โนราลงครู
โนราลงครู เป็นการแสดงโนราเพื่อเชิญวิญญาณบรรพบุรุษที่เป็นโนรา ซึ่งเรียกว่า ตายายโนรา หรือ "ตาหลวง" มาเข้าทรงลูกหลานที่เป็นคนทรง เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษเพื่อความมีสวัสดิมงคลแก่ชีวิตครอบครัว หรือเพื่อแก้บนตามที่ได้บนบานไว้
การจัดให้มีโนราลงครูมักทำเป็นประจำ อาจเป็นปีละครั้งปีเว้นปี ๓ ปีต่อครั้งหรือห่างกว่านั้น ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ความสะดวกและความสามารถของผู้เป็นเจ้าภาพ และแล้วแต่ความยินยอมผ่อนผันของ "ตาหลวง" ที่มาเข้าทรงในครั้งก่อนนั้น แต่จะเลิกจัดรำโนราลงครูตลอดไปย่อมไม่ได้ เพราะตายายโนราจะให้โทษ ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ นานา ไปรักษาหมอหลวงก็ไม่หาย
เจ้าภาพอาจเลือกเวลาแต่เหมาะๆ ดินฟ้าอากาศปลอดโปร่ง เช่นเดือน ๕ เดือน ๖ และเดือน ๙
โรงโนราที่ใช้ลงครูทำเหมือนโรงโนราธรรมดา แต่ซีกที่โนราแต่งตัวปล่อยโล่งไม่ต้องมีฉากหรือม่านกั้นแต่อย่างใด หากมีเขาก็ม้วนหรือผูกไว้ข้างบน ไว้ใช้บ้างดอนเล่นเป็นเรื่องระหว่างที่ยังไม่เชื่อ (เชิญ) ครู (ตาหลวง) ด้านทิศตะวันออกมีเครื่องเซ่นเครื่องบูชา ประกอบด้วยบายศรีและดอกไม้ธูปเทียน ตรงจั่วด้านทิศตะวันออกทำเป็นพาไลสำหรับตั้งศาลวางเครื่องบูชาและเครื่องสังเวย ได้แก่ หัวหมู ไก่ เหล้า หมากพลู บุหรี่ ธูป เทียนข้าวตอก ดอกไม้ ของหวาน ของคาว และมะพร้าวอ่อน รวมพาไลสำหรับตั้งศาลเครื่องบูชาแล้วต้องครบ ๑๒ อย่าง ซึ่งเมื่อตาหลวงเข้าทรงแล้วจะต้องขึ้นสำรวจเครื่องบูชาเหล่านี้ โรงโนราด้านทิศตะวันออกจึงต้องคาดไม้แทนบันไดขึ้นตรงซีกซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าไปทิศตะวันออก) ส่วนซีกขวามือมีเทริด หน้าพราน และเครื่องแต่งตัวโนราแขวนไว้ เป็นเครื่องบูชา
โนราที่จะเล่นลงครูได้ต้องมีความรอบรู้เรื่องพิธีกรรมในการรำลงครูเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้บางทีจึงเรียกโนราลงครูเป็น "โนราโรงครู" คณะโนราจะเข้าประจำในวันพุธตอนเย็น และตามปกติจะสิ้นสุดรายการในวันศุกร์ตอนบ่ายหรือเย็น แต่ถ้าวันศุกร์ตรงกับวันพระทำพิธีไม่ได้ต้องหยุด และเลื่อนไปทำพิธีส่งตาหลวงและลาโรงหรือออก (จาก) โรงในวันเสาร์
