เอกสารโบราณในประเทศไทย

Manuscripts of Thailand

Total : 61 pages , Total amount : 1,937 Records , Total amount : 2 Resources.

อานิสงส์วิจจกุตติ
วัดฟ้ากาง เมืองเชียงตุง อานิสงส์วิจจกุตติ
CMRU-CT-11-B-142อานิสงส์วิจจกุตติ
อานิสงส์

หน้าทับพายเคล้า วิจจกุตติ อานิสงส์ ผูกนี้ สัทธาผู้ข้าอุแก้ว นางกองแก้วเปนเคล้า ฟ้อมกับด้วยอุสาม ภริยานางบัว อุทิพพ์ นางฅำรุ่งเชียงลาน ถวายทานหยาดน้ำหมายทานในปีรายสี 1338 ตัว เดือน 6 ออก 5 ฅ่ำ วันนั้นข้าแล ขอพ้นทุกข์ถึงสุข ตราบถึงนิพพานข้าแด่ ถวายทานกับวัดฟ้าางข้าแล ฯ แล้วยามตาวันตกข้าแล เจตนาสัทธาข้าอุแก้วเปนเคล้า ภริยาชื่อว่านางกองแก้ว แลอุสาม ภริยาชื่อนางบัวแล มาส้างทานยังธัมม์วิจจกุตติถวายเปนทานแก้วเจ้า ๓ ประการ ขอหื้อเปนผละนาบุญค้ำชูข้าทังหลายมวล ขอหื้อพ้นทุกข์ถึงสุข ขอหื้อถึงเวียงแก้วยอดเนรัพพาน ขอหื้อค้าอิ่งขายหมาน ขอหื้อได้สืบกินสืบทานไพพายหน้า ขอหื้อมีทีฆะอายุหมั้นแก่นยืนยาว ข้าแด่ สาธุ สาธุ ข้าแด่บุญเหิย ฯ

อานิสงส์เวสสันตระ
วัดใหม่นครบาล อานิสงส์เวสสันตระ
RBR003-345อานิสงส์เวสสันตระ
ธรรมคดี

หน้าต้น เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “อานิสงส์” และสีแดง “เวสันตะระ” หน้ารองหน้าต้น 1 ระบุ “หน้าทับต้นอ[า]นิสงส์มห[า]เวสสันตระแล  นาตํนอะนิสํงม่หาเวษสันต่ระแลทารเอย ฯ ” (ตัวเอียง จารอักษรไทย) / เขียนอักษรไทย ด้วยดินสอ “ นาตน” หน้ารองหน้าต้น 2 ระบุ “ไมงามเลยทารเอย ไมดีเลยทารเอย ” (ตัวเอียง จารอักษรไทย) ท้ายลาน ระบุ “สํวณฺณนาอานิสงฺสมหาเวสฺสนฺตรกณฺเฑสกฺเข แต่กริยาอันกล่าว อ[า]นิสงฺสผล อันได้บูชา มหาเวสฺสนฺตรชาตก ก็บรมวลควรแก่กาลเท่านี้ก่อนแล ฯฯ๛” หน้าปลาย ระบุ “ส่วนกุศลบุญอันข้าได้เขียน ขอหื้อนำเอาตนตัวข้าไปเกิดในดวงแก้วที่ข้ามานั้นเทอะ ๛ / หน้าทับอานิสงส์มหาเวสสันตรแล ๛”

อานิสงส์ส่งเข้า
วัดฟ้ากาง เมืองเชียงตุง อานิสงส์ส่งเข้า
CMRU-CT-11-B-117อานิสงส์ส่งเข้า
ธรรมทั่วไป

