ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

แต่งพอก

ภาค : ใต้

แต่งพอก

พิธีแต่งพอกหรือผูกผ้าใหญ่ เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งของโนรา ทำพิธีเช่นเดียวกับพิธีโนราเข้าโรงครูหรือโนราลงครูแต่โรงครูไม่ต้องมีพิธีทางศาสนา และพิธีโนราลงครูจะมีการเชิญวิญญาณบรรพบุรุษโนรามาเข้าทรงด้วย นอกจากนั้นพิธีต่าง ๆ ทำเหมือนกัน การทำพิธีแต่งพอกหรือผูกผ้าใหญ่เป็นพิธีไหว้ครูครอบเทริดให้กับโนราที่ได้ฝึกหัดใหม่ และรำได้เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งภาษากลางเรียกว่า "ครอบ"

ผู้เข้าพิธีทุกคนแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายโนรา แต่พอกผ้าเข้ามากกว่าแต่งตามปกติ คือ มีผ้าพับและพอกไว้นอกผ้านุ่งธรรมดาอีก ๑ ผืน และยังมี "ห่อพอก" ซึ่งทำกับผ้าสีหรือผ้ามีลวดลายก็ได้ ขมวดเป็นปม ๒ ข้างผูกไว้ข้างสะเอว ห่อพอกเดิมเคยทำเป็นหมอนยัดนุ่นไว้ ขนาดเดียวกับห่อทุเรียนกวนหรือทุเรียนเคี่ยว ห่อพอกหรือผ้าพอกน่าจะเป็นเครื่องแต่งตัวหรือที่เก็บเครื่องแต่งตัวสมัยก่อน แล้วจำลองลงมาให้เล็กลงเพื่อสะดวกในการผูกไว้กับเอว เพราะตามธรรมดาโนราเมื่อออกโรงแสดงแล้วก็มักมี "ห่อพาย" เพราะเดินทางไปแสดง ณ ที่ไกลๆ และต้องเดินทางไปเรื่อยๆ ที่เข้าใจเช่นนั้นเพราะได้เห็นจากเครื่องแต่งตัวพราน พรานจะมีย่ามที่เรียกว่า "ห่อพาย" ในห่อพายนั้นมีเคย (กะปิ) ขี้หมิ้น (ขมิ้น) ดีปลี (พริกขี้หนู) สาร (ข้าวสาร) และเงินไปด้วยเพราะเป็นการเดินทางอยู่เสมอ ฉะนั้นห่อพอกก็น่าจะเป็นนัยเดียวกัน

ที่ได้เห็นจากการทำพิธีไหว้ครูแต่งพอกผูกผ้าใหญ่ ของขุนอุปถัมภ์นรากร ซึ่งจัดทำเพื่อครอบเทริดให้นักศึกษา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ณ วิทยาลัยครูสงขลา มีดังนี้

พิธีพระ

ประธานโนราจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ขอศีลอาราธนาพระปริตร พระสวดมงคลจนตัดด้ายสายสิญจน์ (ด้ายสายสิญจน์ต่อจากเทริดที่แขวนอยู่ข้างบน ด้ายนี้เป็นมงคลโนรามักจะนำไปพันที่บนเทริด) ทำพิธีพระจนพระสวดชยันโตประพรมน้ำพระพุทธมนต์ จึงจบพิธีทางศาสนา

พิธีไหว้ครูโนรา

ผู้ไหว้นำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ครูบูชาครู แล้วรำถวายไปตามลำดับต่อไปนี้

สรรเสริญคุณครู

(เพลงหน้าแตระ)

คุณเอียคุณครู

เหมือนฝั่งแม่น้ำพระคงคา

คิ่นคิ่นจะแห้งไหลมา

ยังไม่รู้ส้ิ้นรู้สุด

สิบนิ้วลูกยกขึ้นตำเหนิน

สรรเสริญถึงคุณพระพุทธ

พ่อจำศีลอยู่ยังไมรู้สิ้สุด

ไหว้พระเสียก่อนต่อสวดมนต์

ไหว้พระพุทธพระธรรมเจ้า

ยกไว้ใส่เกล้าใส่ผม

เล่นไหนให้ดีขอให้มีคนรัก

หยุดพักให้ดีมีคนชม

ยกไว้ใส่เกล้าใส่ผม

ยอไหว้บังคมทุกราตรี

ยอเอ๋ยยอไหว้

คุณครูท่านได้ปรานี

ขอศัพท์ขอเสียงให้ลูกเกลี้ยงดี

ลูกน้อยกล่าวคำร่ำกล่าวจิต

กลางคืนลูกไหว้พระจันทร์

กลางวันลูกไหว้พระอาทิตย์

บทบาทพลาดพลั้งระวังผิด

ผิดน้อยลูกหนอขอสมา (ขมา)

