สรรเสริญ

27 มิ.ย. 1969 สรรเสริญได้รับการคาดหมายว่าอาจได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมคนต่อไป หรืออาจดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา เขาเป็นคนที่มีความสามารถสูง ได้รับปริญญาทางด้านกฎหมายเมื่อมีอายุ 23 ปี และเป็นหัวหน้าผู้พิพากษาที่ จ.ภูเก็ตเมื่ออายุ 34 ปี มีภัทรสนใจที่จะศึกษาความคิดของสรรเสริญที่มีต่อสังคมและการตัดสินคดีทางสังคม

สรรเสริญ

หลังจากทำงานเป็นหนึ่งในองค์คณะที่ศาลอุทธรณ์มาระยะเวลาหนึ่ง สรรสเริญอาจถูกย้ายให้ไปทำงานที่ศาลฎีกา แม้ว่าตำแหน่งใหม่ที่ได้รับจะสูงขึ้นกว่าเดิม แต่กลับมีความสำคัญและอำนาจน้อยกว่าเดิม มีภัทรให้ความสนใจเป็นพิเศษที่จะสอบถามสรรสเริญถึงความคิดเห็นของเขาที่มีต่อความละอายที่มีต่อการทำบาปของผู้คนในสังคม และการบังคับใช้กฎหมายกับสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง

สถานภาพของผู้พิพากษา

24 มี.ค. 1969 การเลื่อนตำแหน่งของผู้พิพากษาจะเกี่ยวข้องกับระบบอาวุโส และผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศจะมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่ได้เร็ว

ผู้พิพากษาวิชิต

30 ม.ค. 1969 ข้อมูลส่วนตัวและประวัติการทำงานของผู้พิพากษาวิชิต

กฎหมาย

การทำสัญญากฎหมายจารีตประเพณีจะมีความเข้มงวดมากกว่ากฎหมายแพ่ง 28 มี.ค. 1969 นายจ้างจะยินยอมจ่ายเงินชดใช้แทนลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างก่อความเสียหายกับบุคคลที่ 3 เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุ เจ้าของบริษัทรถบัสจะต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้ที่ถูกรถชน 21 พ.ค. 1969 ความเห็นของบรรดาผู้พิพากษาเกี่ยวกับการตัดสินคดี แม้ว่าผู้ต้องหาจะทำผิดในลักษณะเดียวกัน แต่โทษที่ได้รับจากการพิพากษาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้พิพากษาแต่ละคน เพราะผู้ต้องหาแต่ละคนมีเหตุจูงใจในการกระทำผิดแตกต่างกันไป หากตัดสินให้ได้รับโทษในแบบเดียวกันหมด การตัดสินคดีของผู้พิพากษาก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

เจตนา

10 มิ.ย. 1969 ตามความเห็นของประวินกฎหมายไทยให้ความสำคัญกับ “เจตนา” มาก เพราะสามารถใช้แสดงในศาลเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำของคนได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “การกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนา” ตัวอย่างเช่น คนที่รับซื้อของโจรทั้งที่รู้ว่าเป็นของที่ถูกขโมยมาย่อมมีความผิด ต้องได้รับโทษจองจำ แต่คนที่ซื้อของต่อจากพ่อค้าที่รับซื้อของโจรอีกทอดโดยไม่ทราบว่าเป็นของที่ถูกขโมยมา อาจได้รับโทษแค่การเสียค่าปรับ อย่างไรก็ดี โทษที่จะได้รับขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศ

10 ส.ค. 1969 กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศ ในอดีต การมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน หรือการใช้ปากกับอวัยวะเพศถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ในปัจจุบัน มีการผ่อนปรนกันมากขึ้น แต่ยังห้ามการกระทำลักษณะดังกล่าวในที่สาธารณะ เพราะถือเป็นการกระทำอนาจาร

กฎหมายเกี่ยวกับคนวิกลจริต

23 พ.ค. 1969 เพ็ญทิพย์ปล่อยตัวชายวิกลจริตที่พกปืนอย่างผิดกฎหมายโดยไม่มีการตัดสินลงโทษ เพราะเขามีความเห็นว่าชายคนดังกล่าวมีสติไม่สมประกอบ แต่หากเป็นคดีอาชญากรรมที่ร้ายแรง ชายคนดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบทางการแพทย์ว่าในขณะที่เขากระทำผิด เขามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่

กฎหมายระหว่างบุพการี-บุตร

กลางเดือน พ.ค. 1969 หากบุตรกระทำความผิดทางด้านทรัพย์สินต่อบุพการี โทษที่ได้รับจะน้อยกว่าการกระทำผิดต่อบุคคลอื่น และอาจมีการเจรจายอมความกันนอกศาลได้ แต่หากบุตรกระทำผิดต่อบุพการีโดยการใช้กำลัง โทษที่ได้รับจะรุนแรงกว่าการกระทำผิดโดยใช้กำลังกับบุคคลอื่น