งานเลี้ยงอาหารกลางวันของผู้พิพากษา

29 เม.ย.มอร์แมนเก็บข้อมูลในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของบรรดาผู้พิพากษา มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) พยานที่ขึ้นให้การในศาลจะได้รับค่าป่วยการ จำนวนเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของคดี 2) ประวัติส่วนตัวของวินิต พ่อของเขาเป็นอดีตผู้พิพากษาแต่ถูกจับเพราะมีส่วนร่วมในการปฏิวัติ 3) ความคาดหวังในหน้าที่การงานของมีภัทรซึ่งหวังจะดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา อย่างไรก็ดี การจะเข้าทำงานในแผนกดังกล่าวจำเป็นต้องมีเส้นสายพอสมควร

สัมภาษณ์สรรเสริญ

19-20 มิ.ย. 1969 มอร์แมนสัมภาษณ์ผู้พิพากษาสรรเสริญ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ความจำเป็นของการคัดค้านระหว่างการพิจารณาคดี 2) ประวัติส่วนตัวของสรรเสริญ และประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา 3) อุปสรรคในเรื่องของภาษา 4) ในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาจำเป็นต้องจดบันทึกคำให้การพร้อมทั้งความคิดเห็นลงในสมุดบันทึกคดีด้วย บางคนประสบปัญหาจดไม่ทัน จึงได้มีการว่าจ้างนักจดชวเลขมาช่วยงานบันทึกคดีด้วย อย่างไรก็ดี การนำข้อมูลที่ได้จากนักจดชวเลขมาใช้ต้องใช้อย่างรอบคอบ เพราะอาจมีความผิดพลาดในการบันทึกได้ 5) ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้พิพากษา เพราะจะต้องทำหน้าที่ในการตัดสินโทษที่จำเลยจะต้องได้รับ 6) ความคิดเห็นของสรรเสริญที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของศาล (ยุติธรรมและเป็นธรรม) และรัฐธรรมนูญ

รับประทานอาหารกลางวันกับผู้พิพากษา

2 มิ.ย. 1969 มอร์แมนร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้พิพากษาวินิต มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) การลงโทษตัดสินในคดีอาญาต้องมีหลักฐานมั่นใจเต็ม 100% จึงจะสามารถลงโทษตัดสินได้ แต่หากเป็นคดีแพ่งหลักฐานเพียง 51% ก็เพียงพอสำหรับการตัดสินโทษ 2) ความสำคัญของการสาบานก่อนการให้การ และการท้าสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ว่ามิได้กระทำผิดจริง 3) มีการแบ่งคดีที่ยากและง่ายให้บรรดาผู้พิพากษารับผิดชอบ 4) บทกำหนดโทษในคดีอาญา (ยี่ต๊อก) ถูกนำมาใช้กับการตัดสินคดีอาญาทั่วไปที่ศาล จ.เชียงใหม่ แต่บางคดีจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาในการตัดสิน 5) วินิตมีลักษณะการทำงานที่ยืดหยุ่นและประนีประนอม 6) วิธีการต่างๆ ในการเข้าถึงผู้พิพากษาเพื่อติดสินบน 7) ศาลทำงานด้วยความซื่อสัตย์เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ 8) แม้เงินเดือนจะไม่สูงนัก แต่วินิตทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาด้วยความภาคภูมิใจ และในอนาคตเขาวางแผนที่จะย้ายกลับไปประจำการที่กรุงเทพฯ เพื่อรับตำแหน่งที่สูงขึ้นไป

รับประทานอาหารกลางวันกับผู้พิพากษา

4 มิ.ย. 1969 มอร์แมนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันผู้พิพากษาเพ็ญทิพย์ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) มีความจำเป็นในการนำบทกำหนดโทษในคดีอาญา (ยี่ต๊อก) มาใช้ เพราะผู้พิพากษาบางคนยังมีประสบการณ์ไม่มากพอในการตัดสินคดี 2) ตำรวจควรช่วยเหลือการทำงานของศาลโดยการคัดแยกคดีความ และสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยความเป็นธรรม ไม่ใช้กำลังหรือยัดเยียดข้อหา 3) ปัญหาการทุจริตรับสินบนเพื่อเบี่ยงเบนคำตัดสิน 4) ความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผู้พิพากษาซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในการตัดสินคดี 5) บ่อยครั้งที่ตำรวจและอัยการเลือกที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหาแม้จะยังไม่มีหลักฐานเพราะต้องการสร้างผลงาน