สอดเสริญไปด้วยปัญญม

สะสมไปด้วยปัญญา

ขอศัพท์ขอเสียงให้ดังก้อง

เหมือนฆ้องชวาที่หล่อใหม่

ขอศัพท์ขอเสียงให้ก้องดัง

ให้เหมือนกับคำของเจ้าไท

ขอศัพท์ขอเสียงให้ลูกเกลี้ยงใส

ไหลมาเหมือนท่อธารา

โอดแล้ววาดไว้

รำหวาย (ถวาย) พระเทวดา

กันทั้งเสนียดกันทั้งจังไร

ต้นไม้มาเป็นปลายไม้

ลูกไหว้เจ้าเท่ (เจ้าที่) ทั้งเทพารักษ์

ภุมมาอารักษ์ช่วยรักษา

อีกทั้งเจ้าน้ำเจ้าท่า

เมตตาคุมวางมาขวางไว้

คุมวางขวางไว้

พระหัตถ์เบื้องซ้ายเบื้องขวา ออๆ ๆ ๆ

สรรเสริญคุณมารดา

ไหว้บุญคุณครูลูกเสียแล้ว

ไหว้บุญคุณแก้วคุณครูสอน

ไหว้คุณอาจารย์ท่านเสียก่อน

ท่านได้สั่งสอนข้าพเจ้ามา

ไหว้ครูอาจารย์ท่านเสร็จสรรพ

แล้วกลายกลับไปไหว้คุณมารดา

นางแม่ข้าเหย (เอ๊ย) เลี้ยงลูกมา

พิทักษ์รักษาให้เป็นตัว

เลี้ยงลูกแต่น้อยจนคุ้มใหญ่

น้ำใจไม่ให้ลูกได้ชั่

หวาง (กว่า) ลูกจะรอดได้มาเป็นตัว

คุณแม่อยู่หัวจนผ่ายผอม

พริบตาง่วงนอนคู้ก่อนจนรุ่ง

กลัวริ้นกลัวยุงจะได่ตอม

พระภูมิแม่อุ้มถนอม

ค่ำเช้าแม่กล่อมให้ลูกหลับ

โผกเปลเวชาเอาผ้ามาวง

กลัวละอองผองผงจะลงทับ

จนรุ่งแม่นอนไม่หอนหลับ

ตรับ (สดับ) หูอยู่ฟังเสียงลูกร้อง

ยามเมื่อพระแม่เสวยข้าว

คุณแม่เจ้าไม่ทันจะอิ่มท้อง

(เพลงทับ)

ได้ยินเสียงลูกตื่นสะอื้นร้อง

แม่ค่อยย่องมองเข้ามา

มาถึงสองมือแม่ค่อยชูยก

สากลัวลูกจะตกแต่เปลผ้า

มือซ้ายแม่อุ้มไว้ไม่ละวาง

มือขวาแม่คว้าหาข้าวปลา

คำเชิญครู (อย่างพิสดาร)