เมื่อโนราเข้าโรงในวันพุธนั้น มีการแสดงให้คนดูเหมือนแสดงในโอกาสธรรมดา เริ่มแต่พลบค่ำจนดึกก็เลิก วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพฤหัสบดีจะเป็นวันเริ่มพิธีลงครู ตอนเช้าของวันนี้โนราจะรำไหว้ครูเสียครึ่งวัน เขาเรียกการรำตอนนี้ว่า "แต่งพอก" (ดู แต่งพอก) การแต่งพอกของโนราใหญ่หรือหัวหน้าคณะโนราต้องมีเครื่องบูชาชุดหนึ่ง ประกอบด้วยเข็ม ๔ เล่ม เงิน๙ บาท หมากพลู ๙ ค่ำ ดอกไม้ ๙ ดอก เทียน ๙ เล่ม และห่อผ้าขาวนำมาคาดสะเอว หลังจากนุ่งสนับเพลาและก่อนการสวมเครื่องอื่นๆ
เมื่อเสร็จรำแต่งพอกก็จะเที่ยงวันพอดี โนราหยุดพักรับประทานอาหาร ถึงเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกา ก็จะเริ่มพิธีเชิญตาหลวงเข้าทรง ตามปกติคนทรงมีประจำอยู่แล้ว หากคนทรงตายไปก่อนจะต้องเลือกคนทรงใหม่ ลูกหลานต้องมานั่งพร้อมหน้ากัน แต่งตัวเป็นคนทรงไว้ให้พร้อม คือนุ่งผ้าโจงกระเบนคาดเข็มขัดเงินหรือนาก ผ้าสไบพาดไหล่ จะนั่งบนบ้านหรือในโรงโนราก็ได้ ทุกคนมีผ้าขาวคลุม เพื่อความสะดวกในการตั้งสมาธิ นายโรงโนราจะขับร้องบทเชื้อครู เชิญพ่อแม่ตายายซึ่งเรียกว่า "ตาหลวง" มาเข้าทรง
ตาหลวงที่เข้าทรงมีหลายองค์ตามแต่สายตระกูลของตนแต่ที่ทุกตระกูลหรือเจ้าภาพทุกคนถือเป็นบรรพบุรุษร่วมก็คือบูรพาจารย์ของโนรา ซึ่งโนราที่มาประกอบพิธีจะรู้ดีว่ามีใครบ้างนั่นคือตาหมอเฒ่า ตาหมอเทพ และตาเทพสิงหร จากนั้นก็จะเชิญตายายโนราของเจ้าภาพเอง การเชิญต้องเชิญมาเข้าทรงทีละองค์ องค์เดิมต้องบัด (สลัด) เสียก่อน จึงจะเชิญตาหลวงองค์ต่อไป ขณะร้องเชิญตาหลวงมาเข้าทรงดนตรีทำเพลงเชื้อ (เชิญ) เข้าตามบทร้องเชิญของผู้ขับร้อง (หัวหน้าคณะโนรา) เมื่อเริ่มเข้าทรง คนทรงจะสั่น เรียกตอนนี้ว่า "จับลง" ดนตรีก็จะทำเพลงเชิด
ต่อไปนี้เป็นบทเชื้อ (เชิญ) ครูที่ได้จากการเล่นโนราลงครูที่หมู่บ้านน้ำกระจาย อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๑
บทเกริ่น
ตาเอยตาหลวง ลูกบวงสรวงราชครู ถ้วนหน้า
ครูกลอนของข้า แม่ศรีมาลา เป็นครูต้น
ลูกจะข้ามก็ไม่รอด ครั้นลูกจะลอด ก็ไม่พ้น
แม่ศรีมาลาเป็นครูต้น มารดาพ่อขุน ศรัทธา
แย้มพระโอษฐโปรดเกล้า มาเป็นคนเฒ่า
มารดาศรัทธาท่าแค มีแต่พ่อเทพ สิงหร
ถ้าพ่อสมัครรักลูกจริง มาช่วยอวยสิง อวยพร
ไหว้พ่อเทพสิงหร สอนมนต์พ่อขุน ศรัทธา
ไหว้ศรัทธาราม โฉมงามเบิกหน้า บายตา
ราชครูของข้า พ่อลับตา ไปเสียแล้ว
พ่อลับตาไป เท้าไทไปสู่ วิมานแก้ว
ลับตาไปเสียแล้ว เหมือนแก้วมาหล่น ไปจากอก
โอ้อนิจจา ลูกนึกขึ้นมา น้ำตาตก
