กฎระเบียบและข้อบังคับของชนกลุ่มน้อย

4 พ.ค. 1969 นิคมให้ข้อมูลว่า กลุ่มทหารชาวจีน (ทหารกัวหมิ๋นตั่ง?-ผู้แปล) ซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแถบชายแดนมีระเบียบวินัยและข้อกำหนดต่างๆ ที่เคร่งครัด พวกเขาพยายามที่จะไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้กับรัฐบาลไทย นิคมมีโครงการที่จะฝึกหัดชาวเขาให้ทำงานเป็นพยาบาลอาสาสมัคร เพื่อทำหน้าที่ปฐมพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บเบื้องต้น และคอยรายงานข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านให้นิคมรับทราบ (สายลับ?-ผู้แปล) 31 พ.ค. 1969 มีหมู่บ้านของชาวลื้อตั้งอยู่ระหว่าง อ.เชียงแสนกับ อ.เชียงของ แต่กำนันที่ดูแลหมู่บ้านเป็นชาวเย้า เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ผู้ใหญ่บ้านชาวลื้อจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปรายงานให้กำนันชาวเย้ารับทราบ

การทำงานของตำรวจในอดีต

20 มี.ค. 1969 นายตำรวจที่ทำงานมานานเล่าว่า การทำงานของนายอำเภอในสมัยนี้ลำบากน้อยกว่าในสมัยที่เขาเริ่มทำงานมาก และนายอำเภอได้รับเงินเดือนเยอะกว่าผู้กอง สภ.อ.สารภี

กำนันมนัส

27 ก.พ. 1969 กำนันมนัสเล่าให้มอร์แมนฟังถึงคำสั่งสอนของหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนใน อ.สารภีเป็นอย่างมาก

สัมภาษณ์ร้อยโทยิ่งยศ

1 มี.ค. 1969 ร้อยโทยิ่งยศ นายตำรวจประจำ สภ.อ.สารภี เล่าถึงคดีความต่างๆ ที่เกิดใน อ.สารภี ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคดีรุกล้ำที่สาธารณะ หรือการแย่งน้ำกัน อย่างไรก็ดี ส่วนมากคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมักยอมความกัน

บดินทร์พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน

7 มิ.ย. 1969 บดินทร์ร่วมวงสุรากับผู้ใหญ่บ้านแม่หยวก บ้านหางดง และบ้านน้ำพี้ เนื้อหาการพูดคุยเกี่ยวกับความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน เช่น 1) เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างชาย 2 คน คู่กรณีฝ่ายหนึ่งต้องการยอมความ แต่อีกฝ่ายต้องการแจ้งตำรวจ ผู้ใหญ่บ้านวิตกว่าหากเรื่องถึงตำรวจทั้ง 2 ฝ่ายจะมีประวัติติดตัว 2) เจ้าของสวนไม่พอใจที่คนดูแลสวนตัดต้นไม้ เขาต้องการจะแจ้งความกับตำรวจ

สัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่หยวก

เขาดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 คดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านส่วนใหญ่แล้วเขาจะเป็นคนกลางเข้าไปไกล่เกลี่ยให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายยอมความกัน เช่น คดีแย่งมรดก และคดีทำร้ายร่างกาย ผู้ใหญ่บ้านให้เหตุผลถึงการเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยว่า หากมีเรื่องฟ้องร้องถึงตำรวจจะทำให้เสียประวัติและชื่อเสียง ในต่างจังหวัดเวลาผู้คนมีปัญหาทะเลาะกันมักไปพบผู้ใหญ่บ้านก่อน จากนั้นจึงค่อยไปพบกำนัน

เสี่ยว

27 มิ.ย. 1965 มอร์แมนเกิดปีเดียวกับพ่อมา จึงถือเป็น “เสี่ยว” กัน มอร์แมนเรียกอ้ายลือว่า “ป้อเสี่ยว” เรียกเมียอ้ายลือว่า “แม่เสี่ยว” ดังนั้น อ้ายลือจึงเป็นเสี่ยวกับแมรี่แอนน์ (ภรรยามอร์แมน)

บดินทร์ให้คำแนะนำทางกฎหมายที่ฐานทัพ

ทหารยศสิบเอกซึ่งเป็นเพื่อนของบดินทร์มาขอคำปรึกษากับเขาเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องสิทธิความเป็นเจ้าของในที่ดิน โดยลุงของสิบเอกยกที่ดินจำนวน 20 ไร่ให้กับเขา แต่มิได้มีการเซ็นสัญญาโอนที่ดิน ภายหลัง ลุงต้องการที่ดินคืน แต่สิบเอกไม่ยินยอม จึงนำไปสู่การฟ้องร้องคดีความในชั้นศาล บดินทร์แนะนำประวินซึ่งเชี่ยวชาญการว่าความในคดีแพ่งให้กับสิบเอก

บดินทร์ให้คำแนะนำทางกฎหมายที่ฐานทัพ

ทหารคนหนึ่งมาปรึกษากับบดินทร์ว่า น้องชายของตนไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มคู่อริเก่า ภายหลังกลุ่มคู่อริแจ้งตำรวจให้จับกุมกลุ่มน้องชายของเขาในข้อหาทำร้ายร่างกาย เขาจึงมาปรึกษากับบดินทร์เพื่อหาทางช่วยเหลือน้องชาย บดินทร์แนะนำว่า ควรกันน้องชายของนายทหารคนนี้ไว้เป็นพยาน (เอกสารชุดนี้ไม่สมบูรณ์อาจทำให้การสรุปความคลาดเคลื่อน-ผู้แปล)