ฤกษ์งามยามดี

ปานี้ชอบยามพระเวลา

ชอบฤกษ์ร้องเชิญ

ดำเหนินราชครูถ้วนหน้า

ราชครูของน้อง

ลอยแล้วให้ล่องเข้ามา

ราชครูของข้า

มาแล้วพ่ออย่าพ้นไป

เชิญพ่อเข้ามานั่งนี่ลูกหยาย

ถ่ายที่ให้พ่อนั่งใน

มาแล้วพ่ออย่าพ้นไป

มาอยู่เหนือเกล้าเกศา

มาอยู่เหนือเกล้าเหนือผม

มาช่วยคุมลมกันยา

กันทั้งลูกลมพรหมโหด

กันทั้งผีโกติมายา

มากันพรายแกมยา

ละมบเขาฝังไว้ริมทาง

มากันให้ถ้วนให้ถี่

มากันลูกนี้ทุกที่ย่าง

ละมบเขาฝังไว้ริมทาง

จำไว้แวะซ้ายแวะขวา

สิบสองหัวช้างสิบสองเชียก

จำให้พ่อร้องเรียกหา

ถ้าพ่อไม่มา

ลูกยาจะได้เห็นหน้าใคร

เห็นหน้าแต่ท่านผู้อื่น

ความชื่นลูกยามาแต่ไหน

ให้ลูกเหลียวหน้าไปหาใคร

เหมือนใยราชครูถ้วนหน้า

ลูกไหว้ครูพักอีกทั้งครูสอน

ไหว้แล้วเอื้อนกลอนต่อมา

ไหว้ครูสั่งสอนข้า

พ่อมาคุมหน้าคุมหลัง

มาเถิดพ่อสายสมร

มาคุ้มลูกเมื่อนอนเมื่อนั่ง

มาคุมข้างหน้าข้างหลัง

พ่อมาวังซ้ายวังขวา

ราชครูของน้อง

ลอยแล้วให้ล่องเข้ามา

ราชครูของข้า

ดำเหนินเชิญมาให้หมดสิ้น้น

ไม่ว่าอยู่แค่หรืออยู่ไกล

ลูกร้องกาศไปให้ได้ยิน

ดำเหนินเชิญมาให้หมดสิ้น

ไหลแล้วให้เทกันเข้ามา

ขุนโหรญาโหรขุนพรานญาพราน

โปรดปรานเหนือเกล้าเกศา

ไหว้พรานเทพเดินดง

พระยาพรานคงมาเดินป่า

พรานบุญทรีกษา

เดินจำนำหน้าราชครู

แม้นผิดแม้นพลาดตรงไหน

ชาวไทยเมตตาได้เห็นดู

บรรดาราชครู

มาอยู่เบื้องซ้ายเบื้องขวา

ลูกจับเริ่มเดิมมา

ไหว้ขุนศรัทธาเป็นประธาน

ไหว้ตาหลวงเสนได้เป็นครูพัก

เป็นหลักนักเลงแต่โบราณ

ถัดแต่นั้นทองกันดาร

ไหว้ตาหลวงเสนสองเมือง

ไหว้ตาหลวงคงคอผมหมอ

ไหว้เท้าวิจิตรเรือง

โปรดให้รับท้าวเข้าสู่เมือง

ลือเลื่องความรู้ได้เล่าเรียน

พ่อมาสอนศิษย์ไว้ต่างตัว

ไม่คิดกลัวเพราะความเพียร

สิบนิ้วข้าหรือคือเทียน

สถิตเสถียรยอไหว้ไป

ยอไหว้พระยาโถมน้ำ

โฉมงามพระยาลุยไฟ

พระยาสายฟ้าฟาด

ลูกน้อยนั่งร้องกาศไป

พระยามือเหล็กพระยามือไฟ

ไหว้ใยตาหลวงคงคอ

ไหว้ลูกของพ่อที่แทนมา

ชื่อจันทร์กระยาผมหมอ

ตาหลวงคงคอ

ผมหมอหลวงชมตาจิตร

เมื่อยามเป็นคนพ่อทองหลวงนาย

แต่ท้าวมาไร้ความคิด

หลวงชมตาจิตร

ผิดด้วยสนมกรมชาววัง

พ่ออาบน้ำทาแป้ง

ดับแดงไม่ทันได้ผันหลัง

ผิดด้วยสนมกรมชาววัง

รับสั่งผูกคอให้ฆ่าเสีย

พ่อไม่ทันสั่งลูก

บุญปลูกไม่ทันได้สั่งเมีย

รับสั่งผูกคอให้ฆ่าเสีย

ในฝั่งแม่น้ำย่านยาว

หากพ่อมาตายด้วยเจ็บไข้

ลูกรักจักได้ไปถามข่าว

ในฝั่งแม่น้ำย่านยาว

ชีวิตพ่อม้วยมรณา

ถ้าพ่อตายข้างฝ่ายเล

ให้เป็นเหยื่อเข้เหรา

พ่อไปตายฝ่ายเหนือ

ให้น้ำเน่าน้ำเหงื่อไหลมา

น้ำเน่าลูกเอาลายจันทน์

น้ำมันลูกลายแป้งทา

โดกแข้งโดกขา

ลูกยาไว้ทำไม้กลัดผม

ดวงเนตรพ่อทองผมสอด

ลูกน้อยไว้ทำหลอดอม

ทำไม้กลัดผม

ชมต่างพ่อร้อยชั่งแก้ว

โอ้พ่อร้อยชั่งแก้ว

สองแถวพ่อร้อยชั่งอา

ร้อยชั่งรักข้า

พ่ออย่าตัดรักเสียให้ม้วย

พ่ออย่าตัดลูกเหมือนตัดตาล

พ่ออย่ารานหลานเหมือนรานกล้วย

พ่ออย่าตัดรักเสียให้ม้วย

เห็นดูด้วยช่วยรำมโนห์รา

เชิญครู (อย่างย่อ)

ฤกษ์งามยามดีป่านี้ชอบยาม

ยามพระเวลา

ชอบฤกษ์ร้องเชิญดำเหนินพระราชครู

ครูก็ถ้วนหน้า

ราชครูของน้อง ลอยแล้วให้ล่อง

ล่องกันเข้ามา

ราชครูของข้า มาแล้วพ่ออย่า

อย่าพ้นไป

เข้ามาเถิดเหวยยอด

พ่อทอดเข้ามาเถิดเหวอใย

มาแล้วพ่ออย่าพ้นไป

มาอยู่เหนือเกล้าเกศา

มาแล้วพ่ออย่าพ้นไป

ช่วยกันคุณมนตร์คุณยา

กันทั้งโลกลมพรหมโหด

กันทั้งผีโภติมายา

กันทั้งพรายแกมยา

ละมบเขาฝังไว้ตามทาง

กันถ้วนกันถี่

ช่วยคุ้มกันลูกนี้ทุกที่ย่าง

ละมบเขาฝังไว้ตามทาง

ขอให้แวะซ้ายแวะขวา

ไหว้ขุนศรีศรัทธาเป็นต้นเชียก

จำให้ลูกร้องเรียกหา

ไหว้แม่ศรีมาลาแม่ก็เป็นครูต้น

ข้ามเสียไม่พ้นแม่เหลยหนา

แม่นวลทองสำลี แม่ใจดี

แม่เชิญ มาเถิดแม่มา

ขุนโหร ยาโหร ลูกจะไหว้ชขุนพราน

ได้โปรดปรานเหนือเกล้าเกศา

ลูกตั้งสัดเคกาเม

ชุมนุมพระเทวดา

เช่น

คาถาว่า "อุกาสะสัพเพียญชนะ สัมปันน์ สาริย์ โภชนาย์ อุทก์ วาร์ สัมมาสัมพุทธธัสสะ ทะทามิห์" (ว่า ๓ จบ) แล้วตั้งสัคเคกาเม เป็นการชุมนุมเทวดา

เชิญครูหมอ

สังเวยครูหมอ (ออกชื่อครูหมอ) ให้พวกบ่าวไพร่ พวกหาบหมอนคอนผ้า นายหมื่นช้ายหมื่นขวา ครูหมอ พรานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

