กฎหมายเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม

22 พ.ค. 1969 ตามความเห็นของมีภัทร คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในไทยร้ายแรงกว่าที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังรุนแรงน้อยกว่าที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น และในการพิจารณาคดีศาลจำเป็นต้องไตร่ตรองให้ดีว่า จำเลยก่อเหตุขึ้นโดยมีการเตรียมการณ์ไว้ก่อนหรือไม่ นอกจากนี้ กฎหมายยังไม่สามารถนิยามความแตกต่างระหว่างผู้ที่ยุยงให้เกิดอาชญากรรม กับผู้เตรียมการก่ออาชญากรรมได้ อย่างไรก็ดี หากศาลพิสูจน์ได้ว่ามีการยุยงให้ก่ออาชญากรรม ผู้ที่ยุยงจะต้องได้รับโทษสูงสุด และบ่อยครั้งที่จำเลยกลับคำให้การในชั้นศาล ซึ่งทำให้คำให้การในชั้นสอบสวนของตำรวจใช้การไม่ได้

ความไม่เอาใจใส่

19 มิ.ย. 1969 ตามความเห็นของสรรเสริญ ศาลไทยมีมาตรฐานเรื่องการรับผิดชอบกับการกระทำของเหยื่อมากกว่าศาลของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา แต่สมเห็นว่าศาลไทยมีมาตรฐานความเข้มงวดน้อยกว่าในเรื่องการให้เงินช่วยเหลือกับเหยื่อที่ถูกกระทำ

การรับสารภาพ

18 มิ.ย. 1969 หัวหน้าผู้พิพากษา จ.น่านให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมักเลือกที่จะสารภาพผิด เพื่อขอรับการลดหย่อนโทษมากกว่า เพราะการสู้คดีความในศาลจำเป็นต้องใช้เงินมาก อย่างไรก็ดี พวกคนภาคกลางไม่ค่อยที่จะยอมรับผิด และใช้เงินจ้างทนายความที่มีฝีมือมาต่อสู้คดี หรือแม้แต่การให้สินบนกับตำรวจเพื่อเบี่ยงเบนคดี

คดีเช็ค

ต้นเดือนมี.ค. มีคดีเช็คนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารไม่ผ่านเป็นจำนวนมาก ตามกฎหมายผู้ที่เป็นคนเซ็นสั่งจ่ายเช็คจะต้องถูกปรับ อย่างไรก็ดี ทนายความหลายคนไม่เห็นด้วย โดยมองว่าผู้กระทำผิดไม่มีเจตนาที่จะไม่จ่ายเงิน

การใช้หลักฐาน

29 พ.ค. 1969 ในการพิจารณาคดีศาลจะไม่รับฟังหลักฐานบางประเภท เช่น คำสัมภาษณ์ลูกความหรือพยานฝ่ายตรงข้าม คำให้การที่มิได้เกิดขึ้นภายในศาล ฯลฯ

ศาลทหาร

27 ม.ค. 1969 สุทนให้ข้อมูลกับมอร์แมนว่า คดีบางประเภทจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีทนายความช่วยแก้ต่าง และจำเป็นต้องโอนคดีไปให้ศาลทหารทำการพิจารณาคดี เช่น คดีที่เกี่ยวกับเฮโรอีน คดีถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ การตกปลาโดยใช้ระบิด ฯลฯ

การซักค้าน

29 พ.ค. 1969 ประวินมีความชำนาญในการซักค้านมาก เขาสามารถใช้คำถาม 2-3 คำถามเพื่อหยุดคำให้การของพยานฝ่ายตรงข้ามได้ ตัวอย่างเช่น ในคดีเฮโรอีนเพียงเขาซักค้านนายตำรวจที่ขึ้นให้การว่า ตอนไหนที่ตำรวจให้สายสืบไปซื้อเฮโรอีน หรือมีใครคนอื่นเห็นการซื้อขายในครั้งนี้บ้าง คำถามแค่นี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้ต้องหาหลุดจากข้อกล่าวหาของตำรวจได้แล้ว เพราะทางตำรวจก็ทราบดีว่าตนเองไม่สามารถหาพยานหลักฐานได้

การเปลี่ยนแปลงในวงการกฎหมาย

27 มิ.ย. ประธานศาลฎีกาเล่าให้มีภัทรฟังถึงแผนการของเขาในการกำจัดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกจากตำแหน่ง เขาวางแผนที่จะให้ผู้พิพากษาเข้าไปดำรงตำแหน่งแทน เพราะเขามีความเห็นว่า คนที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้ต้องเป็นคนที่เคยทำงานเป็นผู้พิพากษามาก่อน และจะต้องมีความซื่อสัตย์

หนังสือสัญญา

29 พ.ค. 1969 ตามระเบียบของรัฐบาล บุคคลใดที่จะทำสัญญาหรือข้อตกลงกับรัฐบาลจำเป็นต้องเซ็นชื่อลงในแบบฟอร์มตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ หากไม่ทำตามก็จะไม่สามารถทำสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ กับรัฐบาลได้ การทำหนังสือสัญญาหรือข้อตกลงลักษณะนี้ บรรดาทนายความและนักธุรกิจไทยไม่ชอบเท่าใดนัก เพราะทำให้ตนเองเสียผลประโยชน์