ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

เมืองกระบี่, อำเภอ

ภาค : ใต้

เมืองกระบี่, อำเภอ

ประวัติความเป็นมา

อำเภอเมืองกระบี่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่สืบความเป็นมาของเมืองได้ว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้ให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไสย (ปัจจุบันแยกเป็นอำเภอเหนือคลอง) แต่หลักฐานไม่แน่ชัดว่าในสมัยใครเป็นเจ้านคร แต่การตั้งเพนียดจับช้างเพื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศนั้นเคยปรากฏในสมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) จึงสันนิษฐานว่าการให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดนั้นน่าจะอยู่ในช่วงสมัยดังกล่าว เพราะเส้นทางระหว่างกระบี่-นครศรีธรรมราชนั้น ในสมัยต่อมาเรียกว่า "เส้นทางพระยานครค้าช้าง" การจับช้างคงมีสืบต่อมาจนสมัยเจ้านครคนหลังๆ ด้วย ผู้คนได้อพยพติดตามเข้ามาทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น ส่วนมากอาศัยอยู่ตามย่านปากน้ำ เช่น คลองพน ปกาไสย คลองปากลาว ชุมชนโดยรอบค่ายปกาไสย ได้แก่ บ้านคลองเสียด คลองขนานและโคกยาง ท่านุ่น เหนือคลอง นาหลวง เป็นต้น

 

ต่อมา เนื่องจากมีชุมชนเกิดขึ้นหลายแห่งนี่เอง อาจเกิดความยุ่งยากในการปกครองได้ พระปลัดเมืองจึงจัดตั้งเป็นแขวงขึ้นชื่อว่า "แขวงเมืองปกาไสย" ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราชต่อมาบริเวณปกาไสยไม่สะดวกในการคมนาคมติดต่อหลายประการ พระปลัดเมืองจึงได้ย้ายที่ทำการอีกครั้งหนึ่ง มาดั้งที่บ้านหินขวาง บริเวณปากน้ำกระบี่ใหญ่ เพราะการติดต่อทางทะเลสะดวกกว่าที่ค่ายปกาไสยมาก

 

ประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๑๕ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอม-เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ประกาศยกแขวงปกาไสยขึ้นเป็นเมือง เรียกว่า "เมืองกระบี่" โดยมีหลวงเทพเสนา เป็นเจ้าเมืองคนแรก ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๑๘ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองกระบี่ออกจากการปกครองเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ สมัยพระยารับฎานุประดิษฐ์ฯ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นว่าการตั้งที่ทำการที่บ้านหินขวางไม่สะดวกต่อการคมนาคม (สมัยนั้นอาศัยเรือเป็นหลัก) จึงได้ให้พระยาอุตรกิจพิจารณ์เจ้าเมืองสมัยนั้น ย้ายที่ทำการไปตั้งที่ตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ร่องน้ำลึกเรือใหญ่สามารถเข้าถึงสะดวกและเป็นที่ตั้งเมืองมาจนทุกวันนี้ สำหรับบริเวณบ้านหินขวางเดิมเมื่อย้ายที่ทำการไปแล้ว ชาวบ้านคงเรียกบริเวณนั้นว่า "บ้านตลาดเก่า" มาจนทุกวันนี้ ร่องรอยบางประการที่เหลืออยู่คือศาลเจ้าเล็ก ๆ เรียกกันว่า "โต๊ะหินขวาง" (ตรงปากน้ำเดิมมีร่องน้ำ มีแนวหินดินดานพาดขวางอยู่ น้ำลึกจระเข้ชุกชุม)และที่ดินอันเป็นธรณีสงฆ์อยู่ใกล้บริเวณที่ตั้งทำการ และชื่อถนนที่ตัดผ่านที่ทำการนั้นปัจจุบันยังเรียกว่า "ถนนหน้าพลับพลา" (พลับพลารับเสด็จรัชกาลที่ ๖ สมัยที่ดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จประพาสเมืองกระบี่)

 