กล่าวอวยพร

วันนี้ข้าไหว้เล่า  พระอรหันต์เจ้าทั้งสิบทิศ

เทวัญชั้นอกนิษฐ์  ช่วยป้องปิดคุ้มโพยภัย

หนบูรพ์พระปัดมุด  พระเจ้าโอยบมิคลา

พระหริวัดผู้เป็นใหญ่  อยู่อาคเนย์และทิศา

ประทักษิณกัสสโป  พระเจ้าโอยบ่มิคลา

หรดีอรหันตา  อยู่รักษาพยาบาล

ฝ่ายทิศปัจฉิมเม  พุทธิสิกเขผู้ทรงญาณ

พายัพดังบรรหาร  พระสุเมธาอยู่ป้องกัน

อุดรสไกรลาส  ทรงอำนาจฤทธิ์ขยัน

อีสานอรหันต์  พระทรงธรรม์สรณังกร

ปฐวีศรีสรรเพชญ  องค์สมเด็จกุกสุนทร

อากาศมุนีวร พระทิพดังนั่งเฉิดฉาย

เจ้าอุลิตและทิศา  เรืองฤทธาคุ้มอันตราย

โอยชัยประสิทธิ์ให้  คุ้มอันตรายได้ปรานี

เดชะข้ากราบไหว้  ขอคุณไว้เหนือเกศ

แล้วไหว้คุณพระบิดาทั้งมารดา ย่าป้าน้าข้าทั้งนี้

กันภัยอย่ามามี  เสนียดจังไรอย่ามาพาน

คุณครูผู้ประเสริฐ  เข้ามาอำให้ทำการ

ขอคุณเป็นเพดาน  มาป้องกันแห่งตัวกู

โอมชัยมหาชัย  กันจังไรกันศัตรู

คุณครูอันเรี่ยวแรง  เป็นกำแพงมาล้อมอยู่

กันภัยกันศัตรู  หนีไกลกไปพันโยชน์

โอมชัยมหาชัย  กันจังไหรแสนพันโกฏิ

หนีไปไกลพันโยชน์  ทั้งผีโภติบ่ทนทาน

คุณครูและอาจารย์  มาเป็นประธานช่วยบำรง

เรี่ยวแรงแข็งมั่นคง  มาปกเกล้าเฝ้ารักษา

สรรพทุกข์สรรพโศก  ภัยร้อนโรคร้ายอย่ามีมา

คุณครูปกป้องข้า  เป็นกำแพงแข็งรัดรึง

ความเจ็บอย่ามาใกล้  ความไข้อย่ามาถึง

ขอคุณเป็นที่พึ่ง  โอมชัยชัยสิทธิเม

รำถวาย

(หน้าแตระ)

เวเอ๋ยเวลา

เที่ยงแล้วมันมาไรไร

มาเราค่อยจับค่อยจ้อง

มาเราค่อยร้องค่อยไป

นวลมาต่อนวล

ใยมาต่อใย

น้าวด้ายมาต่อด้วยไหม

ต่อเล่นด้วยใยน้องหนา

มาถึงโรงลูกตั้งนโม

อิติปิโสภควา

ตั้งเยเกจิ

อกุสลา ธัมมา

ไหว้พระเจ้าทั้งห้า

ไหว้พระธรรมทั้งเจ็ดคัมภีร์

อย่าให้ศัตรูมาเบียนลุ (ลูก)

ไหว้คุณธาตุทั้งส่

พระธรรมเจ็ดคัมภีร์

มีอยู่ในร่างกายา

พระวิภังค์ได้แต่งหู

พระสังฆเณได้แต่งตา

ขนทั้งเก้าล้านเส้น

ไม่เว้นพระธรรมแต่งให้มา

ธาตุกัตถะแต่งหมูก (จมูก)

ลูกยาได้หายใจ

บุคคลบัญญัติได้แต่งปาก

ไม่ยากเจรจาปราศรัย

แต่สิ้นแต่งจบ

พระยกเข้ามาในหัวใจ

แต่งจนครบไป

ครบใส่ในร่างกายา

ลูกกาศพระครูเท่านั้นแล้ว

ผ่องแผ้วเป็นเพลงพระคาถา

ลูกไหว้นางหงส์กรงพาลี

นางธรณีเมขลา

ไหว้บริถิวราชา

ภุมมาหาลาภหาชัย

นางธรณีบุญปลูกแม่โภควัดดี

ธรณีแม่ได้เป็นใหญ่

ลูกจะเล่นเต้นรำ ทำบนเหนือแม่

ลูกแหละจะขออภัย

เหนือเกล้าเกศาท่านให้ไกล

ไหว้ภูมิสถานท่านเจ้าบ้าน (ท่านเจ้าวัด ท่านเจ้าที่-แล้วแต่ที่เล่น)