21-2-1986 ลิกขิตตะ หนานยี่บุญ ยางควง เขต 4 เวียง ขอหื้อเปนผลบุญด้วยแด่ ฯ ธัมม์ผูกนี้ เปนเจตนาสัทธาผู้ข้าชื่อว่า อุหง ภริยาชื่อนางแดง บ้านฟ้ากาง เมืองเชียงตุง มายอถวายเปนทานชอมปุตตาคือลูกชายแห่งผู้ข้า อันชื่อว่าชายน้อย อันได้อนิจจกัมม์ไพสู่ปรโลกพายหน้านั้น ขอหื้อกุสละนาบุญคุณทานทังหลายมวนฝูงหมู่นี้ หื้อได้ไพช่วยเตื่อมแถมยังสมพาร หื้อได้พ้นเสยังที่ยาก ฟากเสยังที่ทก ยกหื้อถึงสุขสามประการ มีมหาเนรัพพานเจ้าเปนยอด อย่าคาดอย่าคาเสคำด้วยแด่ ปี 1348 จีง เดทอย 7 ออก 14 ฅ่ำ เปนวันหยาดน้ำหมายทานกับวัดฟ้ากางข้าแด่ นิพฺพานํ ยาจามิ สาธุ สาธุ ฯ

อานิสงส์สรรพทาน
วัดใหม่นครบาล อานิสงส์สรรพทาน
RBR003-347อานิสงส์สรรพทาน
ธรรมคดี

หน้าต้น ระบุ “๚ หน้าทับเค้า อานิสงส์สรรพทานต่างๆ มีผูกเดียวแลนายเหย ฯฯ” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “อานิสงส์สัพพทาน” ท้ายลาน ระบุ “สพฺพทานํ นิฏฺฐิตํ กริยาอันกล่าวยังผลอานิสงส์อันได้หื้อทานยังสรรพวััตถุทั้งหลายเป็นทานนั้น ก็บังคมสมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯฯ๛ จารแล้ววันที่ ๑๘ เดือนยี่ กงกันกับวันเสาร์ พ.ศ. ๒๔๗๘ ๚ มี ๔๕ ลานแล รัสสภิกขุไหว เป็นผู้จารหื้อโยมสุกข พร้อมไปด้วยลูกเต้า เพื่อว่าจักทานไปหาโยมเพศ (เพชร?) ผู้อันตายไปสู่ปรโลกภายหน้า ขอส่วนกุศลนาบุญอันนี้ จุ่งจักไปรอดไปเถิงโยมเพศ (เพชร?) คันว่าได้ไปสู่ทุคติแล้ว ขอหื้อได้พ้นจากทุกข์ ได้เถิงสุข ๓ ประการนั้นแด่เทอะ ด้วยอำนาจผลทานอันนี้ ขอหื้อได้เป็นนิสัยประจัยไปในภายภาคหน้านั้นเทอญ ฯฯ๛”

อานิสงส์สร้างระฆัง
หอวัฒนธรรมลาวเวียง วัดโบสถ์ อานิสงส์สร้างระฆัง
RBR004-160อานิสงส์สร้างระฆัง
ธรรมคดี

อานิสงส์สร้างระฆังฉบับนี้กล่าวถึง พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมด้วยการยกนิทานขึ้นมาเล่าให้แก่พุทธบริษัทได้ฟัง ความว่า อดีตกาลนั้นนานมาแล้ว พระเจ้าปัสเสนทิโกศลทรงแสดงธรรมว่าด้วยเรื่องอานิสงส์ของการสร้างระฆัง เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อบุรุษเข็ญใจผู้หนึ่งที่พึ่งพาพระภิกษุและขออาหารประทังชีวิตมาตลอด ได้พบมหาโจรกลุ่มหนึ่งหมายเอาชีวิต เขาต้องการเอาตัวรอดจึงพาโจรไปยังอารามของพระภิกษุและสามเณรเพื่อให้โจรฆ่าพระภิกษุแทนตัวเอง เมื่อไปถึงไม่พบใครจึงตีระฆัง เหล่าพระภิกษุและสามเณรทั้งหลายที่ได้ยินเสียงระฆังจึงปรากฏตัว สามเณรวัย ๗ ปี ชื่อ สํกิจจํ อาสาเสียสละตนเองเพื่อช่วยชีวิตคนที่เหลือ แต่ความอัศจรรย์เกิดขึ้นจังหวะที่ดาบฟาดลงที่คอดาบก็แตกหักกระจัดกระจาย เหล่าโจรเห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใสจึงปวารณาตนของบวช และหมั่นเพียรฝึกกรรมฐาน เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะระฆังจึงเป็นปฐมเหตุ เสียงระฆังเป็นเสียงมงคล และเป็นที่ตั้งของพุทธศาสนา ผู้ใดบริจาคทรัพย์สร้างระฆัง ผู้นั้นจะมีอานิสงส์มาก มีเสียงอันไพเราะ และเป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป ครั้นสิ้นชีวิตจะได้ไปอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยสมบัติอันมาก และมีเสียงไพเราะกว่าเทวดาทั้งปวง ครั้นได้ลงมาเกิดในโลกมนุษย์ก็จะมีชีวิตสุขสบาย ทรัพย์สมบัติมหาศาล

