ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

พระภูมิ

ภาค : ใต้

พระภูมิ

        พระภูมิ คือเทพารักษ์ประจำสถานที่ต่างๆ ทั้งสถานที่ตามธรรมชาติ เช่น ผืนแผ่นดิน ท้องน้ำ สถานที่ที่มนุษย์ใช้ปลูกสร้างวัดวาอารามหรือโรงเรือนต่างๆ พระภูมิมีจำนวนมากจนนับได้ไม่หมดสิ้น แต่ที่สำคัญและออกชื่อตอนจัดพิธีเช่นสังเวยมีไม่กี่ตน เริ่มแต่ท้าวกรุงพลี กรุงพาลี ก็เรียก ผู้เป็นหัวหน้า ท้าวกรุงพลีเป็นยักษ์ ครั้งหนึ่งได้รับพรจากพระพรหมจนมีอิทธิฤทธิ์ แต่หลงอำนาจและใช้อำนาจจนเทวดาเดือดร้อนกันทั่วไป จึงถูกปราบปรามจนไม่มีแผ่นดินอยู่อาศัยต้องไปอยู่ใต้บาดาล ผู้ปราบถ้าว่าโดยทางพราหมณ์คือพระนารายณ์ซึ่งแปลงเป็นพราหมณ์เตี้ย แต่ฝ่ายพุทธว่าพระพุทธกัสปะ ถัดแต่ท้าวกรุงพลี จะมีพระภูมิระดับหัวหน้าอยู่ดังนี้คือ

        นางธรณี เป็นเทพารักษ์ประจำพื้นดิน มีจิตใจโอบอ้อมอารี โปรดแป้งจันทน์น้ำมันหอม เกิดจากดวงใจของนางโภควดีตอนสร้างโลก ในสมัยเริ่มภัทรกัป

        บริถิว เป็นเทพารักษ์ประจำเส้นทางสัญจรทางบก

        ท้าวนาคา เป็นเทพารักษ์ประจำเมืองบาดาลและห้วงน้ำ

        ท้าวมหาลาภ ท้าวมหาชัย เป็นเทพารักษ์ผู้ดูแลทั่วไปคอยให้ลาภผลแก่ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

        เทพารักษ์ ๔ องค์หลังนี้ ตามดำนานว่าเกิดแต่เจตภูตคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งประกอบเป็นนางโภควดี

        พระภูมิในระดับรองลงไป ที่ปรากฏชื่อบางตนก็แยกไม่ค่อยออกว่าเป็นเทพหรือภูตผี เช่น ท้าวชัยมงคลซึ่งเป็นพระภูมิเรือน ท้าวมิกราชชซึ่งเป็นพระภูมิวัด ท้าวธรรมโอฬารซึ่งเป็นพระภูมิไร่นา เป็นต้น สำหรับพระภูมิชั้นต่ำเห็นจะสรุปว่าเป็นผีเสียทั้งหมดก็น่าจะไม่ผิด เช่น นายจันทิพย์ จันดี และจ่าสบเชิงเรือน ซึ่งเป็นข้าของท้าวชัยมงคล นางเอื้อย นางอีเจ้าที่นา เป็นต้น

        พระภูมิเหล่านี้ ชาวบ้านเชื่อว่าให้ทั้งคุณและโทษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพลีบูชา ถ้าเคารพนับถือและไหว้ดีพลีถูกจะนำลาภผลมาให้และจะไม่เบียดเบียนให้ตกต่ำ แต่ถ้าล่วงละเมิดอาจให้โทษได้ จากความเชื่อเช่นนี้ ผู้คนส่วนหนึ่งจึงจัดตั้งศาลพระภูมิ หรือไม่ก็มีพิธีบูชาพระภูมิในโอกาสต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานวิวาห์ ฯลฯ และหากเชื่อถือเคร่งครัดก็จะจัดเป็นรายปี พิธีกรรมที่จัดขึ้นเรียกว่า "ไหว้พระภูมิ" "ไหว้เจ้าที่" "ไหว้ภูมิ" หรือ "ทำภูมิ" (อุดม หนูทอง)

 

พระรัตนธัชมุนี (จู ทีปรักษพันธุ์)

 

 

ดูเพิ่มเติมที่ : ตั้งศาลพระภูมิ