อำเภอเมืองกระบี่เดิมเรียกว่า "อำเภอปากน้ำ" ได้ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๖ ที่เรียกว่าอำเภอปากน้ำก็เพราะว่าตัวอำเภอตั้งอยู่ที่ปากอ่าว ตรงบริเวณปากน้ำกระบี่ใหญ่นั่นเอง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองกระบี่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑ที่ทำการเดิมเป็นอาคารไม้ ๒ ชั้น มีขุนทำนุกนิกร เป็นนายอำเภอคนแรก ในปี พ.ศ.๒๕๓๓ สมัยนายเฉลิมชัย ปรีชานนท์เป็นนายอำเภอได้ปรับปรุงเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมิได้ใช้งบประมาณของทางราชการ ค่าก่อสร้างประมาณ ๓ล้านบาท ใช้เป็นที่ทำการมาจนทุกวันนี้

 

สถานที่สำคัญ

ในเขตอำเภอเมืองกระบี่ มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ เช่น

 

ถ้ำหลังโรงเรียน บ้านทับปริก ตำบลทับปริก จากการขุดค้นของ ดร.ดักลาส ดี. แอนเดอร์สัน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖และ พ.ศ.๒๕๓๓ พบหลุมฝังศพและโครงกระดูก เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน เครื่องมือทำจากเขาสัตว์กระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ เปลือกหอย เมล็ดพืช ชั้นลึกสุดคำนวณอายุทางวิชาการ มีอายุถึง ๓๗,๐๐๐ ปี

 

ถ้ำไสไทย (ถ้ำช้างสี) บ้านคลองจิหลาด ตำบลไสไทยมีผู้พบขวานหิน พระพิมพ์ดินดิบ เทวรูปพระคเณศสำริด เจดีย์สำริด (ชาวบ้านเรียกว่า กรอบแก้ว) ซึ่งมีวัตถุสีทองและดวงแก้วใสบรรจุอยู่ข้างใน

 

เพิ่งหินหน้าชิง บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย พบ ชิ้นส่วนหม้อสามขา ขวานและมีดหินขัด เครื่องมือสะเก็ดหินกระดูกคนและสัตว์ ดร.ดักลาส ดี. แอนเดอร์สัน เคยสำรวจเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์

ถ้ำเสือ บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย เคยพบเครื่องมือหิน พระพิมพ์ดินดิบ เศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ปัจจุบันเป็นแหล่งปฏิบัติธรรมกรรมฐาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ถ้ำไวกิ้ง (ถ้ำพญานาค) อยู่ที่เกาะพีพีเล ตำบลอ่าวนางพบภาพเขียนสี เป็นภาพเรือจำนวนมาก

เขาเขียนในสระ บ้านในสระ ตำบลเขาทอง พบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ ๑๕ ภาพ

ถ้ำหมอเขียว บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย

ถ้ำหมื่นจันทร์ (หน้าหม้อ) บ้านหน้าหม้อ ดำบลกระบี่น้อย พบเศษภาชนะดินแผาทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ ชาวบ้านเคยพบขวานหินขัด

ถ้ำเขาแหลมยูง บ้านท่าเล่น ตำบลเขาทอง พบเศษภาชนะดินเผา ผิวเรียบ จำพวกหม้อต่างๆ

ถ้ำลูกหนู (เขาแก้ว) ตำบลกระบี่น้อย

ถ้ำนาพรุ บ้านหนองพูด ตำบลทับปริก

ถ้ำเขาหม้อ ดำบลห้วยยูง

เกาะอ่าวพระนาง ตำบลอ่าวนาง

ถ้ำหนองพูด (ถ้ำผี ถ้ำแพะ ถ้ำบัวทอง) ตำบลทับปริกเป็นต้น

เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศแบ่งเขตการปกครองอำเภอเมืองกระบี่ เพื่อจัดตั้งกิ่งอำเภอเหนืองคลอง โดยแยกพื้นที่ตำบลห้วยยูง ดำบลเหนือ-คลอง ตำบลคลองเขม้า ตำบลคลองขนาน ตำบลตลิ่งชัน ตำบลโคกยาง ตำบลปกาไสย และตำบลศรีบอยา ไปสังกัดกิ่งอำเภอเหนือคลอง อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งก่อนนี้เคยมี ๑๘ ตำบล จึงคงเหลือ ๑๐ ตำบล

 

