คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

7 มี.ค. 1969 สำนักงานอัยการตัดสินใจไม่ส่งฟ้องคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพราะมีพยานในที่เกิดเหตุเพียงคนเดียวและยังเห็นจำเลยเพียงชั่วขณะในแสงสลัว จึงเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าพยานไม่สามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดได้ นอกจากนี้พยานฝ่ายจำเลยยืนยันว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเมาไม่มีสติไม่สามารถออกไปกระทำความผิดได้ สาเหตุที่จำเลยถูกจับเพราะเป็นคนต่างถิ่นจึงทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

13 ก.พ. 1969 เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ต้องสงสัยซึ่งก่อเหตุจะขอนอนค้างที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

30 ม.ค. 1969 ทวีสงสัยว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกความของตนนั้นมีความผิดจริงเพราะมีความพยายามในการปิดบังความจริงบางอย่างซึ่งอาจส่งผลเสียต่อรูปคดีได้ และทวียังเชื่อว่านวลติดสินบนตำรวจเพื่อใส่ความลูกความของเขา

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

24 ม.ค. 1969 บดินทร์กับทวีสังเกตว่าในการชี้ตัวผู้ต้องหาตำรวจไม่ได้นำพยานเข้าไปคนเดียว (เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเอกสารหมายเลข MM-1-21-335)

บ้านหมายเลข HH81

บ้านหมายเลข HH81 (บ้านแม่เฒ่าช้าง-ผู้แปล)

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

24 ม.ค. 1969 ทวีบอกว่าคดีนี้จุดสำคัญอยู่ที่คำให้การของกำนัน โดยต้องโน้มน้าวให้กำนันกลับคำให้การที่ให้ไว้กับตำรวจ นอกจากนี้จำเลยยังให้ข้อมูลว่าในตอนแรกตำรวจสงสัยว่าใหม่นวลอาจจะเป็นฆาตกร แต่เนื่องจากเขาติดสินบนตำรวจจึงได้รับการปล่อยตัว ตำรวจจึงหันมาควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนซึ่งเป็นคนต่างถิ่นแทน

บ้านหมายเลข HH82

บ้านหมายเลข HH82 (บ้านนายจัน-ผู้แปล)

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

10 ม.ค. 1969 มอร์แมนเข้าไปสังเกตการณ์การพิจารณาคดี ทวีเป็นทนายฝ่ายจำเลย มีภัทรเป็นผู้พิพากษา พยานปากแรกคือภรรยาของผู้ตาย พยานปากที่ 2 คือลูกเขยของผู้ตายซึ่งเคยขโมยเงินผู้ตายไปเป็นจำนวน 20,000 บาท ในศาลจำเลยถูกพามาให้พยานชี้ตัวทวีให้พยานอธิบายรายละเอียดของบ้านและสาเหตุที่พยานมีไฟฉายทั้งที่เป็นตอนเย็น ในความเป็นจริงแล้วพยานมีเพียงตะเกียงเท่านั้นและพยานยังให้รายละเอียดการแต่งกายของจำเลยได้แม่นยำจนผิดสังเกต ส่วนพยานปากที่ 2 ไม่ได้สังเกตการแต่งกายของจำเลยเพราะบังเอิญพบกันระหว่างทางเท่านั้น และสาเหตุที่มาเป็นพยานเพราะตำรวจแจ้งว่าถ้าชี้ตัวเสร็จแล้วจะปล่อยกลับบ้าน

คดีฆาตกรรมที่ สภ.อ.พร้าว

17 ม.ค. 1969 กำนันซึ่งจำเลยไปค้างด้วยที่บ้านในคืนเกิดเหตุเป็นพยานคนสำคัญที่ให้การว่าเห็นจำเลยวิ่งออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่สวมเสื้อ แต่จำเลยให้การว่าวันนั้นเขาสวมเสื้อสีม่วง ทวีต้องการให้กำนันขึ้นเบิกความเป็นพยานอีกครั้ง อย่างไรก็ดีเขาสังเกตได้ว่าตำรวจคอยควบคุมดูแลกำนันเป็นพิเศษมีความเป็นไปได้ว่ากำนันอาจถูกตำรวจบังคับให้เป็นพยานเท็จ