ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

งานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช

ภาค : ใต้

งานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช

     งานเดือนสิบ เป็นงานเทศกาลประจำปีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นงานรื่นเริงที่จัดขึ้นในโอกาสประเพณีสารทเดือนสิบ ซึ่งถือกันว่าเป็นประเพณีทำบุญที่สำคัญยิ่ง เพราะเชื่อกันว่าเป็นการทำบุญให้แก่ปู่ย่าตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเชื่อกันว่าพญายมจะปล่อยวิญญาณญาติ ๆ มาพบลูกหลานของตนในเมืองมนุษย์ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ และให้กลับไปเมืองนรกตามเดิมในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงความชื่นชมกับผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งให้ผลในปลายเดือนสิบด้วย จึงนับว่าเป็นโอกาสเหมาะทั้งด้านความเชื่อและปัจจัยในการทำบุญก่อให้เกิดประเพณีทำบุญสารทเดือนสิบ และต่อมาก็มีการจัดงานรื่นเริงขึ้นด้วย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและสนุกสนานกันจึงก่อให้เกิด "งานเดือนสิบ" ตามมา งานนี้ได้จัดมาเป็นเวลาช้านานจวบจนถึงปัจจุบันนี้ จนถือได้ว่างานเดือนสิบเป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราชและถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดนี้ด้วย ความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของการจัดงานนี้ จึงทำให้งานนี้เป็นที่รู้จักกนดีทั่วไปในภาคใต้หรือแม้แต่ภาคอื่น ๆ

ความเป็นมาของงานเดือนสิบ

   มูลเหตุในการจัดงานเดือนสิบ สืบเนื่องมาจากการจัดงานในวันวิสาขบูชาในปี พ.ศ.๒๔๖๕ ที่วัดพระมหาธาตุฯโดยพลโทสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรี-ราเมศวร์ (เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นกรมขุน) อุปราชมณฑลปักษ์ใต้โปรดเกล้าฯ ให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ (สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดการซ่อมแซมพระวิหารในวัดพระมหาธาตุฯ เช่น ทำช่อฟ้า ใบระกา เพดานที่พระวิหารหลวง และประดับประดาด้วยกระหนกลวดลายไทยมีดวงดาวแฉกเป็นรัศมีที่วิหารพระทรงม้า และวิหารเขียน เป็นต้นแต่งบประมาณในการก่อสร้างไม่เพียงพอพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ(สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) จึงคิดหาเงินด้วยการจัดงานขึ้นในวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๔๖๕ ในวัดพระมหาธาตุฯ ทางทิศใต้พระวิหารหลวง (ซึ่งขณะนั้นไม่มีภิกษุสามเณรหรือแม่ชซีเข้าอยู่อาศัย เรียกว่า "สวนดอกไม้") มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและเล่นการพนันบางประเภทในงานนั้นโดยจัดงานอยู่ ๓ วัน ๓ คืน ปรากฏว่าได้เงินค่าประมูลร้านและการพนันนับหมื่นบาทสามารถนำไปซ่อมแซมพระวิหารในครั้งนั้นได้เพียงพอ

    ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๖ พระภัทรนาวิกธรรมจำรูญ (เอื้อน ภัทรนาวิก) เวลานั้นยังเป็นหลวงรามประชา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชและเป็นนายกศรีธรรมราชสโมสร (ปัจจุบันคือสโมสรข้าราชการ) เห็นว่าศรีธรรมราชสโมสรซึ่งสร้างมาหลายปีแล้วชำรุด สมควรที่จะได้จัดสร้างขึ้นใหม่ให้เป็นตึกถาวรสง่างามแต่ก็ขัดข้องเรื่องเงินที่จะใช้ในการก่อสร้างจึงได้ปรึกษาหารือกับพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ (สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) จึงได้ตกลงกันให้จัดงานขึ้นอีก เพราะเห็นว่าการจัดงานวันวิสาขบูชาในปีก่อน (พ.ศ.๒๔๖๕) มีรายได้สูงแต่ในปี พ.ศ.๒๔๖๖ นั้นให้กำหนดเอางานทำบุญเดือนสิบมาเป็นช่วงที่จัดงาน "งานเดือนสิบ" จึงเริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ.๒๔๖๖ นั่นเอง คณะกรรมการจัดงานเดือนสิบในครั้งนั้นประกอบด้วยพระยารัษฎานุ-ประดิษฐ์ฯ (สิน) ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ปรึกษา พระภัทรนาวิกธรรมจำรูญ (เอื้อน) เป็นประธานกรรมการ หลวงนิติกฤตประพันธ์ (ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปากพนัง) หลวงอรรถกัลยาณวินิจ (อัยการจังหวัด) ขุนวิโรจน์รัตนากร ขุนบวรรัตนารักษ์ ขุนประจักษ์รัตนกิจ ขุนสุมนสุขภาร ทั้งข้าราชการจังหวัดและอำเภอทุกแผนก และพ่อค้าคหบดีอีกหลายคนเป็นกรรมการงานครั้งนั้นจัดเป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน โดยเริ่มงานตั้งแต่วันแรม ๑๒ ค่ำ ในงานมีการออกร้าน มีมหรสพ กีฬา และการพนันอีกหลายประเภท เช่น ชนโค ตกเบ็ด ปาหน้าคน ยิงเป้า บิงโก สะบ้าชุด และมวย เป็นต้น การเก็บค่าผ่านประตูผู้ใหญ่คนละ ๑๐ สตางค์ เด็ก ๕ สตางค์ มีรายได้จากการจัดงานครั้งนี้เกือบสามพันบาท จึงนำรายได้นี้ไปสร้างศรีธรรมราชสโมสรในบริเวณสนามหน้าเมืองตามเป้าหมาย