สภาพทั่วไป

อำเภอเมืองกระบี่ เป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ที่ถนนอุตรกิจ ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๕๐๐ เมตรมีเนื้อที่ประมาณ ๕๖๓ ตารางกิโลเมตร

 

อาณาเขต

ทิศเหนือ         ติดต่อกับอำเภออ่าวลึก

ทิศใต้             ติดต่อกับทะเลอันดามัน

ทิศตะวันออก    ติดต่อกับอำเภอเหนือคลอง

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับทะเลอันดามันและอำเภออ่าวลึก

 

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของอำเภอเมืองกระบี่ประกอบด้วยภูเขา ซึ่งเป็นแนวอยู่ทางทิศเหนือทอดตัวลงมาทางใต้ สลับกันไปกับพื้นที่เนินสูงๆ ต่ำๆ โดยทั่วไปพื้นที่เป็นป่าและทุ่งหญ้าสลับกัน ทางทิศใต้เป็นที่ราบต่ำ มีลำน้ำ ๒ สายซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาพนมเบญจา คือ คลองกระบี่ใหญ่(คลองใหญ่) ไหลผ่านตัวเมืองไปลงอ่าวกระบี่ และคลองกระบี่น้อยไหลผ่านตำบลกระบี่น้อยไปลงทะเลอันดามัน นอกจากนั้นก็มีลำคลองหรือสายห้วยเล็กๆ อยู่ทั่วไป เช่น คลองไคร คลองไหนหนัง คลองจิหลาด คลองดินแดง คลองแพรกส้าน คลองเนียง คลองเขาไม้แก้ว คลองไอ้โท่ คลองม่วง คลองทรายคลองหญ้าไทร คลองหินดาน คลองบางเตย คลองบางส้านเป็นต้น เนื่องจากอำเภอเมืองกระบี่ติดกับทะเล จึงมีเกาะแก่งอยู่มากมาย ที่สำคัญคือ เกาะพีพี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียว ดินร่วนและดินร่วนปนทรายในบางท้องที่ระบายน้ำได้ดีเหมาะแก่การเพาะปลูก

 

ลักษณะภูมิอากาศ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายนจึงทำให้ฝนตกชุกตลอดปี มี ๒ ฤดูกาลคือ ฤดูร้อน (มกราคม-เมษายน) และฤดูฝน (พฤษภาคม-ธันวาคม) อุณหภูมิในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันมาก คือระหว่าง ๒๐.๐๖-๓๖.๕๐องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยประมาณ ๒,๐๖๑.๖มิลลิเมตรต่อปี

 

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ป่าไม้ เป็นป่าไม้เบญจพรรณและป่าไม้ชายเลนพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติมีดังนี้

 

- ป่าในท้องที่ดำบลทับปริกและเขาคราม เนื้อที่ ๑๐,๖๒๕ไร่

- ป่าในช่องฝั่งตะวันตก เนื้อที่ ๑๘,๘๑๒ ไร่

- ป่าเขาพนมเบญจา เนื้อที่ ๔๗,๐๕๓ ไร่

- ป่าคลองจิหลาด เนื้อที่ ๑๔,๒๑๘ ไร่

- ป่าอ่าวนางและป่าหางนาค เนื้อที่ ๒๔,๙๓๔ ไร่

- ป่าเขาหน้าวัว ป่าเขาหน้าแดง ป่าเขาอ่าวแหลมป่องและป่าเขาไม้แก้ว เนื้อที่ ๖,๕๕๐ ไร่

- ป่าเขาอ่าวน้ำเมาและป่าอ่าวนาง เนื้อที่ ๓,๗๔๕ ไร่

- ป่าเขาทอง ป่าไสไทย ป่าอ่าวนาง เนื้อที่ ๔,๕๒๕ ไร่

- ป่าที่ดินของรัฐ (ร.๙) เนื้อที่ ๔๙,๑๒๕ ไร่

 