อ้ายร้อยขอด
วัดพระธาตุหลวงจอมคำ เมืองเชียงตุง อ้ายร้อยขอด
CMRU-CT-02-B-0103อ้ายร้อยขอด
ชาดก

ธัมม์ชาดกชื่อว่าเจ้าร้อยขอดข้าแล เจตนาสัทธา.....เปนเคล้า ลูกเต้าพี่น้องวงสาทังมวล มาแต้มทานไว้ค้ำชูสาสนา 5000 วัสสาพระเจ้า ขอหื้อได้ถอบพระอริยเมตไตรยเจ้าตนจักเกิดมาผวดสัตตโลกทังมวล หลอนว่าสมพารข้าเข้าแลยังกล้ายังแก่ ขอหื้อได้ถึงแต่มหารัพพานเที่ยงแท้อย่าคลาดอย่าคลา ขอหื้อพ้นเสยังทุกขเวทนาไจ้ๆ ขอหื้อรอดนิพพาน หลอนว่ากุสสละนาบุญยังไปล่ทันกล้าทันแก่ ยังจักได้ฅืนมาแต่ในวัฏฏสงสารดั่งอั้น ขอหื้อได้ถาบทานปารมี สีลปารมี เตื่อมแถมสมพาร ค้ำชูสาสนาสัพพัญญูพระพุทธเจ้า ขอหื้อได้เข้าสู่นิพพาน ข้ามาส้างทานในปี 1308 ตัว แต้มแล้วเดือน 11 ออก 10 ฅ่ำ ข้าแด่ ฯ นิจํ วตฺต นิพฺพานํ สุกฺขํ วตฺต นิพฺพานํ สารํ วตฺต นิพฺพานํ นิพฺพาน ปจโย โหนฺตุ โน นิจํ ฯ 1308 ฯ

อิสสีสิง
วัดใหม่นครบาล อิสสีสิง
RBR003-361อิสสีสิง
ธรรมคดี

RBR_003_361 อยู่ใน “เลขที่ ๕๘ อิสสิสิง อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับล่องชาด ๒ ผูก” หน้าทับเค้า ระบุ “หน้าทับเค้า อิสฺสีสิง แล” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “อิสสีสิง” ลานแรก หัวลาน ระบุ “อิสิสิง ผูกโทนแล มีผูกเดียว” ท้ายลาน ระบุ “นิฏฺฐิตา กริยาอันกล่าวยัง อิสสีสิง ผูกโทน ก็บรมวล ควรแก่กาลเท่านี้ก่อนแล เสด็จแล้วตาวันบ่ายหน้อย ๑ หั้นแล รัสสภิกขุแก้ว แล นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ เม นิจฺจํ ธุวํ ธุวํ แก่ข้าแด่เทอะ หื้อข้าได้เถิงเนรพานเป็นยอดแด่เทอะ อันข้าได้สร้างหนังสือคำสอนแห่งพระพุทธเจ้านี้เกิดมาภาวะชาติใด พยาธิในตนตัวแห่งข้าอย่าหื้อมีสักภาวะชาติเทอะหื้อตนตัวข้างามยิ่งกว่าในพื้นฟ้าเหนือหน้าแผ่นดิน หาผู้จักเผียบเทียมบ่ได้ ปากต้านเจียรจาอันใดก็เป็นอันม่วนมากนัก ปากก็หอมเหมือนโอชารสดอกไม้อันหอมยิ่งกว่าหอม ” / ด้านหลัง ระบุ “๏ หน้าทับปลาย อิสสีสิง ผูกโทนแล” / “อาวหนานปอ บ้านนาหนองสร้างแล นายเหย นายเหย” หน้าปลาย ระบุ “ศรัทธาอาวหนานปอ พร้อมกับด้วยภริยาชื่อว่า นางอม อยู่บ้านนาหนอง ก็มีใจชมชื่นนินดีในศาสนาแล้ว ก็มาสร้างธรรมพระเจ้าอันชื่อว่า อิสสีสิง นี้ขอหื้อได้เถิงสุข ๓ ประการมีนิพพานเป็นยอดแด่เทอะ ฯ” / ด้านหลัง ระบุ “อิสสีสิง ม่วนสะหน้อยแลนายเอย”