ศาลแขวงกรุงเทพฯ ใต้

6 มิ.ย. 1969 มอร์แมนสัมภาษณ์หัวหน้าผู้พิพากษาศาลแขวงกรุงเทพฯ ใต้ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ผู้ต้องหาเลือกที่จะต่อสู้คดีความในชั้นศาลมากกว่า และบ่อยครั้งที่ตำรวจมักเข้ามากดดันในการตัดสินคดี 2) ในคดีค้าประเวณีศาลมักตัดสินให้ผู้ต้องหาจะถูกส่งไปฝึกอบรมและทำงานรับใช้สังคม 3) ศาลแต่ละแห่งจะใช้บทกำหนดโทษในคดีอาญา (ยี่ต๊อก) แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษา

ผู้พิพากษาวินิต

30 ม.ค. 1969 ผู้พิพากษาวินิตวางแผนที่จะย้ายกลับไปรับราชการที่กรุงเทพฯ แม้ว่าเขาจะชอบการทำงานและภูมิอากาศของ จ.เชียงใหม่ แต่เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงและยังต้องคอยเลี้ยงรับรองแขกจากต่างถิ่นที่มาเยี่ยม เงินเดือนที่ได้รับจึงไม่เพียงพอเท่าใดนัก นอกจากนี้ เขายังต้องการกลับไปอยู่กับลูกสาวที่กรุงเทพฯ ด้วย แต่แผนการดังกล่าวดูจะเป็นไปได้ยาก เพราะการจะหาคนที่จะมาทำงานแทนตำแหน่งเขาไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

ผู้พิพากษามีภัทร

16 ต.ค. 1968 มอร์แมนพูดคุยกับผู้พิพากษามีภัทร มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ประวัติการศึกษา 2) กระบวนการยุติธรรมของศาลไทยไม่ค่อยมีการทุจริต 3) จ.ลำปาง มีสถิตติการเกิดคดีอาชญากรรมสูงมาก และคดีที่เกิดส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดมีอายุไม่ถึง 20 ปี 4) ผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ตัดสินในคดีทุจริตการเลือกตั้งสภาเทศบาลได้รับจดหมายขู่ทำร้าย

ผู้พิพากษาสรรเสริญ

7 ก.ย. 1969 มอร์แมนสัมภาษณ์ผู้พิพากษาสรรเสริญ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) ขั้นตอนการเตรียมการ และระยะเวลาในการพิจารณาคดีซึ่งกินเวลาหลายเดือนมาก 2) วิธีการเลือกคดีให้กับผู้พิพากษาแต่ละคนต้องดูที่ความสามารถและความตั้งใจในการทำงาน 3) รายละเอียดของงานที่สรรเสริญรับผิดชอบ โดยเขาทำหน้าที่รับผิดชอบในคดีแพ่ง 4) สภาพสังคมของ จ.ภูเก็ตซึ่งยากที่จะแยกแยะว่าใครรวย หรือใครจน

การเดินทางตรวจราชการ

18-20 มิ.ย. 1969 มอร์แมนเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจราชการของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจากกรุงเทพฯ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น 1) มีการจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างยิ่งใหญ่โดยบุญส่งรับหน้าที่เป็นแม่งาน เจ้าหน้าที่ทางการและบุคคลสำคัญๆ ใน จ.น่านต่างเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองนี้ 2) คณะผู้พิพากษาเข้าเยี่ยมชมการทำงานของศาลประจำ จ.น่าน พร้อมทั้งรับฟังปัญหาในการทำงาน เช่น พยานไม่มาให้การ และจำนวนทนายที่มีไม่เพียงพอ 3) มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารหลังใหม่ (?) 4) คณะผู้พิพากษาเดินทางไปดูการทำงานที่ศาลประจำ จ.แพร่ 5) จุดประสงค์สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ของคณะผู้พิพากษา นอกจากตรวจเยี่ยมการทำงานของศาลแต่ละจังหวัดแล้วนั้น ยังเป็นการทำความรู้จักกับบรรดาผู้พิพากษาที่ประจำการอยู่ตามศาลประจำจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจโยกย้าย หรือเลื่อนขั้นด้วย