มาหล่นไปจากอก เสมือนลูกนก มาถูกเฉียว
โอ้ว่าอนิจจา มาทิ้งลูกยา ไว้คนเดียว
เชิญตาหมอเฒ่า
ตาหมอเฒ่าเป็นต้นเชียก อย่าให้ลูกร้อง เรียกหา
ตาหมอเฒ่าเป็นเทพ เป็นผู้วิเศษ ในเมืองพระพารา
ตาหมอเฒ่าต้นหน ให้ขับต้อนพล กันเข้ามา
แต่ไหรแต่ก่อน รู้แล้วไม่ห่อน ได้อยู่ช้า
เชิญตาหมอเทพ
ตาหมอเฒ่ามาแล้ว ตาหมอเทพของลูกแก้ว เชิญเข้ามา
ตาหมอเฒ่าเดินหน้า ตาหมอเทพลีลา เดินตามหลัง
ตาหมอเทพของลูกแก้ว แล้วแล้วไม่ห่อน ได้อยู่ช้า
มาจับตาซ้าย โยกย้ายไปจับ ที่ตาขวา
มาจับที่ตาขวา ให้ซ่านมา ถึงหัวใจ
มาจับแต่นิ้วกลาง นิ้วนางพ่อจะเว้น ไว้ให้ใคร
ริ่นริ่นไรไร ไคลเข้าในร่าง พระกายา
บทเชิญพ่อเทพสิงหร
สิบนิ้วยอกร ไหว้เทพสิงหร ให้ร่อนมา
เทพสิงหรของลูกแก้ว แล้วแล้วไม่ห่อน ได้อยู่ช้า
บทเชิญตาหลวงอินทร์
พ่อเทพสิงหรลงมาแล้ว หลวงอินทร์ใจแก้ว องค์ที่ี่
แต่ก่อนเคยได้ยิน ขึ้นชื่อหลวงอินทร์ เขาใจดี
เชิญลงมาองค์ที่สี่ ใจดีดำเหนิน เชิญพ่อมา
ตาหมอหลวงอินทร์ของลูกแก้วเสียงแจ้วข้ากาศอาราธนาหา
ถ้าหากผิดพลั้งอย่าถือ เชิญหลวงอินทร์แลมือ มโนรา
สิโรราบกราบไหว้ ครูหมอตายาย ข้างซ้ายขวา
มาเถิดมาด้า ดำเหนินเชิญมา ให้ไวไว
ช้านักไม่ได้ ธูปเทียนดอกไม้ ต้องจอไฟ
ขี้ผึ้งกำหยาน จะทนจะทาน สักเท่าใด
น้ำมันกับเชือกด้าย มาผูกเอาไว้ ทำเทียนชัย
เทียนขาวเทียนแดง หว่างนี้มันแพง จะหาไหน
บทเชิญโนรามี
มือข้าทั้งสิบนิ้ว สอดขึ้นหว่างคิ้ว เหนือเกล้าพระเกศี
ยกขึ้นวันทา ลูกจะร้องเรียกหา โนรามี
แต่ก่อนเขาใจดี พอมาปีนี้ ลูกหลานไม่เคยเห็น
แต่ก่อนแต่ไหร โนรามียอดใย น้ำใจเย็น
ลูกหลานไม่ห่อนเห็น มาเล่นมารำ เสียเถิดหนา
มาเถิดโนรามี ฤกษ์งามยามดี เชิญพ่อมา
มาเถิดมาต้า หว่างตัวลูกยา ร้องเรียก
ดอกจิกดอกจัก ยังเล่าดอกรัก ดอกลำเจียก
ตัวพ่อเหมือนควาย ส่วนตัวลูกชาย เปรียบเหมือนเชียก
ถ้าพ่อไปไหน ลูกน้อยก็ตาม เรียก
ไม่ให้พ่อไปไกลสูง จูงเข้าในโรง มโนรา
บทเชิญตาหลวงทรง
ทั้งหญิงทั้งชาย พี่น้องทั้งหลาย เขาประสงค์
ความรักความห่วง ความเป็นบ่วง ตาหลวงทรง
ถึงเวลาแล้วพ่อจะลง ลูกขอเชิญมา เถิดพ่อมา
มาเถิดมาต้า เพราะพระเวลา มันไม่คอย
หลวงทรงพ่อจงเลื่อนลอย จะให้ลูกหลานคอย ไปถึงไหน
ริบริบไรไร เข้าไปในร่าง พระกายา
มาเร็วเร็วเถิดพ่อแก้ว ลูกจะแผ้วแต่งโรง ไว้คอยท่า
บทเชิญตาหลวงสิทธิ์
กล่าวถูกกล่าวผิด จะขออ้างหลวงสิทธิ์ ติดต่อมา