    ในปีถัดมาคือปี พ.ศ.๒๔๖๗ คณะกรรมการจัดงานเดือนสิบได้ปรับปรุงงานให้สนุกยิ่งขึ้น คือนอกจากมีการออกร้านและการพนันเช่นปีแรกแล้ว ยังอนุญาตให้ออกลอตเตอรี่ในงานและการเชิญชวนกรมกองต่าง ๆ อำเภอและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในจังหวัดให้มาออกร้าน มีการสั่งคณะนักมวยฝีมือดีจากกรุงเทพฯ มาชกในงานด้วย ปรากฏว่าในปีนี้สามารถเก็บค่าผ่านประตูและค่าประมูลร้านได้เกือบหมื่นบาท ในปีต่อ ๆ มา ศรีธรรมราชสโมสรก็ได้จัดงานเดือนสิบนี้เรื่อยมา จนมีเงินสร้างตึกศรีธรรมราชสโมสรสำเร็จในปี พ.ศ.๒๔๖๙ และมีรายได้บำรุงสโมสรจนมีเครื่องใช้ไม้สอยครบครันและมีเงินฝากธนาคารเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท

    ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ นายมงคล รัตนวิจิตร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช หลวงสรรพนิติพัทร (เพียร บุณยผลึก)ผู้พิพากษารองศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายกนครสมาคมพร้อมด้วยผู้ที่เคยเป็นกรรมการจัดงานเดือนสิบในปีก่อน ๆ บางคน และสมาชิกนครสมาคม มีความเห็นพ้องกันว่าศรีธรรมราชสโมสรได้จัดงานเดือนสิบเก็บเงินบำรุงสโมสรมาถึง ๑๐ ปีแล้วควรจะนำเงินรายได้จากการจัดงานในปีนี้ไปใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์เสียบ้าง นายมงคล รัตนวิจิตร จึงได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อคณะกรมการจังหวัดเพื่อขอร่วมจัดงานด้วยทางคณะกรมการจังหวัดเข้าใจว่า นายมงคล รัตนวิจิตร จะต้องการเพียงสถานที่เพื่อจัดงานประจำปีจึงอนุญาต แต่นายมงคลได้ชี้แจงไปยังทางจังหวัดว่า มีความประสงค์จะให้คณะกรมการจังหวัด ศรีธรรมราชสโมสรกับตนเองและหลวงสรรพนิติพัทรร่วมมือกันจัดงานในปีนั้น เพื่อบำรุงสาธารณประโยชน์หาใช่ต้องการสถานที่ไปจัดเองไม่ แต่ทางคณะกรมการจังหวัดและศรีธรรมราชสโมสรไม่ยอมร่วมมือด้วย นายมงคล รัตนวิจิตรหลวงสรรพนิติพัทร (เพียร) สมาชิกนครสมาคม ข้าราชการบางคน โรงเรียนต่างๆ รวมทั้งประชาชนจึงได้ร่วมกันจัดงานขึ้นโดยพยายามจัดให้คึกคักกว่าปีก่อน ๆ มีแผนกปาฐกถาและเผยแพร่รัฐธรรมนูญในงานด้วย แต่ก็ปรากฏว่าการจัดงานเดือนสิบในครั้งนี้ขาดทุนเพราะขาดความสามัคคีระหว่างข้าราชการบางหมู่บางคณะ