รำท่าครูสอน

ครูเอ๋ยครูสอน  เสดื้องกรต่อง่า

ครูสอนให้โผกผ้า  สอนข้าให้ทรงกำไล

สอนครอบเทริดน้อย  แล้วจับสร้อยพวงมาสลัย

สอนทรงกำไล  สอดใส่ซ้ายใส่ขวา

เสดื้องเยื้องข้างซ้าย  ตีค่าได้ห้าภารา

เสดื้องเยื้องข้างขวา  ตีค่าได้ห้าตำลึงทอง

ตีนถีบพนัก  ส่วนมือชักเอาแสงทอง

หาไหนให้ได้เสมือนน้อง  ทำนองพระเทวดา

ท่าสอนรำ

สอนเอ๋ยสอนรำ  ครูสอนให้ข้ารำเทียมบ่า

ปลดปลงลงมา  ครูข้าให้รำเทียมพก

วาดไว้ปลายอก  ให้ยกเป็นแพนผาหลา

ยกขึ้นเสมอหน้า  เรียกช่อระย้าพวงดอกไม้

ปลดปลงลงมาใต้  ครูให้ข้ารำโคมเวียน

กระหนกรูปวาด  วาดไว้ให้เหมือนรูปเขียน

กระหนกโคมเวียน  รำท่ากะเชียนปาดตาล

ฉันนี้เหวยนุช  พระพุทธเจ้าห้ามมาร

ฉันนี้นงคราญ  พระรามจะข้ามสมุทร

ท่าประถม

ตั้งต้นให้เป็นประถม

ถัดมาพระพรหมสี่หน้า

รำท่าสอดสร้อย

ห้อยเป็นพวงมาลา

เวโหยนโยนช้า

ให้น้องนอน

รำท่าผาหลา

แล้วซัดลงมาเพียงไหล่

พิสมัยร่วมเรียง

เข้ามาเคียงหมอน

รำท่าต่างกัน

หันเป็นมอน

มรคาแขกเต้า

บินเข้ารัง

รำท่าตระต่ายชมจันทร์

พระจันทร์เข้ามาทรงกลด

รำท่าพระรถทิ้งสาร

มารกลับหลัง

รำท่าชูชายนาดกรายเข้าวัง

แล้วมานั่งคอยท่าเจ้านครินทร์

ขี้หนอนร่อนรำมาเปรียบท่า

พระรามรามาท้าวน้าวศิลป์

ฝูงมัจฉาล่องมาในวาริน

หลงใหลไปสิ้นงามโสภา

ท่าโตเล่นหางกวางโยนตัว

รำยั่วเอาแป้งมาผัดหน้า

หงส์ทองลอยล่องว่ายน้ำมา

พวกเหรา (บ้างว่า "เหมรา") เล่นน้ำสำราญนัก

ท่าโตเล่นหางกวางเดินดง

รำท่าพระสุริยวงศ์ผู้ทรงศักดิ์

รำท่าช้างสารหว่านหญ้าดูน่ารัก

รำท่าพระลักษณ์แผลงศรจรลี

ท่าขี้หนอนฟ้อนฝูงยูงมาฟ้อนหาง

ขัดจางหยางให้นางรำทั้งสองศรี

ซัดขึ้นให้เป็นวงมานั่งลงให้ได้ที่

ชักสีซอสามสายย้ายเพลงรำ

รำท่ากระบี่ตีท่า จีนมาสาวไส้

รำท่าชะนีร่ายไม้อยู่เฉื่อยฉำ

เมขลาล่อแก้วแล้วชักลำนำ

เพลงรำแต่ก่อนครูสอนมา

บทปลงอนิจจัง

ฝนตกข้างเหนือเหอ

โตนหมันลงฉาฉา

แทงท่อลงมา

โถกเขาพระยากงจีน (บางสำนวนว่า กรุงจีน)

โถกข้างหัวนอน

หลายไปข้างเกาะตีน

โถกเขาพระยากงจีน

ต่อเชิงด้วยเขาพระยาโฮ้ง

พี่บ้าไปตามน้อง

เหมือนเจ้าพลายทองตามโขลง

ช้างไปไม่ลืมโรง

พี่ไปไม่ลืมน้องหนา

โสเอียโสกัง

น้ำเอียมันถั่งชายคา

แทงท่อลงมายังค่ำ

ไม่รู้เต็มออม (บ้างว่า กะละออม)

นิจจาฝูงคน

ลังบ้างก็พีลังบ้างก็ผอม

บ้างนั่งเป็นทุกข์เป็นตรอม

ลังบ้างก็ผอมผอมเหมือนไข้

นิจจาฝูงคน

เมื่อแก่แล้วมันหล่นหล่นเหมือนใบไม้

บ้างเจ็บบ้างไข้

ลังบ้างผัวตายตายก่อนเมีย

พี่ทำบุญมาไม่รอดชั่ว

ลังบ้างผัวตายตายก่อนเมีย

ทรัพย์สินสมบัติ

แต่ล้วนกระสับสูญเสีย

เรารักกันตัวกับเมีย

เราจะพากันไป พากันไปไม่ได้

จะติดตัวเราไป

ได้แต่คุ้นไฟกับท่อนไม้

เผาตัวเสียให้ไหม้

ช้างในป่าช้า ในป่าช้าน่าสงสาร

บางคนขึ้นหลังไม่รอด

เอามือไปสอด มือสอดกับบ่วงมาร

ตัดความรำคาญ

เพื่อนฝูงของเราเพื่อนฝูงของเราถ้วนหน้า

บทพลายงาม

เที่ยงแล้วพึ่งได้มาลงโรง

พลายงามตามโขลงแล้วก็มาเข้าซอง

กลิ้งเกลือกเสือกสนคำรนร้อง

เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองเป็นหนักหนา

เทียมแต่หมอเฒ่าจับได้มา

อาลัยในคาออกไปไม่ได้

เชียกหนังรัดรึงตราตรึงไว้

เดื้องตัวไม่ได้แล้วก็หาไม่มี

เชียกหนังรังคอใช้พอดี

ใครจะมาปรานีหามีไม่

เมื่อยังอยู่คงดอนนอนสบาย

งวงหักใบไม้เข้ามารองนอน

แล้วกลิ้งท่อนไม้เข้ามาไว้ข้าง

ยกพระเศียรขึ้นวางเกยต่างหมอน

ยามเที่ยงยามสายเจ้าพลายร้อน

ตื่นแต่นอนไปสรงพระคงคา

ชักชวนพวกฟังร้อยชั่งพี่

ไปสรงวารีอยู่เป็นอัตรา

หวันเย็นสักหน่อยค่อยกลับมา

เดินตัดลัดป่ามายังลาน

มาถึงนางยืนเข้าเป็นกง (วง)

กรเกี้ยวเป็นวงน่าสงสาร

ฯลฯ

ตั้งเมือง

ที่เรียกว่าตั้งเมือง เป็นตอนที่พระยาสายฟ้าฟาด ทำโรงโนรามอบให้หลานซึ่งตอนหลังได้พระราชทานนามว่า "ขุนศรีศรัทธา" ตามเรื่องไปเกี่ยวพันกับพระสุธนชาดก คือมีพราหมณ์และพระมาสวด ตั้งร้าน ๒ แถวในเมืองอุดรปัญจา

พิธีใช้แม่ขัน (โบราณนิยมใช้ขันตราสิบสองนักษัตร)วางตรงกลาง ในแม่ขันมีมีดโกน หินลับมีด ข้าว ๓ รวง ใบเฉียงพร้า ใบหมากผู้ หญ้าคา หญ้าขัดมอน เงินเหรียญ ๑ เหรียญ เทียนชัยตั้งบน จุดเมื่อเริ่มตั้งเมือง

(คำกล่าว)

        สมเด็จพระภูธร

ตั้งเมืองอุดรปัญจา

เขอ (ชื่อ) เมืองพระองค์

นับได้ห้าร้อยพันวา

แปเมืองพระราชา

นับมาได้ห้าโยชน์ปลาย

ในเมืองพระองค์ก็แรกลำ

แรกลำจำจาย (ขายของ)

ตั้งแต่ร้านสองฝ่าย

ค้าขายเรียงรายเรียงรายเป็นแถว

ที่หน้าเมืองพระองค์

ยังมีแต่ต้นต้นพับแพว

ชีพราหมณ์พฤฒาต่างมา

ให้พร ให้พรแจ้วแจ้ว

ตั้งแต่ร้านสองแถว

ในเมืองอุดร อุดรปัญจา

        กล่าวถึงพระโพธิสัตว์

เอ๋้อ เอ้ย เอ้อ เอยเอย

ยังไม่ได้ตรัส

ตรัสถึงพระโสดา

วันหนึ่งท้าวไม่ได้ลงมา

ท้าวเข้าอาศัยในคีรี

สมสู่อยู่ด้วยเจ้ากินตารา

รูปโฉมโสภางามมีศรี

มาสมสู่อยู่ด้วยพระภูมี

นามชื่อว่าสาวชาวขี้หนอน (กินนร)

