ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ถ้ำพระพุทธโกษีย์, วัด

ภาค : ใต้

ถ้ำพระพุทธโกษีย์, วัด
วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เดิมเรียกกันว่า วัดในเตาบ้าง วัดเกาะเต่าบ้าง วัดถ้ำโอบบ้าง และวัดคูหาบ้าง

วัดนี้ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีทหารหาญสมุนมือขวาของขบถราษฎร์นายกคนหนึ่งชื่อ "ขุนศร" (ดู ราษฎร์นายก) หลังจากที่ทางราชการนครศรีธรรมราชปราบราษฎร์นายกตายแล้ว ขุนศรสมุนมือขวาก็หนีเอาตัวรอด โดยเข้าบวชช่อนตัวถือศีลภาวนาอยู่ในถ้ำที่ภูเขาในวัดนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มของการจัดตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นในที่นี้ ซึ่งต่อมาหลังจากที่ตาขุนศร มรณภาพไปแล้วก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะปรากฏตัวให้เห็นเป็นงูใหญ่ไปดามเส้นทางที่เคยเดินทัพมากับราษฎร์นายก

ต่อมาเล่าว่า มีพระอรัญวาสี ๒ รูป ชื่อพระพุทธโกษีย์และพระธรรมรูจีกับสามเณรรูปหนึ่งมาวิปัสสนาในถ้ำนี้ ในขณะที่นั่งวิปัสสนาอยู่นั้น หินใหญ่ชั้นบนเคลื่อนตัวดังกึกก้องแต่ภิกษุและสามเณรยังนั่งวิปัสสนาไม่ยอมลุกจากที่ ในวันที่ ๗ หินก็พังลงทับพระวิปัสสนาทั้งหมดมรณภาพอยู่ในญถ้ำำ

เรื่องราวของวัดนี้ ในสมัยต่อมาปรากฏตามหนังสือ "ประวัติวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์" โดยภิกษุสวัสดิ์ เทวมิดโต ซึ่งพิมพ์แจก พ.ศ.๒๕๑๖ ความว่า หลังจากที่ภิกษุสามเณรได้ถูกศิลาทับมรณภาพแล้ว ชาวบ้านก็ก่อพระพุทธรูปเป็นที่ระลึกสำหรับพระและสามเณรนั้นไว้ในถ้ำนี้ ให้ชื่อพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ เป็นพระพุทธโกษีย์ พระธรรมรูจี สามเณรศรีไกรศรพุทธบริษัทก็พร้อมใจกันทำนุบำรุงวัดเป็นอย่างดีตลอดมาระยะหนึ่ง ต่อมาวัดขาดพระสงฆ์ที่จะรักษาวัด แต่อุบาสกอุบาสิกายังคงมีจิตมั่นศรัทธาเคร่งครัดในศาสนาเช่นเดิม ไปไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำ เมื่อถึงวันธรรมสวนะพุทธบริษัทเหล่านั้นก็นำข้าวปลาอาหารมาถวายพระพุทธรูปไหว้พระเป็นกิจวัตรเป็นอยู่ในลักษณะนี้นานปี ตามหนังสือประวัติศาสตร์กล่าวว่านับแต่การสร้างพระพุทธรูปแล้วประมาณ ๑๒๙ ปี มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อมันเข้าไปบริหารวัด สร้างความศรัทธาให้กับพุทธบริษัทมาก ท่านได้ชักชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปนี้ขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๔๖ และได้ปรับปรุงวัดบริเวณนอกถ้ำด้วย แต่พอพระภิกษุมันมรณภาพ วัดก็หมดผู้นำต้องร้างในที่สุด วัดร้างอยู่นานเป็นเวลาเท่าไร ไม่มีหลักฐาน ต่อมาพระภิกษุน่วม ภิกษุแข ภิกษุแพ เข้ามารักษาวัดอยู่ในช่วงระยะหนึ่ง แต่ก็ทั้งหมดละเพศบรรพชิตออกครองเรือน วัดก็ต้องร้างต่อไปอีก แต่ชาวบ้านก็มาไหว้พระสวดมนต์ทำบุญให้ทานกันเป็นประจำเช่นที่กล่าวมาก่อนแล้ว

ต่อมาพระขำ เข้ามารักษาการในหน้าที่เจ้าอธิการ ท่านขำเป็นนักพัฒนา แต่เป็นเจ้าอธิการอยู่ได้ไม่นาน เป็นโรคประสาทสติไม่สมประกอบถึงมรณภาพ ที่เป็นดังนี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าเพราะตัดกิ่งไม้ประดู่ที่หน้าวัด เพราะเป็นไม้ที่อยู่ของรุกขเทวดา

ระยะหลังๆ วัดได้รับการพัฒนาเจริญขึ้นมาก เพราะมีคฤหัสถ์ที่มีฐานะการครองชีพดีหลายท่านได้ให้การสนับสนุนเช่น นายเรือน ครูแปลก ผู้ใหญ่แนม ฝ่ายบรรพชิตก็มีท่านเมือง ท่านสมพงศ์ ท่านแบน ที่สุดภิกษุสวัสดิ์ เทวมิตโตเจ้าอธิการรูปปัจจุบันได้จัดการก่อสร้างและบูรณะวัดให้เจริญเป็นวัดที่สมบูรณ์แบบเช่นวัดทั้งหลาย คือมีอุโบสถที่มีพัทธสีมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ สำหรับกุฏิและหอฉันก็ได้จัดสร้างถวายมั่นคง มีที่อยู่อาศัยสำหรับพระภิกษุพอเพียงกับความต้องการ ปัจจุบันพระสงฆ์อยู่ประจำพอเพียงที่จะจัดทำกิจสงฆ์ได้ ในถ้ำได้รับการบูรณะโดยการที่มีรั้วเรียกว่ากำแพงเรือนแก้วและมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ทางวัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ ทั่วบริเวณถ้ำได้รับการปรับตกแต่งสะอาดเหมาะสม (สมพงษ์ นาควิเชียร)

 


พระพุทธรูปไม้วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์

 


พระพุทธรูปที่ถ้ำพระพุทธโกษีย์

ดูเพิ่มเติมที่ : ราษฎร์นายก