    ในปี พ.ศ.๒๔๘๒ คณะกรมการจังหวัดได้มอบให้เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชเป็นผู้จัดงานเดือนสิบเพื่อนำรายได้บำรุงเทศบาลเมือง ส่วนในปี พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘ งดจัดงานเดือนสิบเพราะอยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปีพ.ศ.๒๕๐๔ คณะกรรมการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นผู้จัดงานเดือนสิบเอง หลังจากนั้นจังหวัดก็ได้จัดงานเดือนสิบติดต่อกันเรื่อยมา โดยร่วมมือกับเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในจังหวัด

งานเดือนสิบในปัจจุบัน

    งานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราชยังคงจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังคงเป็นงานรื่นเริงประจำปีที่จัดเนื่องในเทศกาลทำบุญสารทเดือนสิบเหมือนที่เคยจัดมา เพียงแต่ทางคณะกรรมการจังหวัดได้พยายามจัดให้ยิ่งใหญ่ขึ้นทั้งในด้านสถานที่จัด ช่วงเวลาที่จัดและกิจกรรม

    สถานที่จัดงานเดือนสิบในปัจจุบันก็ยังคงใช้บริเวณสนามหน้าเมืองเช่นเดิม เพราะเป็นที่ที่มีบริเวณกว้างขวางมีเนื้อที่ถึง ๓๓ ไร่เศษ และอยู่ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราชการไปมาสะดวก (ดู สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช) แต่มาในระยะหลัง ๆ จนถึงปัจจุบันนี้เพียงแต่บริเวณสนามหน้าเมืองหาเพียงพอไม่ เพราะงานได้จัดให้ใหญ่โตขึ้นและมีผู้คนมาเที่ยวกันคับคั่ง จึงทำให้ต้องขยายที่ที่จัดงานออกมานอกสนามหน้าเมือง คือกินมาถึงบริเวณถนนราชดำเนินหน้าสนามหน้าเมืองด้วย ส่วนช่วงเวลาที่จัดได้กำหนดเป็น ๑๐ วัน ๑๐ คืนโดยกำหนดให้ตรงกับช่วงเทศกาลทำบุญสารทเดือนสิบของทุก ๆ ปี ถึงกระนั้นก็ตามผู้คนก็มักจะนิยมเที่ยวกันทั้งก่อนเริ่มงานและหลังเลิกงานด้วย เพราะเป็นช่วงที่ไม่ได้เก็บค่าผ่านประตูแต่บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ยังคงอยู่กันเนื่องแน่น จึงสามารถเที่ยวชมและซื้อของต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ

     กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้มีในงานเดือนสิบมีหลายประเภททั้งที่ให้ความรู้ความบันเทิงและการบุญการกุศล กิจกรรมที่สำคัญซึ่งมีอยู่แทบทุกปีในการจัดงานเดือนสิบในปัจจุบันนี้ได้แก่

     ๑. กิจกรรมเกี่ยวกับการบุญการกุศลและฟื้นฟูประเพณีทำบุญวันสารท เช่น จัดให้มีการทำบุญตักบาตรในวันเปิดงานการทำบุญวันสารท การประกวดหฺมฺรับและการแห่หฺมฺรับไปในเขตเทศบาล ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่อย่างจริงจังในประเพณีเก่าแก่ จากทั้งทางราชการและประชาชน นอกากนั้นแล้วในโอกาสงานเดือนสิบทางวัดพระมหาธาตุฯ ก็ได้เชิญชวนและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าชมและนมัสการองค์พระบรมธาตุด้วย

    ๒. กิจกรรมเกี่ยวกับการออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้ามีบริษัทห้างร้านต่าง ๆ จากแทบทุกภาคมาออกร้านเพื่อแสดงและจำหน่ายสินค้าของตนในงานนี้ ชาวบ้านชาวเมืองเองก็ออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าพื้นเมือง ตลอดจนหน่วยราชการต่าง ๆ เช่น โรงเรียน อำเภอ หรือหน่วยราชการอื่น ๆ ต่างก็ออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าด้วยเพื่อหารายได้ให้หน่วยราชการนั้น ๆ การออกร้านต่างก็ประดับประดาตกแต่งเพื่อประชันกันในที และบางปีก็มีการจัดประกวดร้านด้วย