เข้ามาร่วมรักด้วยพระบาท

เมื่อท้าวได้เสวยราชพระนคร

นามชื่อนารีเจ้าขี้หนอน

เกิดสำหรับเมืองพารา

ขี้หนอนเจ้าพี่ขี้หนอนโสภา

เสดืองแขนซ้ายย้ายมาหาแขนขวา

เสดืองแขนขวายักย้ายมาหาแขนซ้าย

ซัดขึ้นให้เป็นดวงเป็นช่อพวงดอกไม้

เยื้องขวาหาซ้ายยักย้ายด่างกัน

เสียงปีเสนาะไพเราะสนั่น

โทนทับรับกันเสียงสนั่นครื้นเครง

หน้อยติงหนิงหน้อยทอยดินิงๆ เหนง

ฟังเสียงเสนาะเพราะเพลง

โอ้เพลงนางขี้หนอน

บ้างนางรำร่อน

เวียนว่อนงามสรรพ

นางหนึ่งรำดี

บางคนตีทับ

บ้างนางร้องขับ

ร่ายเราะเสียงหวาน

ส่วนเอวเจ้ากลม

แลสมประมาณ

หน้าคือบัวบาน

แลสมด้วยแก้ม

บางนางยิ้มแย้ม

สองแก้มพรายพราย

นางคนหนึ่งชาวหลาด (ตลาด)

ยุรยาตรนาดกราย

เป็นเชิงเป็นชาย

รำเป็นท่ากริชรี

ขี้หนอนโสภา

ซัดให้เป็นท่ากระบี่

ซัดเข้าสามที่

ตืนตั้งนั่งยอง

ฟันแม่แกมลูก

ถูกตามทำนอง

ปลดเปลื้องเยื้องย่อง

ทำนองเรื่องราว

ขี้หนอนโสภา

รำเป็นท่าดาบยาว

เมื่อแรกจะเข้า

ย่างตามตีนไป

หวดขวาฟันขวา

หน้าตาว่องไว

ยกตีนซ้ายไป

มือพลันพลอยตาม

ขี้หนอนหน้านวล

แทงทวนไม่ขาม

รำท่างดงาม

แล้วรำท่ากริ้งกริ้ว

รำท่าจีนเล่นงิ้ว

ทำคอง็อกแง็ก

บ้างนางหนึ่งเล่า

ทำท่าแปลกแปลก

รำท่าเพลงแขก

ไม่ให้ยกรักแร้

เป่าปี้หนี้แหน้

รำท่าโขนชวา

สาไทไต่ลวด

กวดขันหรรษา

รำท่ามาลา

เมื่อจะขึ้นไต่หนัง

ตีนเต้นมือง่า

ผินหน้าผินหลัง

บ้างนาดระฆัง

ทอยติหนิงๆ เหน้ง

ตึกตักครีมคร่ำ

ตะติพลัมตะติเพลง

ทอยติหนิงหนิงเหนง

ทอยติเหนงฉาฉา

เวลาขี้หนอนร่อน

มาถึงจับต้นไทร

(เจรจา)

ช้าพระยาหงส์

โอ้เจ้าพระยาหงส์เอย

ปีกอ่อนร่อนลงในดง....ป่ากล้า

รูปร่างของเจ้าสาดีดี

เหตุไหรไปมี...ผัวบ้า

ปักษีดีวงลงป่ากล้า

ทอยดิเหนงช้าๆ โอ้เจ้าพระยาหงส์เอย

โอ้เจ้าพระยาหงส์เอย

ปีกอ่อนร่อนลงในดง....ป่าพร้าว

หน้าของเจ้าสาดีดี

เหตุไหรไปมี...ผัวเฒ่า

ปักษีตีวงลงป่าพร้าว

ทอยติหนิงติงช้า เจ้าพระยาหงส์เอย

เจ้าพระยาหงส์เอย

ปีกอ่อนร่อนลงในดง....ป่าหมาก

รูปร่างของเจ้าสาสวยดี

เหตุไหรไปมี...ผ้วยาก

ปักษีดีวงลงป่าหมาก

ทอยติหนิงติงช้า เจ้าพระยาหงส์เอย

(ว่าอย่างนี้เรื่อยๆ แล้วแต่เวลาจะอำนวย)

จับบทสิบสอง

จับบทสิบสองหรือบางทีก็เรียกกันว่า "จับบทออกพราน"โดยโนราจะแสดงเรื่อง ๑๒ เรื่อง คือ นางมโนห์รา พระรถเมรี ลักษณวงศ์ โคบุตร สังข์ทอง คาวี พระอภัยมณี จันทโครบ สินนุราช สังข์ศิลป์ไชย มณีพิชัย หรือยอพระกลิ่น (ยมกลิ่น) หรือไกรทอง ตามลำดับ การทำบทนี้ทำแต่เพียงสั้นๆ ตามเวลาเพราะถ้าแสดงทุกเรื่องอย่างละเอียด จะทำได้ยากมากจึงเพียง กล่าวบทแสดงตามบทดังต่อไปนี้

๑. ขอแสดงแจ้งเรื่องในเบื้องบท

ครบกำหนดสิบสองทำนองสาร

จะกล่าวถึงนางมโนห์ราปรีชาชาญ

สิทธาจารย์เขาจะเอาไปเผาไฟ

นางจึงขึ้นไปวอนแก่แม่ผัว

เป็นบุญตัวได้รอดไม่ตักษัย

ได้หางปีกหลีกหนีแม่ผัวไป

สู่เวียงชัยไกรลาสปราสาทนาง (มโนห์รา)

๒. ฝ่ายพระรถบทช้ำทำลูกไม้

ได้ถามไถ่แม่รี (เมรี) ไม่เหินห่าง

ลวงให้กินสุราพูดจากันพลาง

ถามต่างต่างนางเล่าแจ้งไม่แพร่งพราย

...(เจรจา)

พระรถลวงนางเมรีให้ดื่มสุราจนเมามาย แล้วลวงถามเรื่องแม่กำพด (ที่เก็บดวงใจของนางสนทรา) ที่เก็บนัยน์ตาของนางสิบสองและห่อยาผงจนหมดสิ้นแล้วหนีไป

เข้าไปสู่ห้องเถิดเจ้างามข้าเอ๋ย...