นอกจากนั้นในท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ มีป่าซึ่งเป็น อุทยานแห่งชาติอยู่ ๒ ป่าคือ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี มีเนื้อที่ประมาณ ๒๔๓,๗๒๕ ไร่ และป่าอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓,๗๕๐ ไร่ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนประกาศซ้ำซ้อนกับป่าสงวนแห่งชาติพนมเบญจาในพื้นที่เหล่านี้ประกอบด้วยไม้สำคัญหลายชนิด เช่น ยางตะเคียน หงอนไก่ สาวดำ หลุมพอ รวมไปถึงป่าแสม โกงกางตะบูนในป่าชายเลนอีกด้วย นอกจากป่าไม้แล้วมีการสำรวจพบแหล่งแร่บ้างคือ วุลแฟรมที่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง แร่ดีบุก ในบริเวณทะเลดำบลเขาทอง ทรัพยากรอย่างอื่นก็มีรังนกนางแอ่นที่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง ซึ่งรัฐบาลให้สัมปทานแก่เอกชน

 

อำเภอเมืองกระบี่ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ ดำบล (รวมพื้นที่ในเขตเทศบาลด้วย) มี ๕๔ หมู่บ้าน ดังนี้

๑. ดำบลปากน้ำ (เขตเทศบาล)

๒. ตำบลกระบี่ใหญ่ (เขตเทศบาล)

๓. ตำบลกระบี่น้อย มี ๑๓ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ หน้าชิง น้ำจาน โพธิ์เรียง หว่างคลองคลองทับหัวกา กระบี่น้อย ห้วยเหรียง เขาตั้ง ทุ่งพยอมหว่างคลองไท นานอก คลองเนียง นาตีน

๔. ตำบลเขาคราม มี ๖ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ บ้านทุ่ง หนองจิก ไหนหนัง เขาไม้แก้ว เขาขาวเขาค้อม

๕. ตำบลเขาทอง มี ๖ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ ในสระ เขาทอง ท่าเลน น้ำโครมโครม ท่าพรุท่าทองหลาง

๖. ตำบลทับปริก มี ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ ในช่อง หนองขอน หนองพูด ห้วยโต้ ทับปริกคลองใหญ่ วังหิน ท่าคลอง

๗. ดำบลอ่าวนาง มี ๘ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ ช่องพลี อ่าวนาง คลองแห้ง นาดีน บ้านทุ่งคลองสน เกาะพีพี แหลมตง

๘. ตำบลคลองประสงค์ มี ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ เกาะกลาง คลองประสงค์ คลองกำ บางขนุน

๙. ตำบลไสไทย มี ๗ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ สวนพริก หนองกก คลองจิหลาด ไสไทย อ่าวน้ำเมาแหลมโพธิ์ คลองหิน

๑๐. ตำบลหนองทะเล มี ๗ หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านต่อไปนี้คือ หนองทะเล คลองม่วง เกาะกวาง แหลมสอมในไร่ ดินแดงน้อย เขากลม

 

หน่วยการปกครองท้องถิ่นมี ๓ รูปแบบคือ เทศบาลเมืองกระบี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งมีครบทุกตำบลแล้ว ประชากรของเมืองกระบี่ทั้งหมด ๖๔,๐๙๔ คน เป็นชาย ๓๒,๗๔๑ คน เป็นหญิง๓๑,๓๕๓ คน มีจำนวนครัวเรือน ๒๒,๔๓๖ ครัวเรือน (บรรยายสรุปอำเภอเมืองกระบี่ ปี พ.ศ.๒๕๔๐)

 

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม เช่น การทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ ทำนาพืชไร่หรืออื่น ๆ มีพื้นที่ทำการเกษตรของอำเภอเมืองประมาณ๓๐๘,๙๓๘ ไร่ แบ่งออกได้ดังนี้ ทำนา ๓,0๘๐ ไร่ ยางพารา๑๗๘,๔๒๒ ไร่ ปาล์มน้ำมัน ๓๕,๐๒๔ ไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น๕๖,๙๕๔ ไร่ พืชไร่ ๓๒,๕๕๔ ไร่ และอื่นๆ ประมาณ๒,๕๐๐ ไร่

 