อิสสีสิง
วัดใหม่นครบาล อิสสีสิง
RBR003-362อิสสีสิง
ธรรมคดี

RBR_003_362 อยู่ใน “เลขที่ ๕๘ อิสสิสิง อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับล่องชาด ๒ ผูก” ลานแรก หัวลาน ระบุ “อิสสีสิง ผูกเดียว” ท้ายลาน ระบุ “นิฏฺฐิตา กริยาอันกล่าวยังอิสสีสิง ผูกโทน ก็บรมวลแก่กาลเท่านี้ก่อนแลนา ı๏ı บริบูรณ์เสด็จแล้วยาวเมื่อเช้า เดือนยี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ วันอาทิตย์แลนายเหย ยังมีทุพี่เหือนเอาใบลานมาหื้อรัสสภิกขุสมบูรณ์ อยู่วัดนาหนองแลนายเหย เขียนบ่ดีสักหน้อย ใจบ่ดี สติบ่ตั้งแลนายเหย นิมนต์ค่อยพิจารณาหื้อถี่เทอะ อย่าไปแช่งด่าผมเนอ ทุพี่เหย ขอบุญสมภาร ผู้สร้างผู้เขียนขอหื้อได้อย่างคำนึกคำปรารถนา ขอหื้อได้บุญหลายๆ แลนายเหย ที่ผู้สร้างผู้เขียนญาติการพี่น้อง ขอบุญหื้อได้เท่ากันแลนายเหย ı มีศรัทธาหนานจันทา อยู่บ้านดอนชาด สร้างไว้ในพระศาสนา ๕ พันพระวัสสา นปจฺจโย โหตุ เม สา ๆ ธุ ๆ ıı แล ๛” หน้าปลาย เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “อิสสีสิง”

อุณหัสสวิชัย
วัดใหม่นครบาล อุณหัสสวิชัย
RBR003-360อุณหัสสวิชัย
ธรรมคดี

หน้าต้น ระบุ “หน้าทับเค้า หนังสืออุ[ณ]หัสสวิชัยใหญ่แล” / เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “อุนหะสะวิไส” หน้ารอง หน้าต้น เขียนอักษรไทย ด้วยดินสอ “นายเภิ่มมันฆารบํดี” ท้ายลาน ระบุ “อุณหสฺสวิเชยฺยา นิฏฺฐิตํ กริยาอันกล่าวห้องอุณหัสสวิชัย อันวิเศษก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ๚ แลแลแล พระสูตร พระวินัย เป็นร่ม หาใจข้าจริงบ่ตายข้าจริงเขียนแล” หน้าปลาย ระบุ “ข้าขอกุศลนาบุญตัวข้านี้ ฟันข้าบ่หื้อหัก เขี้ยวข้าบ่หื้อหล้อนเสียจากกัน เท่าอยู่เช่นเฒ่าเต็มที่พู้นเนอเจ้า บุญค้ำบุญชู ป้องกันตัวบาปไว้หื้อดีแท้ ๆ แลนายเหย เจ็บใจๆ บ่ดีตัวหนังสือมันบ่ดีเหมือนกัน ทุอาวเหยข้าอยากได้บุญเต็มทีจิ่มแล”