินทร์ถึงช่องทางในการหลีกเลี่ยงกฎหมาย 28 มี.ค. 1969 ขั้นตอนการทุจริตในการพิจารณาคดีความซึ่งทำให้คดีความผิดร้ายแรง กลายเป็นคดีความผิดเล็กน้อย การทำงานในลักษณะนี้ต้องมีการร่วมมือกันอย่างดีตั้งแต่ศาล เสมียนศาล ตำรวจ และสำนักงานทนายความ ตัวอย่างของวิธีการทุจริตเพื่อช่วยผู้ต้องหา เช่น การเขียนสำนวนคำฟ้องของตำรวจจากคดีเจตนาฆาตกรรมเป็นคดีฆาตกรรมโดยไม่เจตนา หรืออัยการไม่ส่งคำฟ้องของตำรวจเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาล ซึ่งทำให้คดีความดังกล่าวหมดอายุไป

การสังเกตการณ์ที่ อ.สารภี

25-26 มี.ค. 1969 มอร์แมนไปสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำ อ.สารภี มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ชายคนหนึ่งมาเสียภาษีที่ดินให้ตนเองและเพื่อนบ้าน แต่เขาไม่รู้นามสกุลของเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงช่วยค้นนามสกุลให้ 2) เด็ก 2 คนมาขอค้นเอกสารสำมะโนครัวเพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการศึกษาต่อ 3) มีจดหมายไม่ลงชื่อส่งถึงนายอำเภอแจ้งเรื่องโจรขโมยไก่ 4) ชาวบ้านมาแจ้งกับนายอำเภอว่ามีคนขโมยเครื่องสูบน้ำไป นายอำเภอจึงรีบไปดูที่เกิดเหตุ 5) เจ้าหน้าที่ในอำเภอส่วนใหญ่พูดภาษาเหนือกันทุกคน

ปฏิกิริยาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าหน้าที่ทางการ

20 มี.ค. 1969 แม้จะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานที่อำเภอ แต่หญิงวัยกลางคนที่มาติดต่อธุระที่อำเภอและเด็กหนุ่มร้านขายข้าวต่างปฏิบัติตนกับหมางคมอย่างนอบน้อม

การสังเกตการณ์ที่ อ.สารภี

21 มี.ค. 1969 มอร์แมนไปสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำ อ.สารภี มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ผู้ใหญ่บ้านมาร้องเรียนกับปลัดอำเภอเรื่องที่น้ำบาดาลไม่ไหล เขาต้องการให้ทางอำเภอขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อเติมแต่ปลัดอำเภอแจ้งว่าทางการยังไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ 2) ชาวบ้านมาร้องเรียนกับนายอำเภอเรื่องที่เขื่อนแม่แตงไม่ยอมเปิดประตูกั้นน้ำทำให้พื้นที่ อ.สารภีขาดแคลนน้ำ นายอำเภอให้คำตอบว่าไม่สามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ 3) กำนันมาชำระภาษีที่ดินที่อำเภอ และบ่นกับเจ้าหน้าที่ว่าภาษีที่ดินที่ต้องชำระต่อจำนวนไร่แพงเกินไป

นายอำเภอประคอง

10 มี.ค. 1969 ประคองดำรงตำแหน่งนายอำเภอแม่แตง เขาได้พูดคุยกับมอร์แมนเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในอำเภอที่เขารับผิดชอบ เช่น เกิดการบุกรุกที่ดินของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งเรื่องนี้ต้องรายงานให้ตำรวจทราบด้วย หรือคดีเด็กหนุ่มทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ ซึ่งเขาต้องไปช่วยเจรจาเรียกค่าเสียหายให้กับฝ่ายหญิง