นอกจากนั้นประชากรยังมีอาชีพการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง มีหมู่บ้านชาวประมง ๓,๐๐๐ ครอบครัวจำนวนชาวประมง ๘๔๖ คน ท่าขึ้นปลา ๑๕ แห่ง ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งมีพื้นที่ประมาณ ๕๖๔ ไร่ สำหรับปลาน้ำจืดมีบ้างเล็กน้อยรวมพื้นที่ทำการประมงน้ำเค็ม ๗๓๐,๐๐๐ไร่ ส่วนอาชีพในการทำนาก็มีบ้างซึ่งเป็นการทำนาน้ำฝนตามฤดูกาล ได้ผลผลิตน้อย การชลประทานมีน้อย ท้องที่นามีอยู่บ้างคือ ตำบลกระบี่น้อย

 

การประกอบธุรกิจเชิงอุตสาหกรรมได้ขยายตัวมากขึ้น มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงรมยาง เป็นต้นนอกนั้นเป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น โรงงานผลิตน้ำแข็ง โรงงานผลิตอาหารสัตว์และอื่นๆ ประกอบกับจังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยว ธุรกิจสาขาบริการขยายตัวมากเช่นเดียวกัน มีสถานที่บริการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น โรงแรม บริษัทจัดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และสถานประกอบการอื่นๆ รวมไปถึงการธนาคาร มีจำนวนถึง ๑๑ ธนาคาร

 

สภาพทางสังคม ด้านสาธารณสุขมีโรงพยาบาลประจำ จังหวัด ๑ แห่ง เอกชน ๑ แห่ง สำนักงานสาธารณสุข ๑ แห่งสถานีอนามัย ๑๒ แห่ง คลินิก ๙ แห่ง ด้านการศึกษามีโรงเรียนอนุบาล ๒ โรง โรงเรียนเทศบาล ๔ โรง โรงเรียนมัธยมศึกษา ๔ โรง ศูนย์การเรียนของการศึกษานอกโรงเรียน๓๗ ศูนย์ ระดับอุดมศึกษา ๓ แห่ง คือ วิทยาลัยพลศึกษาวิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยเทคนิค มีศาสนาสำคัญ ๒ ศาสนาคือ ศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามมีวัด ๑๖ วัด สำนักสงฆ์ ๕ แห่ง มัสยิด ๔๓ แห่ง โบสถ์คริสต์๒ แห่ง ศาลเจ้า ๕ แห่ง ด้านการสื่อสารมีสถานีวิทยุกระจายเสียง ๒ แห่ง คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงของ อ.ส.ม.ท.

 

การคมนาคมเข้าสู่ตัวอำเภอเมืองกระบี่ ทางรถยนด์จากกรุงเทพมหานคร โดยทางหลวงหมายเลข ๔ (เพชรเกษม) ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ระยะทาง ๙๔๐ กิโลเมตร หรือจะใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๑ผ่านอำเภอหลังสวน ไชยา สุราษฎร์ธานี เวียงสระ เข้าทางหลวง๔๐๓๕ ถึงอำเภออ่าวลึกแล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถึงอำเภอเมืองกระบี่ระยะทาง ๘๒๐ กิโลเมตร อำเภอเมืองกระบี่สามารถติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงโดยรถยนต์ได้สะดวก สำหรับการติดต่อภายในอำเภอปัจจุบันถนนชนบทได้รับการพัฒนาลาดยางแล้วหลายสายสามารถติดต่อถึงกันได้สะดวก หมู่บ้าน ชายฝั่งจะใช้เรือหางยาวในการเดินทางติดต่อ การเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวทางทะเล จะมีเรือโดยสารบริการไปหมู่เกาะต่าง ๆ ได้ทุกฤดูกาล

 

กระบี่ไม่มีทางรถไฟ แต่สามารถเดินทางได้โดยใช้สถานี ในจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุราษฎร์ธานี บ้านส้อง ทุ่งสง ห้วยยอดตรัง นครศรีธรรมราช ต่อรถยนต์ประจำทางมาถึงตัวอำเภอเมืองกระบี่ได้ ปัจจุบันจังหวัดกำลังดำเนินการสร้างสนามบินอยู่ในท้องที่เขตอำเภอเมืองกระบี่และบางส่วนในเขตอำเภอเหนือคลอง ซึ่งเมื่อการก่อสร้างสำเร็จแล้ว จะทำให้การเดินทางโดยเครื่องบิน มายังเมืองกระบี่สะดวกและรวดเร็วขึ้น