หลวงสิทธิ์ของลูกแก้ว แล้วแล้วไม่ห่อน ได้อยู่ช้า
หลวงสิทธิ์เจ้าเอย ทรามเชยจับทรง ร่อนลงมา
มาเถิดมาต้า ดำเหนินเดินช้า อยู่ว่าไหร
เข้ามาด้าเหวอยอด พ่อบุญรอดเข้ามา ช้าอยู่ใย
รีบรีบอย่าทำไร เข้ามาในโรง มโนห์รา
หลวงสิทธิ์ของลูกแก้ว แล้วแล้วไม่ห่อน จะอยู่ช้า
ถ้าพ่อมาก่อนให้นั่งหน้า มาช้าให้นั่ง อยู่ข้างหลัง
เราแห่เจ้าเข้าตัว เหมือนแห่เจ้าอยู่หัว ให้เข้าวัง
ธงแดงแห่หน้า ธงราชวา แห่ตามหลัง
เชิญท่านเจ้าตามเส้นด้าย เคลื่อนย้ายเข้ามา ตามเส้นใย
แต่ละองค์เมื่อจับทรง หรือจับลง (สั่น) แล้วจะขึ้นศาล (พาไล) เพื่อตรวจดูเครื่องบูชาแล้วลงมานั่งอมเทียน ๓ ครั้งอาจกินหมากหรือสูบบุหรี่ มีการซักถามกัน หมดปัญหาก็บัดตาหลวงที่เป็นโนราอาจไม่ขึ้นพาไล แต่จะขอเครื่องทรงมาสวมและร่ายรำตามแบบของโนรา
วันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของพิธีลงครู เริ่มด้วยการเชื้อตาหลวงทุกองค์มาลงอีกครั้งในคนทรงเดิม มีการซักถามปัญหานัดแนะพิธีที่จะมีในปีต่อ ๆ ไป จากนั้นมีการสรงน้ำ ระหว่างเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวอยู่ลูกหลานที่บนบานอะไรไว้ก็เตรียมตัวแก้บน พวกเป็ด ไก่ หัวหมู สำรับกับข้าว รวมทั้งเหล้า บุหรี่จัดเตรียมไว้ในโรงโนรา เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จก็ถึงเวลาเสวยวิธีเสวยใช้เทียนขี้ผึ้งวน แล้วเอาเทียนเข้าปากจุดใหม่แล้ววนอีกจนครบอาหารทุกอย่าง เสร็จเสวยก็เป็นช่วงของผู้ที่บนรำบนออกพราน มารำแก้บนกัน จากนั้นลูกหลานเข้าไปหมอบกราบตาหลวง ขอศีลขอพรโดยทั่วกัน ได้พบหน้าลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ตายายก็ดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทางลูกหลานก็ปลาบปลื้ม ไม่พบก็เหมือนได้พบ ได้คุยกับผู้ล่วงลับไปแล้วจริงๆ ที่ดีอีกอย่างหนึ่งก็ตรงได้พบญาติพี่น้องที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะลูกๆ หลานๆ ที่เพิ่มออกมารุ่นใหม่ หลังจากนั้นโนราทำเพลงเชิดคนทรงก็บัด เป็นเสร็จพิธีเข้าทรง
ส่วนโนรายังไม่เสร็จ หลังจากพักรับประทานอาหารแล้วต้องรำอีกรอบเพื่อส่งพ่อแม่ตายาย และไล่ผีสางที่พลอยเข้ามาผสมโรงพลอยกินของสังเวย ราว ๑๖.๐๐ นาฬิกาจึงจบพิธีทั้งหมดหลังจากนั้นญาติที่มาไกลก็ไปเยี่ยมญาติในหมู่บ้านนั้น กว่าจะทั่วก็ตกเย็นจึงกลับบ้านของตัวเอง (สว่าง สุวรรณโร)
| ดูเพิ่มเติมที่ | : แต่งพอก |