บังกุนบัว : ประเพณีไทยพุทธ
บังกุนบัว เป็นประเพณีของชาวไทยพุทธในจังหวัดนราธิวาส และบางท้องถิ่น การบังกุนบัวคือการทำบุญระลึกถึงญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และนำกระดูกมาบรรจุไว้ในบัว (ดู บัว : ที่บรรจุอัฐิ) ประจำหมู่บ้านในแต่ละวัดหรือบัวประจำตระกูลมีระหว่างเดือน ๕ ของทุกปี ถือเป็นงานชุมนุมญาติของแต่ละหมู่บ้าน ตำบล คือพอถึงวันบังกุนบัว ญาติพี่น้องลูกหลานที่ไปประกอบอาชีพหรือไปอยู่ต่างถิ่นจะพร้อมใจกลับบ้านเพื่อทำบุญในวันนี้ โดยการที่พอถึงวันนี้จะมีการทำความสะอาดตกแต่งบัว ประเพณีนี้บางทีจึงเรียกว่า "ทำบุญรดน้ำบัว"
งานบังกุนบัวจะเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ เป็นต้นไป โดยทำวัดละวันไปจนกว่าจะครบทุกวัดในแต่ละอำเภอ แต่ถ้าอำเภอใดมีวัดมาก ไม่สามารถจะจัดให้ครบได้ภายใน ๑๕ วัน ก็จะมีวัดที่ทำซ้ำกันบ้างแต่จะเป็นวัดที่อยู่ต่างตำบลและอยู่ห่างกัน ในปัจจุบันนี้วัดบางตำบลจัดให้มีขึ้นก่อนวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ บ้าง ทั้งนี้เพราะมีวัดเพิ่มขึ้นและประเพณีก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไป งานจะเริ่มด้วยวัดที่สำคัญก่อน เช่น ในอำเภอตากใบพอถึงวันแรม ๑ ค่ำ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ จะมีงานบังกุนบัวเพียง ๒ วัดเท่านั้น คือ วัดเกาะสวาด ตำบลไพรวัน และวัดพระพุทธ ตำบลพร่อน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อยู่กลางย่านชุมชนใหญ่มาตั้งแต่เดิม หลังจากนั้นก็จะหมุนเวียนไปตามวัดต่างๆ ตามวันที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะของแต่ละวัดซึ่งแน่นอนเป็นประจำทุกปี
งานพิธีบังกุนบัวของวัดใดชาวบ้านในละแวกนั้นก็จะเป็นเจ้าภาพจัดนิมนต์พระจากวัดต่างๆ ทั่วทั้งอำเภอ ตลอดถึงพระซึ่งอยู่ที่อื่น แต่มีญาติโยมอยู่ในหมู่บ้านนั้นๆ ก็จะกลับมาโดยไม่ต้องมีฎีกานิมนต์ เมื่อถึงวันก่อนงาน ๑ วันจะมีการเตรียมการเตรียมอาหาร เตรียมเครื่องปัจจัยสำหรับถวายพระ มีการฆ่าวัว ฆ่าหมู และไก่ เพื่อเตรียมทำกับข้าวให้ได้ ๑ พอก คือกับข้าว ๗ อย่าง นอกจากนั้นมีการเตรียมหมาก ๑ ทะลาย มะพร้าว ๑-๓ ผล และผลไม้อื่นๆ ตามศรัทธา แต่ส่วนใหญ่จะใช้แตงโมถวายพระ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวนาปลูกแตงโมกันมากและถ้าใครมีแตงโมใหญ่รสดีๆ ก็จะนำมาทำบุญถวายพระกันในงานนี้ ครั้นพอถึงงานบังกุนบัวชาวบ้านจะนำอาหารไปถวายพระเช้าก่อน อาหารเช้านี้มักนำกับข้าวคนละอย่างสองอย่างเท่านั้น พอพระฉันอาหารเช้าเสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันกลับไปเตรียมอาหารเพลซึ่งต้องจัดอย่างพิเศษคือจะต้องมีอาหารคาวหวานครบ ๗ อย่างเรียกว่า "ครบพอก" แต่ละครอบครัวจะนำอาหารมาคนละพอก (ใส่ถาด ๑ ชุด) มาชุมนุมกันที่วัดพร้อมด้วยหมาก มะพร้าวและแตงโม โดยจะนำผลไม้ไปกองรวมกันที่หน้าบัวหรือสถูป เพื่อแบ่งถวายพระแต่ละรูปที่นิมนต์มาในงาน และส่วนหนึ่งก็จะเก็บไว้สำหรับวัด ผลไม้ที่นำมาถวายพระนี้จะต้องผูกด้ายขาวเรียกว่า "เครื่องทาน" ยกเว้นแตงโมที่นำมาผ่าถวายพระทันทีไม่ต้องผูกด้ายขาว ผลไม้ต่างๆ เหล่านี้เป็นเครื่องชี้ความอุดมสมบูรณ์ของการเกษตรด้วย ถ้าปีใดผลไม้มากแตงโมผลโตๆ แสดงว่าปีนั้นชาวนาเพาะปลูกผลไม้ได้ผลดี
สำหรับอาหารที่เตรียมมาเป็นพวกๆ จะแบ่งกันไปตามกุฏิต่างๆ โดยแบ่งกันตามสังฆการีหรือ "สังหรี" อาหารที่ชาวบ้านอื่นหรือญาติสนิทนำมาจากบ้านอื่นจะไปสมทบตามกุฏิที่มีหมู่ญาติของตน ช่วงนี้บางคนก็จะไปรดน้ำบัวทั้งที่เป็นบัวรวมและบัวประจำตระกูล บ้างก็เตรียมที่สำหรับพระฉันอาหารพระภิกษุรูปใดจะได้ฉันอาหารของชาวบ้านกลุ่มใดนั้น ใช้วิธีจับสลากคล้ายทำสลากภัต เมื่อพิธีสงฆ์เสร็จ พระฉันอาหารเรียบร้อยแล้วก็จะให้โยมพระ หรือเด็กติดตามพระมากินอาหารก่อน จากนั้นแต่ละคนก็จะไปรับพอกของตนมารับประทานอาหารร่วมกันในหมู่ญาติและเพื่อนสนิท เป็นการพบปะสังสรรค์กันในวัด หลังจากนั้นจะเริ่มพิธีสรงน้ำพระ และรดน้ำพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เรียกว่า "รดน้ำคนแก่" การรดน้ำนี้จะเริ่มโดยรดน้ำพระพุทธรูป รดน้ำเจ้าอาวาส แล้วก็ถึงพิธีรดน้ำปู่ย่าตายาย บางทีเรียกพิธีนี้ว่า "ผลัดผ้าคนแก่" หรือ "อาบน้ำคนแก่" การรดน้ำบางวัดจะสร้างโรงพิธี ทำเบญจาประดับสวยงาม บางวัดก็ยกพื้นปักไม้ผูกผ้าขาวเป็นเพดานเท่านั้น ช่วงที่รดน้ำคนแก่นี้จะทำกันเฉพาะญาติหรือลูกหลานและคนที่นับถือกัน ส่วนคนอื่นๆ จะไปชุมนุมกันในบริเวณที่ถูกกำหนดให้เป็นสนามกีฬาสำหรับหมู่บ้าน ซึ่งมักเป็นสนามเดียวกันกับสนามกีฬาวันลาซัง (ดู ลาซัง) เพื่อดูการชนวัว ชนไก่ และเล่นการพนันอื่น ๆ การเปิดบ่อนขึ้นชั่วคราวนี้จะทำ ๒-๓ วันเหมือนกับลาซัง
กิจกรรมบางอย่างในวันประเพณีนี้ ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมประเพณีไปบ้างตามสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคม เช่น แต่เดิมจะมีการสรงน้ำพระและรดน้ำคนแก่เท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้จะมีการรดน้ำแบบสาดน้ำสงกรานต์เข้ามาด้วย การสาดน้ำกันในวันบังกุนบัวนี้ จะทำขณะรดน้ำคนแก่หรือต่อจากนั้นและเล่นกันในวัดเท่านั้น เมื่อออกจากวัดต่างคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน หรือบางคนที่สนใจกีฬาชนวัว ชนไก่ก็จะไปดูวัวชน ไก่ชนต่อตามอัธยาศัย (ครื่น มณีโชติ)
| ดูเพิ่มเติมที่ | : บัว : ที่บรรจุอัฐิ , ลาซัง , เอาดูกเข้าบัว |