 

เนื่องจากอำเภอเมืองกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอนาคตการลงทุนในสาขาบริการการท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีดังนี้

 

(๑) เขาขนาบน้ำ ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ภายในเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยสวยงาม เคยพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายสมัย เช่น เครื่องมือหิน พระพิมพ์ดินดิบรุ่นแรกๆ ของภาคใต้ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองประมาณ๑๕ นาที

 

(๒) อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา อยู่ในท้องที่ตำบลอ่าวนาง ไสไทย หนองทะเล ปากน้ำและอำเภอเมืองกระบี่ ประกอบด้วยจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น

 

- หาดนพรัตน์ธารา หรือหาดคลองแห้ง เพราะริมหาดทรายด้านหนึ่งมีคลองชื่อ คลองสน ยามน้ำลงจะกลายเป็นหาดทรายยาวไกล เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในปี พ.ศ.๒๕๐๖จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยมาพักผ่อน ประทับใจในความสวยงามของหาด จึงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า "หาดนพรัตน์ธารา" อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ๑๗ กิโลเมตร

 

- หาดอ่าวนาง เป็นชายหาดติดต่อกับหาดนพรัตน์ธารา ไปทางทิศตะวันออก ริมหาดมีภูเขายื่นลงในทะเล มีถ้ำสวยงามคือ ถ้ำพระนาง ด้านนอกและด้านในมีหินงอกหินย้อยสวยงามด้านหน้ามีเกาะน้อยใหญ่ถึง ๘๓ เกาะ เป็นโขดหินรูปร่างแปลกตา เช่น เกาะปอดะ เกาะหัวขวาน เกาะหม้อ เกาะทับเป็นต้น

 

(๓) สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ตั้งอยู่บริเวณแหลมโพธิ์เป็นบริเวณที่มีซากฟอสซิลหอยชนิดต่างๆ ซึ่งมีอายุนับล้านปีซึ่งเดิมบริเวณนี้เป็นแหล่งน้ำจืด ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาน้ำทะเลท่วมถึง ทำให้ซากหอยจับตัวกับหินปูนเป็นแผ่นคล้ายลานซีเมนต์ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญปัจจุบันกรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นโบราณสถาน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๗ กิโลเมตร

 

(๔) หมู่เกาะพีพี เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด ประกอบด้วยเกาะสำคัญ ๒ เกาะคือ เกาะพีพีดอนและพีพีเล บริเวณแวดล้อมด้วยธรรมชาติทางทะเล มีหาดทรายและปะการังสวยงาม ในเกาะพีพีเลเป็นเกาะที่อาศัยของนกนางแอ่น และมีภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์เป็นรูปเรือต่างๆ จำนวนมาก อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๔๐กิโลเมตร

 

(๕) สำนักวิปัสสนาถ้ำเสือ เป็นสำนักสงฆ์ปฏิบัติกรรมฐาน โดยมีพระอาจารย์จำเนียร สีลเสฐโฐ เป็นประธานสงฆ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๙ กิโลเมตร ภายในวัดมีเพิงผาและแหล่งถ้ำสวยงาม มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับพันปีในหุบเขา เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

 

(๖) ถ้ำเสด็จ เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยสวยงาม อยู่ที่บ้าน หนองกก ตำบลไสไทย ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗ กิโลเมตรเป็นถ้ำที่พระบาทสมเด็จฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาส สมัยที่ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯชาวบ้านจึงเรียกชื่อถ้ำนี้ว่ "ถ้ำเสด็จ"

 

(๗) สระแก้ว เป็นสระน้ำธรรมชาติกลางหุบเขาในท้องที่ตำบลเขาทอง ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๒๘ กิโลเมตร มีสระเล็กสระน้อยประกอบอยู่มากมาย เช่น สระน้ำลอด สระจระเข้ขาว สระเชิงเขา สระน้ำทิพย์ สระน้ำคราม สระมรกตสระหุ้นเก้งและสระน้อย เป็นต้น

 