   ๓. กิจกรรมเกี่ยวกับการฟื้นฟูและให้ความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมแก่ประชาชน งานเดือนสิบเป็นงานที่มีจุดกำเนิดและมีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมโดยตรง การให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมแก่ประชาชนจึงเป็นวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งของการจัดงานนี้ โดยเฉพาะในระยะประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ ทางราชการค่อนข้างจะเน้นวัตถุประสงค์นี้อย่างเด่นชัด ศิลปะและวัฒนธรรมที่ให้ความรู้แก่ประชาชนนี้มีทั้งที่เป็นศิลปะและวัฒนธรรมของชาวภาคใต้และจากภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศ กิจกรรมเกี่ยวกับการฟื้นฟูและให้ความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมแก่ประชาชน เช่น การประชันกลองยาว การประชันเพลงบอก การจัดพานดอกไม้การสาธิตทำหมาตักน้ำ การสาธิตแกะรูปหนังตะลุง การสาธิตการทอหูก เป็นต้น ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดให้มีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างภาคและได้จัดในปีต่อ ๆ มาด้วย นอกจากนั้นแล้วยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาบางแห่ง เช่น สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช ได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมภาคใต้ขึ้นที่ศาลาประชาคม (อยู่ในบริเวณสนามหน้าเมือง) เพื่อให้ความรู้ด้านนี้แก่ประชาชนโดยตรง เป็นต้น

     ๔. กิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแพร่ผลงานและนโยบายของรัฐบาล ได้มีหน่วยงานราชการจากกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ออกร้านเพื่อให้แสดงผลงานและนโยบายของหน่วยราชการนั้น ๆ ส่วนใหญ่จะออกมาในลักษณะของการจัดนิทรรศการ แจกเอกสารและมีวิทยากรคอยบรรยายและตอบข้อสงสัยของประชาชนด้วย เช่น หน่วยราชการเกี่ยวกับการประมง การเกษตรทหารและตำรวจ เป็นต้น

    ๕. กิจกรรมเกี่ยวกับการประกวดมีการประกวดหลายประเภท เช่น การประกวดศิลปหัตถกรรมของนักเรียนและประชาชน (วาด ปั้น แกะสลัก ฯลฯ) การประกวดมารยาทนักเรียนอ่านทำนองเสนาะ โต้กลอนและโต้วาที เป็นต้น

    ๖. กิจกรรมเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันในบริเวณงานเดือนสิบมีทั้งระดับนักเรียนและประชาชน เช่น บาสเกตบอล ตะกร้อ แบดมินตัน วอลเลย์บอลชกมวย เป็นต้น โดยจะแข่งขันกันในบริเวณที่จัดงานคือด้านตะวันตกของสนามหน้าเมือง ซึ่งมีสนามกีฬาเหล่านี้พร้อมอยู่แล้วการแข่งขันนี้อาจจัดขึ้นในระดับโรงเรียน อำเภอ เขตหรือภาคแล้วแต่ความเหมาะสมเป็นปี ๆ ไป

    ๗. กิจกรรมเกี่ยวกับมหรสพและการบันเทิง งานเดือนสิบเป็นงานที่มีเป้าหมายเพื่อความสนุกรื่นเริงเป็นสำคัญ ในงานนี้จึงเต็มไปด้วยมหรสพและการละเล่นเพื่อความบันเทิงหลากหลายประเภท ทั้งที่เป็นของท้องถิ่นภาคใต้โดยตรง เช่นหนังตะลุง โนรา และมหรสพอื่น ๆ ทั่วไป เช่น ลิเก ลำตัด ภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากนั้นมีการแสดงอื่น ๆ ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้เที่ยวงานอีกมาก เช่น รถไต่ถัง ปากระป๋องสาวน้อยตกน้ำ ยิงปืน เป็นต้น รวมทั้งการแสดงวิวิธทัศนาของนักเรียนนักศึกษาระดับต่าง ๆ

     ๘. กิจกรรมพิเศษเฉพาะปี เป็นกิจกรรมที่ทางคณะกรรมการจัดงานได้กำหนดให้มีขึ้นเป็นพิเศษในแต่ละปี เช่นการจัดนิทรรศการเรื่อง "พลังงานกับชีวิต" ในงานเดือนสิบปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นต้น

ความสำคัญของงานเดือนสิบ

๑. เป็นการรักษาและฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีการทำบุญวันสารท ในขณะเดียวกันเป็นการสืบทอดประเพณีการจัดงานรื่นเริงประจำปีของชาวนครศรีธรรมราชให้ยั่งยืนมาถึงปัจจุบันนี้

๒. ทำให้ประชาชนชาวเมืองนครศรีธรรมราชและผู้ที่อยู่ใกล้ไกลได้รับความสนุกสนานรื่นเริงจากการเที่ยวงานประเพณีประจำปี

๓. ทำให้ประชาชนได้รับความรู้ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมการประกอบอาชีพและอื่น ๆ เท่าที่มีกิจกรรมในงานเดือนสิบในแต่ละปี

๔. ทำให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจในผลงานตลอดจนนโยบายที่สำคัญของทางราชการ อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐกับประชาชน

๕. ทำให้จังหวัดมีรายได้นำไปบำรุงสาธารณประโยชน์และช่วยในกิจการกุศลต่าง ๆ

๖. เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทำบุญและนมัสการองค์พระบรมธาตุโดยทั่วถึง

    ความสำคัญของงานเดือนสิบเหล่านี้มักจะถูกนำมากำหนดเป็นวัตถุประสงค์ของการจัดงานเดือนสิบในแต่ละปีจะมีต่างไปบ้างก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น (พรศักดิ์ พรหมแก้ว)

 


ป้ายในขบวนแห่หมรับในงานเทศกาลเดือนสิบ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ.๒๕๔๐

 


ขบวนแห่หฺมฺรับและประชาชนที่มาร่วมในงานเทศกาลเดือนสิบ

 

 


หฺมฺรับที่ตกแต่งเป็นพระบรมธาตุเจดีย์

 


รถในขบวนแห่ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม (ตราด้านข้างคือ "นะโม")

 


ขบวนแห่ที่ให้ความรื่นเริงและครึกครื้นด้วยศิลปะการแสดงต่าง ๆ

 


ขบวนแห่ที่ให้ความรื่นเริงและครึกครื้นด้วยศิลปะการแสดงต่าง ๆ

 


ในขบวนแห่มีการนำพืชผักผลไม้พื้นบ้านมาร่วมแห่ในขบวนด้วย เช่น สะตอ มะมุด เป็นต้น

 


ในขบวนแห่มีการนำพืชผักผลไม้พื้นบ้านมาร่วมแห่ในขบวนด้วย เช่น สะตอ มะมุด เป็นต้น

 


รถแห่หฺมฺรับจะถูกตกแต่งและประดับประดาอย่างเต็มที่ ในภาพจะเห็นได้ถึงความปรณีตของศิลปะการ "แทงหยวก" ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้าน

 


หฺมฺรับที่ตกแต่งเป็นกลีบบัวด้วยขนมลา

 


ประชาชนทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่เฝ้าคอยชมขบวนแห่หมรับ

 


หฺมฺรับของชาวบ้านในขบวนแห่

 


หฺมฺรับของชาวบ้านในขบวนแห่

 


หฺมฺรับของชาวบ้านในขบวนแห่

 


หฺมฺรับของชาวบ้านในขบวนแห่

 


ชาวบ้านบางคนจะนำภาพถ่ายหรือโกศบรรจุกระดูกของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มาร่วมขบวนก่อนนำไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

 


ชาวบ้านบางคนจะนำภาพถ่ายหรือโกศบรรจุกระดูกของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มาร่วมขบวนก่อนนำไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

 


การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ในอุโบสถวัดมหาธาตุฯ

 


ชาวบ้านกำลังตั้งเครื่องเซ่นหรือขนมนอกเขตวัดตามความเชื่อที่ว่ามีเปรตบางจำพวกไม่สามารถเข้าไปรับส่วนกุศลในวัดได้

 


การจัดหมรับไปวัดของชาวบ้านในชนบท

 


การลำเลียงหฺมฺรับไปวัดของชาวบ้านในชนบท

 


การลำเลียงหฺมฺรับไปวัดของชาวบ้านในชนบท

 


การลำเลียงหฺมฺรับไปวัดของชาวบ้านในชนบท

 


เมื่อตั้งร้านเปรตเสร็จและทำพิธีต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเด็ก ๆ จะกรูเข้าแย่งขนมหรือสตางค์ในร้านเปรตอย่างสนุกสนานหรือที่เรียกว่า "ชิงเปรต" นั่นเอง

 


เมื่อตั้งร้านเปรตเสร็จและทำพิธีต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเด็ก ๆ จะกรูเข้าแย่งขนมหรือสตางค์ในร้านเปรตอย่างสนุกสนานหรือที่เรียกว่า "ชิงเปรต" นั่นเอง

 


การจัดร้านหรือ "หลาเปรต" ที่ทุ่งท่าลาด

 


ร้านเปรตหรือหลาเปรตแบบมีเสาสูงซึ่งแต่ละเสาจะทาน้ำมันไว้จนลื่นผู้ที่จะขึ้นไปเอาของบนร้านเปรตแบบนี้ได้จะต้องมีความสามารถในการปีนจริง ๆ

 


ร้านเปรตหรือหลาเปรตแบบมีเสาสูงซึ่งแต่ละเสาจะทาน้ำมันไว้จนลื่นผู้ที่จะขึ้นไปเอาของบนร้านเปรตแบบนี้ได้จะต้องมีความสามารถในการปีนจริง ๆ