ได้ดวงเนตรแม่ป้ากับยาผง

แล้วทรงพาชีหลีกหนีหาย (พระรถ-เมรี)

๓. จะกล่าวถึงเกสรค่อนระคาย

พี่ไม่พาน้องไปเข (ขี่) เปล

ลักษณาวงศ์หลงเพ้อละเมอพึมพำ

นั่งร่ำพระคาถา

ตั้งแต่วันนี้ไปอย่าได้เข้ามา

...(เจรจา)

พระเจ้าตาเขาไม่อยู่ดูไม่ดี (ลักษณวงศ์)

๔. พระโคบุตรสุดเพ้อละเมอฝัน

เรียกอำพันนี่แน่มเหสี

พระเยื้องย่องออกจากห้องของนางมุนี

พระภูมีผวาเที่ยวคว้าไขว่ (โคบุตร)

๕. ท้าวสามลจนจิตให้คิดแค้น

ออกนั่งแท่นพระโรงทองอันผ่องใส

เงาะป่ามันพาธิดาไป

ท้าวเคืองขัดพระทัยทุกเวลา

รจนาเจ้ากรรมมันทำชั่ว

...(เจรจา)

เงาะป่ามันพาธิดาไป

ท้าวเคืองขัดพระทัยไม่รู้วาย (สังข์ทอง)

๖. สององค์ทรงเผยผอบแก้ว

เลิศแล้วเห็นเส้นเกศาสาย

ผมฟูตรลบด้วยอบอาย

นึกแม่นหมายว่าเจ้าดวงสมร (คาวี)

๗. ศรีสุวรรณผันพักตร์ชักชวน

ทรามสงวนเกษราพงางอน

นานแล้วทำไหรที่ไม่มา

นานแล้วไม่ได้มาดูดวงสมร

ฟังคำพี่ว่าพงางอน

นี่ดวงสมรยอดสนิทเจ้าอย่าได้บิดพลิ้ว (พระอภัยมณี)

๘. นางโมราเมื่อตายได้กลายเป็นชะนี

ร่ายพฤกษีหิวโหยน้องพี่โหยหิว

ยามเย็นวิตกหัวอกพริ้ว

พระพายฉิวพัดพานางโสกาพลาง (จันทโครบ)

๙. สินนุราชผาดทรงกับนงเยาว์

ทุกลำเนาเขาป่าพนาสัณฑ์

นกอินทรีจะบอกให้เจ้าเอ๋ย

...(เจรจา)

นกอินทรีบอกให้ได้รู้เหตุ

ว่าแก้วเกษบุปผาไม่อาสัญ

นางสั่งความไว้แล้วทุกสิ่งอัน

กงสนฑ์นั้นลักพานางคลาไคล (สินนุราช)

๑๐. นางสุพรรณผันแปลเหลียวแลไป

เดี๋ยวหนึ่งพระสังข์ศิลป์ชัย

...(เจรจา)

เปิดแล้วหรือเจ้าปากตูห้อง

ทั้งสองพูดเพราะพรายน้องพี่เสนอขาน (สังข์ศิลป์ชัย)

๑๑. มณีพิชัยให้ไขว่คว้า

ยุคหัตถาพราหมณ์น้อยชะม้อยชม

ละม้ายกับเจ้ายมกลิ่นพี่ยังกินแหนง

ทำเสแสร้งฉวยคว้าภูษาห่ม

ดูจริตไม่ผิดนางทรามชม

ทั้งเนื้อทั้งนมทั้งคอทั้งคางเหมือนกับนางแก้ว

เจ้ายมกลิ่นเมียของพี่

ที่พระชนนี้เธอขับเสีย

ในอกหมกไหม้คือไฟเลีย

ท้าวสำคัญว่าเมียค่อยย่องเข้ามา

มาถึงสองมือฉวยพระหัตถ์

นางพลิกผลัดว่าอย่าข้าไม่ไหว

ขอเชิญพ่อบุญมาก

พ่องามหลากเชิญกลับไป

อย่ามาพิไรฉันไม่ยอม

จริงหรือหม่อมนาง (มณีพิชัย)

๑๒. ชาละวันหันโกรธโลดผลุง

คอยหมายมุ่งมองแพให้แลเหลียว

นายไกรยืนร่ายมนตร์กำราบเขี้ยว

กุมภีเหลียวฟาดผางเข้าที่กลางแพ

นายไกรวิ่งขึ้นเขหลังไม่ยั้งไม่หยุด

กุมภีมุดพาไปในกระแส (ไกรทอง)

....(เจรจา)

สิบสองเรื่องเปลื้องไว้พอได้แล

ขอแสดงแต่เท่านี้น้องพี่เหย (เอ๋ย)