(๘) อุทยานแห่งชาติพนมเบญจา (ในส่วนเขตอำเภอเมืองกระบี่) ตามเส้นทางตลาดเก่าบ้านห้วยโต้ จะถึงเขตอุทยานฯประกอบด้วยป่าอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสลับซับซ้อน ธรรมชาติร่มรื่นด้วยป่าไม้ ลำธาร น้ำตก สถานที่ท่องเที่ยว ดังนี้

 

- น้ำตกห้วยโต้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง ๕๐๐เมตร เป็นน้ำตกสวยงามสูงถึง ๑๑ ชั้น มีแอ่งน้ำแต่ละชั้นมากมาย

- น้ำตกห้วยสะเด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ๑.๒ กิโลเมตร สภาพเป็นน้ำตกจากผาสูง

- ถ้ำเขาผึ้ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๓กิโลเมตร มีถ้ำสวยงามอยู่ในบริเวณเดียวกันถึง ๕ ถ้ำ

 

(๙) เขาเขียนในสระ เป็นถ้ำแหล่งภาพเขียนสีสมัย ก่อนประวัติศาสตร์ในท้องที่เขาทอง ห่างจากตัวเมืองประมาณ๓๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกระบี่-ในสระ เป็นภาพเขียนอยู่บนผนังถ้ำ อายุภาพรุ่นเดียวกับภาพเขียนสีในถ้ำผีหัวโต อำเภออ่าวลึก ซึ่งประมาณอายุระหว่าง ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว

 

(๑๐) ป่าเกาะ ป่าโกงกาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ในอีกรูปแบบหนึ่ง อำเภอเมืองกระบี่ มีป่าโกงกางที่สมบูรณ์อยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าตัวเมือง สามารถใช้เรือล่องชมพรรณไม้ชายเลน นกน้ำบางชนิดหรือศึกษาสัตว์น้ำพันธุ์พืชในเชิงนิเวศวิทยา

 

(๑๑) ชมเกาะและปะการัง ในทะเลเขตอำเภอเมืองกระบี่มีเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย บางแห่งมีปะการังสวยงามสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้ตลอดเวลา เช่น หมู่เกาะบริเวณอ่าวนาง หมู่เกาะปอดะ หมู่เกาะบริเวณร่องน้ำลึกท่าเลนเป็นต้น ปัจจุบันการท่องเที่ยวชมธรรมชาติโดยใช้เรือแคนูกำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถที่จะซอกซอนเข้าไปถึงทุกหนทุกแห่งของแหล่งธรรมชาติ (กลิ่น คงเหมือนเพชร)

 

เมืองกระบี่, อำเภอ

 

 

 

ภาพถ่ายทางอากาศเทศบาลเมืองกระบี่ พ.ศ.๒๕๒๙ (ภาพ : สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์)

 

 

 

โครงกระดูกถ้ำหมอเขียว

 

 

 

ภาพวาดโครงกระดูก ถ้ำหมอเขียว ที่มา : สุรินทร์ ภู่ขจร รายงานสรุปการขุดค้นถ้ำหมอเขียว

 

 

 

ภาพวาดโครงกระดูก ถ้ำหมอเขียว ที่มา : สุรินทร์ ภู่ขจร รายงานสรุปการขุดค้นถ้ำหมอเขียว

 

 

 

รูปแบบขวานหินที่ได้จากการขุดค้นถ้ำหมอเขียว ที่มา : สุรินทร์ ภู่ขจร รายงานสรุปการขุดค้นถ้ำหมอเขียว

 

 

 

รูปแบบขวานหินที่ได้จากการขุดค้นถ้ำหมอเขียว ที่มา : สุรินทร์ ภู่ขจร รายงานสรุปการขุดค้นถ้ำหมอเขียว

 

 

 

เครื่องมือสะเก็ดหินจากถ้ำหมอเขียว

 

 

 

สภาพภูมิประเทศ บ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่

 

 

 

เขาขนาบน้ำ สัญลักษณ์ของเมืองกระบี่

 

 

 

สุสานหอย ๗๕ ล้านปี แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีชื่อเสียงแหล่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่

 

 

 

เมืองกระบี่, อำเภอ

 

 

 

ถิ่นปาล์มน้ำมัน