รำส่ง

เย็นมาแล้วระย่ำ

ค่ำมาแล้วชอบยามพระเวลา

ถึงยามจะแก้ผ้า

ยังเล่าเวลาโนราจะขึ้นโรง

ครั้นพี่จะบ้าไปตามน้อง

เสมือนเจ้าพลายทองมาตามโขลง

ช้างไปไม่ลืมโรง

โขลงไปไม่ลืมน้องหนา

ชอบฤกษ์ลูกร้องส่ง

ถ้วนทุกองค์พระเทวดา

เมื่องายเข้าเชิญมา

ครั้นเวลาลูกร้องส่งส่งให้พ่อไป

ผีโพไปโพผีไทรไปไทร

ผีต้นไม้ใหญ่ไปสู่สถานที่ท่านมา

ลูกร้องส่งแต่องค์เทวดา

ราชครูของข้าพ่ออย่าไป

ลงจากศาลาพาไล

เข้าไปสู่ในชุ้มเถิดพ่อหนา

ลูกร้องส่งเท่าแต่องค์เทวดา

ส่งมาเทียมโพก้านแยก

เทวดาฝ่ายไทยต้องไปไทย

เทวดาฝ่ายแขกต้องไปแขก

ส่งมาเทียมโพก้านแยก

แยกไปเถิดพระเท-เทวดา

(กลอน ๔)

นางนกจอกเหอ

บินออกชายคา

ทำปีกวาวา

ว่าจะข้ามสมุทัย

บินไปไม่ได้

หนทางยังไกล

ข้ามสมุทัย

ไปแล้วน้องหนา

นางนกจอกเหอ

บินออกชายคา

ทำปีกวาวา

ว่าจะข้ามสาคร

บินไปไม่ได้

เพราะปีกขายังอ่อน

บินข้ามสาคร

ไปแล้วน้องหนา

นางนกูจอกเหอ

บินออกชายคา

ทำปีกวาวา

ว่าจะข้ามเลวน

บินไปไม่ได้

เพราะหาไม่ขน

ข้ามทะเลวน

ไปแล้วน้องหนา

(หันกลับมาสั่งโรง)

ตรัสว่าค่อยอยู่

นางโอกะแชงแชงทั้งหกเสา

ก็อยู่เถิดหนาแม่ตาเพรา

ไปแล้วชายมามาเล่าเหย

ตรัสว่าค่อยอยู่

นางโอกะแชงแชงทั้งสองตอน

เจ้าทรามบังอร

ไปแล้วชายมาชายมาเล่าเหย

แล้วตรัสว่าค่อยอยู่

นางโอกะแชงกะแชงแสดอกจับ

เกณฑ์ตาพื่นะน้องเหออาภัพ

ครั้นไปแล้วใช่กลับกลับมาเล่าเหย

เชิด-ตัดเหมรย

(คำร้องครู)

ซ้ายมาแล้วพวกเรา                           ใบไม้มันเหงาเหงาไปทั้งป่า

เย็นแล้วระย่ำ                                    ค่ำแล้วชอบยามพระเวลา

ถึงเวลาจะแก้ผ้า                                ถึงเวลาโนราจะขึ้นโรง

ไม่อาจจะบ้าไปตามน้อง                      เหมือนเจ้าพลายทองตามโขลง

ช้างไปไม่ลืมโรง                               โขลงไปไม่ลืมน้องหนา

ท่านทุกองค์เทวดา                            ตัวข้าร้องส่งส่งให้พ่อไป

ลงจากศาลาแต่พาไล                         พ่อไปตามทางที่พ่อมา

พวกหาบหมอนคอนผ้า                       พวกเจ้าพานายไปไวไว

ไหนเว้อไหนเหวอ                             พวกชาวธนูชูหางไก่

พาเจ้าพานายไปไวไว                        ไปตามทางที่พ่อมา

ถ้ามาช้างให้แต่งช้าง                          ถ้ามาม้าให้แต่งม้า

เชิญลงมาจากบรรณศาลา                   ส่งมาเทียมโพก้านแยก

เทวดาฝ่ายไทยไปไทย                       เทวดาฝ่ายแขกไปแขก

ส่งมาเทียมโพก้านแยก                       แยกไปเถิดพระเทวดา

(ภิญโญ จิตต์ธรรม)

 

 


ตารางแสดงบริเวณพิธี

 


โรงโนราต้องปลูกให้ถูกตามแบบแผน หันหน้าให้ถูกทิศ ให้สังเกตว่ามีกระแชงอยู่ ๑ ผืน คลุมอยู่เหนือหลังคา
เพราะตามแบบแผนกำหนดว่าโรงที่จะใชประกอบพิธีต้องมุงด้วยกระแชง ในที่นี้จึงมุงเอาเคล็ด

 


ศิษย์

 


เครื่องเซ่นสรวงและบูชาครู รวมทั้งที่สิบสอง

 


เครื่องเซ่นสรวงและบูชาครู รวมทั้งที่สิบสอง

 


บูชาพระรัตนตรัย

 


บวงสรวง

 


ศิษย์กราบขอขมาและรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์

 


ขุนอุปถัมภ์นรากร (ขวา) กำลังครอบเทริดให้แก่ศิษย์

 


ขุนอุปถัมภ์นรากร รำแต่งพอก ให้วันครอบเทริด (ครอบ) ให้แก่บรรดาศิษย์ สถาบันทักษิณคดีศึกษา เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓
ให้สังเกตว่าที่สะเอวตรงใต้ข้อศอก มีห่อผ้าเหน็บติดอยู่ ห่อผ้านี้เรียกว่า "ห่อพอก"

 


นักสำหรับนั่งรำต้องทำด้วยไม้ไผ่

 


ครูและศิษยานุศิษย์ร่วมรำถวายมือ

 


ครูและศิษยานุศิษย์ร่วมรำถวายมือ

 


การรำในบทต่างๆ ของขุนอุปถัมภ์นรากร

 


การรำในบทต่างๆ ของขุนอุปถัมภ์นรากร

 


การรำในบทต่างๆ ของขุนอุปถัมภ์นรากร

 


ให้สังเกตห่อพอกในพื้นที่ที่ล้อมรอบ อันเป็นที่มาของคำว่า "แต่งพอก"